ทดสอบการขับ Mazda2 กับเครื่อง เบนซินและดีเซล เส้นทาง กรุงเทพ – พัทยา – กรุงเทพ

Home / รีวิวรถยนต์ / ทดสอบการขับ Mazda2 กับเครื่อง เบนซินและดีเซล เส้นทาง กรุงเทพ – พัทยา – กรุงเทพ

การกลับมาอีกครั้งของรถยนต์ Mazda2 รุ่น MY2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกน่าค้นหากับเมื่อแรกเห็นตั้งแต่ในงานเปิดตัวเมื่อช่วงกลางเดือน(กุมภาพันธ์) ที่ผ่านมา และแล้วพอถึงต้นเดือนมีนาคมเมื่อหมายเชิญให้ทดสอบการขับขี่ Mazda2 มาถึงกองฯ Auto.MThai งานนี้เรียกว่านับวันนับคืนรอไว้อยู่แล้ว ยังไงก็ไม่มีทางพลาดอย่างแน่นอน

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่ามีความรู้สึกอยากค้นหาอะไรบางอย่างใน Mazda2 ตั้งแต่เห็นครั้งแรกนั้น ขอแบ่งออกเป็นสองพาร์ท พาร์ทแรกคือรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตากับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเทาเมทัลลิก และไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่มาพร้อมไฟ LED และกรอบโครเมียมเพิ่มความเท่ให้กับด้านหน้า, เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วเป็นสีกันเมทัลลิก ให้ความรู้สึกว่าการกลับมาในครั้งนี้ของ Mazda2 ดูเท่แบบเคร่งขรึมขึ้นกว่าที่ผ่านมา บวกกับสีตัวถังใหม่ล่าสุดกับ สีน้ำเงินเอเทอนัล บลู เฉดสีใหม่ที่ Mazda นำมาเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าที่ไม่ชอบสีฉูดฉาดอย่างสีแดง โซล เรด ทั้งหมดนี้คือหน้าตาโดยรวมของ Mazda2 ใหม่

อีกพาร์ทต่อมาที่อยากค้นหาคือความต่างของเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5ลิตร เทอร์โบ แรงม้าสูงสุด 105แรงม้าแรงบิด 250 นิวตันเมตร พร้อมหัวฉีด จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1300 ซีซี สักแค่ไหน เริ่มต้นทริปทดสอบการวิ่งเที่ยวขาไปจากกรุงเทพสู่พัทยาทาง Auto.MThai ได้ลองขับ  Mazda2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1300 ซีซี แรงม้าสูงที่ 93 แรงม้า และแรงบิดสูง 123 นิวตัน-เมตร

ด้วยเส้นทางบนทางด่วนบูรพาวิถีที่เป็นทางตรงยาวความเร็ว 100 -120 กม/ชม. คือค่าความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางสู่จุดมุ่งหมายเเมืองพัทยา ความเร็วดังกล่าวที่บอกไป(อาจมีมากกว่านั้นนิดหน่อย) ไม่ได้ทำความรถมีความรู้สึกโยกเลยแต่อย่างใด แม้จะขับตามทางตรงแต่ด้วยความเร็วที่ใช้หากเป็นรถทั่วไปอาจทำให้รู้สึกได้ถึงแรงโยกบ้าง แต่สำหรับ Mazda2 ทุกการขับขี่จะรู้สึกแน่น หนึบ เกาะ ทั้งหมดนี้มาจากเทคโนโลยี G-Vectoring Control ที่มากับ Mazda3 และครั้งนี้ก็ถุกติดตั้งใน Mazda2 เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Auto.MThai เคยรีวิวในเรื่องของ G-Vectoring Control ในตัว Mazda3 ไปแล้วว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร แต่ในครั้งนั้นสภาพเส้นทางการขับขี่เป็นทางลดเลี้ยวตามเส้นทางของเขา มาวันนี้ได้ลองทางตรงแบบอัดกันมายาวๆ โดยรถ Mazda2 ดูบ้าง ความสึกการเกาะถนนยังมีให้สัมผัสแบบเดียวกับเมื่อครั้ง Mazda3 ไม่มีเปลี่ยนแปลง

หลังจากทำกิจกรรมต่างๆ ที่ Mazda จัดไว้ให้กับสื่อมวลชนเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ และเป็นการสลับมาใช้ Mazda2 เครื่องยนต์ดีเซล 1.5ลิตร เทอร์โบ กันดูบ้าง แน่นอนว่าเครื่องยนต์ต่างกัน สมรรถนะการขับขี่ก็ย่อมต่างกันเป็นธรรมดานอกจากจากนั้นแล้วเครื่องยนต์ดีเซลของ Mazda2 ยังเพิ่มโหมดของการขับขี่แมนน่วลเข้ามาด้วย รวมถึง Paddle Shift ทำให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น อัตราเร่งการออกตัวแตกต่างจากเครื่องยนต์เบซินอย่างเห็นได้ชัด สำหรับครั้งนี้การออกตัวเพียงแค่เหยียบคันเร่งรู้สึกได้ถึงแรงต้นที่มาแบบเหนือกว่าเครื่องยนต์เบนซินที่ต้องใช้ระยะเวลาสักนิดสำหรับการเร่งตอนออกตัว ในช่วงที่ขับอัตราความเร็วคงที่หากต้องการแซงคันข้างหน้า เมื่อกดคันเร่งลงไปอัตราเร่งตอบสนองขึ้นมาอย่างทันท่วงที ความเร็ว 100 -140 กม/ชม. Mazda2 คันนี้สามารถทำได้อย่างสบาย แถมยังประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร เรียกว่าตอบสนองความแรงตามที่ต้องการ แถมยังประยัดพลังงานอย่างน่าพอใจ

แน่นอนว่าสำหรับ Mazda2 เครื่องยนต์ดีเซล ยังคงมีระบบ GVC G-Vectoring Control เช่นกัน นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ High Precision DE Boost Control ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองและให้เสียงเครื่องยนต์ที่นุ่มนวลมากขึ้น ในห้องโดยสารมีความเงียบเพิ่มขึ้น Advanced Blind Spot Monitoring  ระบบ ABSM ระบบในการตรวจสอบรถที่เข้าใกล้จากพื้นที่จุดบอดที่ด้านข้างและด้านหลังเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงช่องทาง ซึ่งระบบ ABSM จะใช้เซนเซอร์ประเภทเดียวกับระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง  (RCTA) ซึ่งแจ้งเตือนให้คนขับเมื่อตรวจพบรถใกล้เข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งของด้านหลังรถ ช่วยให้คนขับมั่นใจว่ามันมีความปลอดภัยที่ถอยออกมาจากที่จอดรถ โดยระบบ ABSM ที่กล่าวมานี้จะมีอยู่ในรุ่น 1.5 XD High Plus L ที่เป็นตัวท็อปสุดเท่านั้น

 

ถือว่า Mazda2 สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผูขับขี่สมสโลแกนจริงๆ เพราะหากคุณเป็นคนที่ใช้รถในแบบไม่สมบุกวมบันมากนัก ก็เล่นตัว Mazda2 เครื่องยนต์เบนซิล ได้ ตัวนี้ขับในเมืองมุดซ้ายขวาได้คล่องถนัดมือ แต่ถ้าไลฟ์สไตล์คุณติดขับรถออกต่างจังหวัดบ้างต้องการสมรรถนะที่ได้ความแรงที่เพิ่มขึ้นก็หันมาเล่นตัวเครื่องยนต์ดีเซลได้  แถม Mazda2  ดีเซลยังให้ความรู้สึกแบบสปอร์ตยามขับขี่อีกด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมด Mazda2 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่มีราคาขายสูงขึ้นตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาทในแต่ละรุ่นเท่านั้น!!