HUSQVARNA มอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์วิบาก มอไซ เอนดูโร่

HUSQVARNA FE 350S เอกอุทั้งเส้นทาง เอนดูโร่และถนนในเมือง

Home / มอเตอร์ไซค์ / HUSQVARNA FE 350S เอกอุทั้งเส้นทาง เอนดูโร่และถนนในเมือง

มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากๆ นอกจากนั้นยังเป็นรถแนวเอนดูโร่ ซึ่งก็พอจะกล้อมแกล้มแฉลบออกมาบนถนนได้บ้างเพราะมีไฟส่องสว่าง แต่สถานที่ในการวัดกำลังอันแท้จริงของมันก็คือ “เส้นทางออฟโรด”

HUSQVARNA P1รถเอนดูโร่จะเป็นรถที่มีระบบไฟส่องสว่างเพื่อใช้ในสภาวะการขับขี่ในที่มืดหรือตะวันลาลับไปเป็นเวลากลางคืน มีไฟหน้ากับไฟท้ายและไฟเลี้ยว ซึ่งนี่ก็คือรถแข่งทางฝุ่นชนิดออฟโรดตัวจริงเสียงจริง ตลอดทั้งตัวรถเน้นสีประจำของโรงงานคือ น้ำเงิน เหลือง และขาว จุดเด่นหลักๆ เลยก็คือเครื่องยนต์จะใช้ฝาครอบด้านบนสุดเป็นสีเหลืองสด ชิ้นงานบอดี้พาร์ทมีอยู่ราวๆ 21 ชิ้น ซึ่งก็มี การ์ดแกนโช็คอัพหน้า, บังโคลนหน้า, หน้ากากไฟหน้า, การ์ดแฮนด์, กระจกมองข้าง, ปีกหม้อน้ำ, การ์ดรังผึ้ง, ถังน้ำมันเชื้อเพลิง, เบาะนั่ง, บอดี้พาร์ทด้านข้าง, บังโคลนหลัง, ชุดประกอบไฟท้ายและป้ายทะเบียน, การ์ดกันกระแทกเครื่องยนต์, การ์ดโซ่ และตัวดันโซ่หน้าสเตอร์หลัง แฮนด์บังคับกดต่ำลงจนเกือบจะชิดกับตุ๊กตาแฮนด์ เพื่อช่วยในการควบคุมรถเวลาเข้า/ออกโค้ง ซึ่งก็คล้ายๆ กับแฮนด์แบบ Clip On ของรถสปอร์ตทางเรียบนั่นเอง

กระจกมองข้างยกสูงและใช้ทรงเหลี่ยมเพื่อเพิ่มมิติของมุมมอง แต่ถ้าเป็นการแข่งจริงๆ จุดนี้น่าจะถูกถอดออก “แน่ๆ” พักเท้าหนามแหลมช่วยยึดเกาะเวลาขับขี่ แต่ไม่ปลอดภัยเลยถ้าไม่ได้ใส่รองเท้าพื้นหนาๆ เบาะนั่งทรงบางได้เน้นความนิ่มสบายเพราะส่วนใหญ่จะยืนขี่ มีการใช้การ์ดป้องกันในจุดต่างๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันในเวลาขับขี่  ไฟหน้าเน้นส่องสว่างแนวตั้งทรงสูง ชุดไฟท้ายไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาแค่เห็นว่ารถอยู่ข้างหน้าหรือกำลังใช้เบรคก็พอแล้ว มีไฟเลี้ยวที่จริงๆ แล้วในการแข่งขันไม่ได้เอาไว้เปิดตอนเลี้ยว แต่มันเอาไว้ใช้ตอนใช้ทางเวลาโดนน็อคเวลาหรือรถจอดเสีย

HUSQVARNA P2
ตัวเครื่องยนต์เน้นกำลังแรงบิด แต่ก็ยังคงต้องการความเร็วมากกว่ารถแข่งแบบโมโตครอส เพราะเอนดูโร่จะมีทางวิ่งยาวๆ ให้ได้ใช้ความเร็วผสมอยู่ในการแข่งขันด้วย แต่ก็ยังต้องการความทนทานที่มากกว่าเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ด้วยเหตุนี้เอง HUSQVARNA เลยเนรมิตเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ 1 ลูกสูบ ขึ้นมา โดยใช้ฝาครอบด้านบนสุดเป็นสีเหลืองสด และเป็นเครื่องยนต์ในขนาดความจุสุทธิ 349.7 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 88 x 57.5 มม. เน้นแรงบิดตั้งแต่รอบต้นๆ เพราะใช้ลูกสูบขนาดใหญ่ ผสานกับระยะชักที่สั้น จึงทำให้รอบเครื่องยนต์มาเร็ว ควบคุมการกดวาล์วเพื่อเปิด/ปิดด้วยเพลาลูกเบี้ยวแบบคู่ด้านบนเหนือฝาสูบ DOHC สั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ ชุดเกียร์แบบธรรมดา 6 สปีด เน้นการขี่ระยะยาวๆ มากกว่าการเน้นแรงในการปีนป่ายรอบต้นๆ ชุดคลัทช์แบบเปียกสั่งงานด้วยระบบไฮดรอลิค BREMBO “รับรองว่าโคตรอึด” สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยโซ่และสเตอร์ ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นช็อคอับเทเลสโคปิคหัวกลับของ WP มีระยะการทำงาน 300 มม. ปรับตั้งได้เต็มรูปแบบ ด้านหลังเป็นโช็คอัพเดี่ยวพ่วงด้วยกระปุกซับแท้งค์ WP อีกเช่นกัน ให้ระยะของการยุบตัว 330 มม. และปรับได้เต็มเหนี่ยวอีกเช่นกัน ชุดห้ามล้อด้านหน้าเป็นจานเดี่ยว ขนาด 260 มม. และด้านหลัง ขนาด 220 มม. สั่งงานคาลิเปอร์ด้วยไฮดอรลิค มีขนาดความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 8.5 ลิตร และมีขนาดน้ำหนักรวมตัวรถ 109.2 กิโลกรัม

 

ข้อมูลจาก : นิตยสาร Alure