Royal Enfield เล็งเพิ่มเอ็กซ์คลูซีฟสโตร์อีกเท่าตัว เน้นตลาดหลัก 4 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย

Home / มอเตอร์ไซค์ / Royal Enfield เล็งเพิ่มเอ็กซ์คลูซีฟสโตร์อีกเท่าตัว เน้นตลาดหลัก 4 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย

Royal Enfield วางแผนขยาย เอ็กซ์คลูซีฟสโตร์ เพิ่มอีกเกือบเท่าตัวในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การ ขยายธุรกิจ ต่างประเทศโดยมุ่งเน้นตลาดหลัก 4 ประเทศที่มีความสำคัญ อันได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย โคลัมเบีย และบราซิล ซึ่งทั้ง 4 ประเทศนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นตลาดขนาดใหญ่ของ Royal Enfield ในอนาคต

มร. สิทธาถะ ลาล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เปิด เอ็กซ์คลูซีฟสโตร์ ในต่างประเทศไปแล้วกว่า 25 แห่ง และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 20-25 แห่งภายในปีนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสโตร์อีก 5-6 แห่งในโคลัมเบีย แต่ในตลาดหลักที่เหลืออีก 3 แห่ง บริษัทฯ มีสโตร์เพียงที่ละ 1 แห่งเท่านั้น

มร. สิทธาถะ ลาล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด

“ปัจจุบัน เรากำลังเรียนรู้และขยายธุรกิจในตลาดหลักทั้ง 4 แห่ง ตลาดแต่ละแห่งหรือทั้งหมดนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากสำหรับเราภายในทศวรรษหน้า ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการขยายตลาดหลักทั้ง 4 แห่ง” มร. สิทธาถะกล่าว

บริษัทฯ ยังเพิ่มซิงเกิลสโตร์ในตลาดอื่นอีกสองสามแห่งเช่นกัน ด้วยหวังว่าภายในหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า ตลาดดังกล่าวจะเติบโตขึ้นจนบริษัทฯ สามารถดำเนินการเพิ่มเติมและขยายธุรกิจในประเทศนั้นๆ Royal Enfield ยังวางรากฐานที่มั่นคงเพียงพอเพื่อรองรับตลาดที่ว่า เมื่อบางตลาดใน 4 แห่งหลักมีการเติบโตที่น่าพึงพอใจ บริษัทฯจะสามารถคว้าโอกาสจากตลาดอื่นที่มีศักยภาพเติบโตได้เช่นกัน

บริษัทเล็งเห็นว่ามีตลาดเกิดใหม่เพียงไม่กี่แห่งที่มีความก้าวหน้าด้วยการมีผู้แทนจำหน่ายจำนวนน้อยมาก ดังนั้น ถึงแม้บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับตลาดกำลังพัฒนา แต่ปัจจุบัน ผลประกอบการของบริษัทฯ ในประเทศพัฒนาแล้วของ Royal Enfield ก็ยังสูงกว่ามาก

“เราคาดหวังว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดกำลังพัฒนาจะมีขนาดที่แตกต่างจากเดิมและขึ้นไปอยู่แถวหน้า ดังนั้นความมุ่งมั่นของเราในตลาดเหล่านี้จึงสูงกว่ามาก เราใช้เวลาไม่นานในตลาดอเมริกาเหนือซึ่งเป็นตลาดแห่งแรกที่เรามีบริษัทย่อย เนื่องจากเราเพิ่งเพิ่มผู้แทนจำหน่ายและดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อแข่งขันในตลาดสหรัฐอเมริกา” มร. สิทธาถะกล่าว พร้อมกับประเมินว่าตลาดสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่ดีมากในปีนี้ ขณะที่ตลาดยุโรปก็มีผลการดำเนินงานที่ดีจนถึงปัจจุบัน

ตลาดยักษ์ใหญ่ 5 แห่งได้แก่สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน มีผู้แทนจำหน่ายประเทศละประมาณ 50 แห่ง ผู้แทนจำหน่ายส่วนใหญ่จำหน่ายหลายแบรนด์ และบางแห่งจำหน่ายแบรนด์เดียว แต่ รอยัล เอนฟิลด์มีผู้แทนจำหน่ายประมาณ 40-60 แห่งในแต่ละประเทศเหล่านี้

ถึงแม้บริษัทฯ จะมียอดจำหน่ายที่ดีในบางประเทศเหล่านี้ แต่ตลาดรถจักรยานยนต์ก็ยังมีขนาดเล็ก ตลาดที่มีขนาดใหญ่คือรถจักรยานยนต์ที่มีพละกำลังสูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งบริษัทฯยังไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ประเภทดังกล่าวในเวลานี้

“ทั้งหมดนี้หมายความว่าเรายังเป็นบริษัทที่ทำตลาดเฉพาะกลุ่มและยังไม่ได้เป็นบริษัทกระแสหลักซึ่งเราวางแผน ที่จะเป็น ในตลาดกำลังพัฒนา” มร. สิทธาถะกล่าวเพิ่มเติม

Royal Enfield คือแบรนด์รถจักรยานยนต์เก่าแก่ที่สุดที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนาน มุ่งเน้นที่รถจักรยานยนต์ขนาด 350-500 ซีซี มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 6 ปีหลังสุด รอยัล เอนฟิลด์เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ทำให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ที่มีผลกำไรสูงที่สุดในโลก

Royal Enfield มียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ทั่วโลกมากกว่า 660,000 คันในปี พ.ศ. 2559-2560 และมุ่งเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 900,000 คันภายในปลายปี พ.ศ. 2561 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก