Royal Enfield Classic500 Battle Green มอเตอร์ไซค์ 500ซีซี ที่นักบิดสายวินเทจ ไม่ควรพลาด!!

Home / มอเตอร์ไซค์ / Royal Enfield Classic500 Battle Green มอเตอร์ไซค์ 500ซีซี ที่นักบิดสายวินเทจ ไม่ควรพลาด!!
BattleGreen Classic500 Royalenfield คลาสสิค500 รอยัลเอนฟิลด์

Royal Enfield มอเตอร์ไซค์สุดเก๋าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากประเทศอังกฤษนับร้อยปี จวบจนทุกวันนี้มอเตอร์ไซค์แบรนด์อังกฤษได้ย้ายมาใช้สัญชาติอินเดีย(ฐานการผลิต) แบบเต็มตัว แต่ยังคงสืบสานเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านดีไซน์และพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ไปพร้อมๆ กัน Royal Enfield เปิดตัวเป็นที่รู้จักในตลาดมอเตอร์ไซค์เมืองไทยมาถึงวันนี้ก็เพิ่งจะสองขวบปี แต่ Royal Enfield กลับสร้างชื่อเสียงให้นักขับขี่สายไบค์เกอร์ได้พูดถึงกันในวงกว้าง

ก่อนหน้านี้ทาง Auto.MThai ได้มีโอกาสทดลองขับขี่ร่วมทริปกับทาง Royal Enfield  มาเเล้่วในเส้นทาง กรุงเทพ – พัทยา ตอนนั้นเป็นก่ารทดสอบขับขี่รุ่น Continental GT ล่าสุดวันนี้ Auto.MThai ได้ลองทดสอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์อีกหนึ่งรุ่นของ Royal Enfield ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันอย่าง Classic500 หรือชื่อเต็มเท่ๆ ว่า Royal Enfield Classic500 ฺBattle Green  รุ่นปี 2015 ตัวถังสีเขียวขี้ม้าเพิ่มความขลังยิ่งดูยิ่งคลาสสิคเหมือนหลุดออกมาจากยุคสมัยสงครามโลก

ไหนๆ ก็เกริ่นถึง Battle Green เเล้วก็ขอพูดถึงมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ต่ออีกสักหน่อยก่อนไปทดลองขับจริง Classic500 Battle Green ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเสมือนอนุสรณ์รำลึกความทรงจำเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และ2 โดย Royal Enfield เริ่มต้นสายการผลิตขึ้นที่ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1901 ก่อนจะถูกนำไปใช้ในสงครามโลกให้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตร ด้วยการอนุรักษ์รูปทรงในแบบเก่าไว้ ทำให้ Battle Green ดูเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีภาพลักษณ์วินเทจในแบบมอเตอร์ไซค์ยุค 50 เช่นกล่องเครื่องมือด้านข้างและการเผยให้เห็นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ขณะที่หน้าตายังอิงกับความหล่อเหลาในสไตล์วินเทจ ด้านสมรรถนะการขับขี่ก็ได้พัฒนาจากอดีตจนมาลงตัวกับขนาดเครื่องยนต์ 500ซีซี กระบอกสูบเดี่ยว 4จังหวะ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ทราบประวัติที่มาแบบคร่าวๆ กันเเล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาที่จะลองเอา Battle Green ออกไปขี่รับลมกันสักหน่อย ตอนแรกทางทีมงานปรึกษากันว่าจะใช้เส้นทางทดสอบต่างจังหวัดกันดีหรือไม่ แต่มติเอกฉันท์ก็สรุปกันได้ว่าในเมื่อครั้งก่อน เราได้ลองขับเส้นทางไกล ขี่กันยาวๆ มาเเล้วกับ Continental GT  ครั้งนี้เราน่าจะลองขับในกรุงเทพกันดูบ้างว่า  Classic500 ฺBattle Greenคันนี้หากขับขี่ในเมืองจะเป็นอย่างไร ว่าเเล้วเราจึงลองควบไปตามเส้นทางย่านใจกลางกรุงเทพที่การจราจรคับคั่ง ไล่ไปตั้งแต่ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, พญาไท – แยกปทุมวัน, สามย่าน – สีลม ก่อนจะจบที่ย่านบางรัก – เจริญกรุง เส้นทางที่กล่าวมาหากใครที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพก็น่าจะรู้พิษสงของการจราจรดี แถมเวลาที่ลองขับคือช่วง 14:00 – 16 :00 เวลาเลิกเรียนของนักเรียนแบบนี้ความหนาเเน่นของรถก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่

แม้จะเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาด 500ซีซี น้ำหนักตัว 190 กก. แต่การขี่แบบลัดเลาะไปตามการจราจรในกรุงเทพก็ยังถือว่า Classic500 ฺBattle Green ยังมีความคล่องตัวที่ดี ขอแค่พอมีช่องให้แทรกตัวได้  Classic500 ฺBattle Green ก็ยังมุดได้อย่างสบาย ท่านั่งขณะขับขี่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเหนื่อยหรือเมื่อยแต่อย่างใด หนำซ้ำด้วยรูปลักษณ์มอเตอร์ไซค์ Cruiser Bigbik สไตล์วินเทจสุดเท่ด้วยเเล้วยิ่งทำให้เวลาขี่ Classic500 ฺBattle Greenไปไหนต่อไหนมักดึงดูดสายตาจากผู้พบเห็นเหลียวมองตามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้มอเตอร์ไซค์คันนี้เตะตาผู้พบเห็นนอกจากรูปทรงเเล้ว เบาะนั่งแบบเดี่ยว โชว์ให้เห็นด้านท้ายของบังโคลนล้อหลังแบบเต็มๆ ก็เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ของตัวมอเตอร์ไซค์ที่สวยสะดุดตา เนื่องจากเป็นการทดสอบการขับขี่ในกรุงเทพทำให้เราไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากนัก ดังนั้นความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ได้จึงอยู่ที่ประมาณ 40-80 กม/ชม. ดังนั้นเรื่องเเรงสะท้านที่มือขณะขับขี่ก็ลืมไปได้เลย เเละบางช่วงที่ติดสัญญาณไฟเมื่อสัญญาณไฟเขียวปรากฏการออกตัวของรถเกียร์ต้นๆ ออกตัวพุ่งได้อย่างดี ความเร็ว 80-100 กม/ชม.  ช่วงออกตัวใช้เวลาสั้นๆ เพียงแค่ 10กว่าวินาทีก็สามารถทำความเร็วแตะที่ 100 กม/ชม. ได้สบายๆ

หน้าปัดเรือนไมล์มาในแบบเรียบๆ แต่ดูมีคลาส โชว์ให้เห็นเข็มวัดความเร็วแสดงตัวเลข 0 -160 กม/ชม. และสัญญาณเตือนน้ำมันและสัญญาณเตือนเครื่องยนต์ที่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายเป็นที่เสียบกุญแจเพื่อเปิดปิด ไฟหน้าติดแก๊บเพิ่มความหล่อ

ขอกล่าวถึงข้อมูลรายละเอียดของมอเตอร์ไซค์สไตล์คลาสสิคคันนี้อีกสักหน่อยเผื่อใครที่ยังไม่ทราบ Royal Enfield  Classic500 ฺBattle Green ใช้เครื่องยนต์ 500 ซีซีสี่จังหวะ OHV 27.2 แรงม้า ที่ 5,250 รอบต่อนาที ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ถังน้ำมันขนาด 13.5ลิตรพร้อมกับติดโลโก้ Royal Enfield สามารถเติมน้ำมันเบนซินได้ทั้งแบบ แก๊สโซฮอลล์91, 95 เบนซิน 91, 95, สตาร์ทเท้าและสตาร์ทไฟฟ้า แต่ในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานหากงัดขาตั้งเดี่ยวลงเเครื่องยนต์จะดับทันที, ระบบกันสะเทือนล้อหน้าเทเลสโคปิค ล้อหลังโช็คอัพคู่, เบรกหน้าระบบดิสก์เบรกล้อหลังดรัมเบรก, ล้อแบบซี่ลวด, ยางใช้ AVON ล้อหน้าขนาด 90/90-18 ล้อหลัง 110/80-18 ขนาดรถสูง 2,140 มม. กว้าง 790 มม. สูง 1,090 มม.

สรุปแล้ว Royal Enfield Classic500 Battle Green เป็นมอเตอร์ไซค์ขนาด 500ซีซีที่ขี่สนุกคันหนึ่ง โดยเฉพาะนักขี่ที่ชอบมอเตอร์มอไซค์สไตล์วินเทจ Classic500 Battle Green น่าจะตอบโจทย์เรื่องอิมเมจให้คุณได้อย่างเต็มที่ ขี่ง่ายสตาร์ทง่ายไม่ยุ่งยาก หรือหากตอนเช้าๆ ขณะที่เครื่องเย็นต้องการคิกสตาร์ทก็ลองดันโช็คที่แฮนด์ด้านซ้ายลงมาสตาร์ทครั้งสองครั้งเครื่องยนต์ก็ทำงานได้อย่างสบาย ขับขี่ในเมืองทำได้ไม่ยากเพราะรถไม่หนักมากสามารถควบคุมซอกแซกในสภาพวะรถติดได้ดี ขี่ชิลล์ๆ เพลินๆ ก็เหมาะหรือหากจะนำไปขี่ระยะทางไกลด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่งของวัสดุไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก หรือเส้นทางระยะไกลออกทริปต่างจังหวัด Classic500 Battle Green ก็สามารถพาคุณไปถึงจุดหมายได้อารมณ์การขับขี่อย่างเต็มที่ สนนราคาของ Royal Enfield Classic500 Battle Green ตอนนีอยู่ที่ 189,800 บาท  หากสนใจลองติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ Royal Enfield ทองหล่อ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 02-381-8811เปิดทำการทุกวัน