BMW Motorrad Roadster Experience หนึ่งวันที่ได้ทำความรู้จักกับ BMW G310R

Home / มอเตอร์ไซค์ / BMW Motorrad Roadster Experience หนึ่งวันที่ได้ทำความรู้จักกับ BMW G310R
BMW F800R G310R motorrad Roadster S1000 มอเตอร์ราด

อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ จาก บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ที่จัดขึ้นแบบวันเดย์ทริป เปิดประสบการณ์ให้กับผู้สื่อข่าวได้ทำความรู้จักกับ BMW G310R ทั้งในเรื่องของสมรรถนะเเละการขับขี่อย่างไรให้ถูกต้องเเละปลอดภัย ในกิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า BMW Motorrad Roadster Experience ซึ่งนอกจากจะได้ทำการทดลองขับขี่ BMW G310R แล้ว งานนี้ยังมี BMW F800R และรุ่นใหญ่อย่าง BMW S1000R ให้ได้ทดลองขับขี่ด้วยเช่นกัน

เมื่อบรรดาสื่อมวลชนเดินทางมาถึงโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิที่ใช้เป็นสถานที่นัดพบกันเรียบร้อยเเล้ว อันดับแรกเราได้รับเกียรติจาก มร.มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชนและแนะนำผลิตภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ทั้ง 3 รุ่น จากนั้นเป็นการบรีฟเส้นทางที่ใช้ขับขี่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการแบ่งการขับขี่ออกเป็นสองช่วงคือเช้ากับบ่าย ในช่วงเช้าจะเป็นการขี่จากโรงแรมโนโวเทลไปยังโรงเรียนสอนขับรถ ยูพีดี มีนบุรีเพื่อทำกิจกรรมทดสอบสมรรถนะการขับขี่ และในช่วงบ่ายเป็นการขับขี่ตามเส้นทางบนท้องถนนจริง

เสร็จจากการบรีฟในช่วงเช้าก็ได้เวลาออกเดินทางตามที่บอกในตอนต้นว่ากิจกรรมในครั้งนี้มีมอเตอร์ไซค์ให้เลือก 3รุ่นทั้ง BMW G310R, BMW800R และ BMW S1000R   ไม่มีการจับฉลากเลือกว่าใครจะได้ขับขี่คันไหน ดังนั้นใครถูกชะตากับมอเตอร์ไซค์รุ่นไหนก็ขึ้นคร่อมที่ตัวมอเตอร์ไซค์เเสดงความเป็่นเจ้าของได้เลยว่าคุณจับจองคันนี้เเล้ว โดยทาง Auto.MThai เลือก BMW G310R ในการขับขี่ตอนเช้า เนื่องจากต้องการสร้างความคุ้นเคยกับมอเตอร์ไซค์ไซส์เล็กสุดในตระกูล BMW ก่อน เนื่องจากการทดสอบสมรรถนะช่วงเช้านี้ จะใช้ BMW G310R เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น แม้เส้นทางจากโรงแรมโนโวเทลไปตามเส้นทางสู่ถนนมีนบุรีเพื่อไปโรงเรียนสอนขับรถจะไม่ยาวมากแต่ก็ถือได้ว่าเป็นการทำความรู้จักกับ BMW G310R  ได้ดี

ก่อนที่จะลงสนามเพื่อทดสอบสมรรนะก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ  BMW G310R กันสักหน่อยดีกว่า ต้องขอบอกว่านี่คือมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์จาก BMW รุ่นแรกที่มีเครื่องยนต์ขนาดต่ำกว่า 500ซีซี ด้วยเครื่องยนต์หนึ่งสูบี่มีน้ำหนักเบาแต่เปี่ยมด้วยสมรรถนะเเถมเปี่่ยมด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ตัวจริง แถมยังขบขี่สบายทั้งในตัวเมืองเเละนอกเมือง เพราะเบาะนั่งมีวาสูงเพียง 785 มม. เท่านั้น ส่วนสวิตช์เเละปุ่มควบคุมต่างๆ ใช้งานง่ายปลอดภัยในแบบ BMW Motorrad  ด้วยงานออกแบบที่คำนึงถึงทุกลักษณะรูปร่างของผู้ขับขี่ BMW G310R แข็งแกร่งด้วสยเฟรมตัวถังเหล้กกล้า ช่วงล่างแบบ Upside-Down Fork และสวิงอาร์มยาวที่เสริมความมั่นใจให้รถทรงตัวได้ดีอยู่เสมอ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำในทุกจังหวะ

หัวใจหลักของ BMW G310R ใหม่อยู่ที่เครื่องยนต์หนึ่งสูบ 313 ซีซีที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำร้อมติดตั้ง 4วาล์ว 2แคมซาฟท์ และระบบหัวฉีดน้ำมันแบบไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 25กิโลวัตต์/34 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 28 นิวตันเมตรมรา 7,500รอบต่อนาที เพื่อขับเคลื่อนตัวถังที่มีน้ำหนักเบาเพียง 158.5 กกเท่านั้น และระบบขับเคลื่อนเกียร์ 6สปีด เช่นเดียวกันกับมอเตอร์ไซค์ BMW รุ่นอื่นๆ BMW G310R  ติดตั้งระบบเบรก ABS มาเป็นมาตรฐาน โดยเสริมสมรรถนะด้วยระบบ ABS แบบสองช่อง และการทดสอบในช่วงแรกที่สนามฝึกหัดมีนบุรีช่วงวายวันนี้นคือการทดสอบระบบเบรก ABS นั่นเอง

อันดับแรก Instructor ได้แนะนำและสาธิตการใช้ระบบเบรก ABS ให้ถูกต้องโดยต้องการบีบเบรกและคลัทช์ซึ่งต้องใช้นิ้วทั้ง 4 บีบให้แน่น อย่าใช้แค่เพียงสองนิ้วเพราะกำลังของนิ้วไม่มีแรงพอจะบีบเบรกและคลัทช์ให้จมสนิทได้ จากนั้นเป็นการสาธิตความแตกต่างระหว่างการเบรกด้วยระบบ ABS ด้วยเบรกมือ สลับกับเบรกเท้า เเละขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ระบบเบบรก ABS ทั้งเบรกมือเเละเท้าพร้อมกันในความเร็ว 40 กม/ชม เทคนิกท่านั่งที่ถูกต้องตามหากต้องใช้ระบบเบรก ABS ตามที่ Instructor  แนะนำ ปลายขาทั้งสองข้างตรงชี้ไปด้านหน้าไปแบะออกด้านข้าง ตามองตรงไปด้านหน้าในระยะไกลที่สุดขาหนีบตัวถังให้แน่น ในระยะ 60 เมตรที่ขับทางตรงเมื่อถึงจุดมาร์กที่ต้องหยุดผู้สื่อข่าวที่เข้าทดสอบจะต้องหยุดรถแบบกะทันหันเหมือนการจำลองว่าขณะขับขี่มีรถตัดหน้าแบบฉับพลัน มือทั้งสองข้างต้องบีบคลัทช์เเละเบรก เท้าขวากดเบรก จากนั้นระบบ ABS จะเริ่มทำงานทันที ซึ่งระบบเบรก ABS ของมอเตอร์ไซค์ BMW ยังมีประสิทธิภาพที่เสถียร แม้จะขับขี่แค่คนเดียว หรือมีคนซ้อนท้าย หากระบบเบรก ABS ทำงาน แม้ในความเร็วที่เท่ากัน ระยะเบรกก็จะเท่ากันด้วยไม่ว่าน้ำหนักรถจะเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของการทดสอบสมรรถนะที่สองคือการทดสอบความคล่องตัวของมอเตอร์ไซค์ขณะขับขี่ ตามที่บอกไปว่า BMW G310R มีน้ำหนักเพียง 158.5 กก เท่านั้น นั่นทำให้ตัวถังรถมีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการการควบคุมขณะขับขี่ แต่การขับขี่นอกจากความคล่องตัวเเล้วการเข้าโค้งที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญในการลดอุบัติเหตุ  Instructor ได้เเนะนำเทคนิกการเ้ขาโค้งที่ปลอดภัย โดยหากจะโค้งไปขวาให้ใช้แขนชวาดันแฮนด์บาร์ออกไปก่อนเข้าโค้ง วึ่งเทคนิกแบบนี้เรียกว่า Countersteering หรือการเข้าเลี้ยวแบบตรงตรงข้าม ซึงเป็นเทคนิกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แม้แต่นักแข่งโมโต จีพี ยังใช้กันทุกคน ในการทดลองครั้งนี้สื่อมวลชนจะขับขี่แบบสลาลมก่อน จากนั้นจะเป็นการขับเต็มรอบสนามฝึกกลุ่มละ 5คัน ใช้ความเร็วแค่เพียงเกียร์ 2 เท่านั้น เนื่องจากจะได้ไม่พะวงกับเรื่องเปลี่ยนเกียร์  เทคนิก Countersteering ช่วยในเรื่องการเข้าโค้ง การเลี้ยวที่ง่ายขึ้นวงเลี้ยวแคบลงกว่าเดิม

เสร็จจากกิจกรรมในช่วงแรกสื่อมวลชนได้เดินทางกลับโรงแรมโนโวเทล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันจากนั้นช่วงบ่ายเป็นการขับขี่นถนนจริงโดยเริ่มจากจุดสตาร์ทที่เดิมคือโรงแรมโนโวเทล ขับขี่ไปตามเส้นทางถนนลาดกระบัง เข้าถนนศรีนครินทร์ ผ่านสวนหลวงก่อนจะวกกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้งรวมระยะทาง 40 กมกว่าๆ เส้นทางขากลับก่อนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ Auto.Mthai ได้ทดลองสมรรถนะเรื่องความแรงเเละได้ข้อสรุปว่า เครื่องยนต์หนึ่งสูบ 313 ซีซี 34 แรงม้า ของ BMW G310R  นั้นสามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่ 155 กม/ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม อยู่ที่ประมาณ 9วินาทีนิดๆ แถมช่วงบ่ายแก่ๆ โรงเรียนเลิกก็น่าจะทราบดีว่าการจราจรในกรุงเทพนั้นติดขัดแค่ไหน แต่การขับขี่ BMW G310R ที่มีน้ำหนักเบาทำให้การคล่องตัวเวลาที่ต้องโยกต้องลัดเลาะก็สามารถได้ดีแบบผ่านฉลุยชิลล์ๆ สรุปสั้นๆ ว่า BMW G310R  จะทางไกลทางใกล้ ในเมืองนอกเมืองก็สามารถขับขี่ได้ไม่มีปัญหา