EDIFICE EDIFICE Honda Racing Limited Edition EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition 2019 EFR-S567TR EQB-1000TR Honda Racing นาฬิกา

EDIFICE สปอร์ตโครโนกราฟเรือนบางรุ่นใหม่ กับจิตวิญญาณจากมอเตอร์สปอร์ต

Home / Motor Sport / EDIFICE สปอร์ตโครโนกราฟเรือนบางรุ่นใหม่ กับจิตวิญญาณจากมอเตอร์สปอร์ต

คุณโคจิ ชินโจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และคุณวิโรจน์ สุขพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสแผนก Watch & Hardline บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด ร่วมเปิดตัวนาฬิกา EDIFICE สปอร์ตโครโนกราฟเรือนบางรุ่นใหม่ล่าสุด 2 คอลเลคชั่น รวม 4 รุ่น ผลงานรังสรรค์ร่วมกับ 2 พันธมิตร ได้แก่ Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่)

EDIFICE

ซึ่งแบรนด์ EDIFICE เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้แก่ EQB-1000TR และ EFR-S567TR โดยนาฬิกา 2 รุ่นนี้เน้นการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน แดง และเงิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสีของรถแข่งรุ่น STR14 ของทีม Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่) ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ประจำปี 2019 เสริมด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (วัสดุหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถแข่ง) ที่หน้าปัดและขอบตัวเรือน มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา และฮอนด้า เรซซิ่ง ผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับรถแข่งทีม Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่) ได้แก่ EQB-1000HRS และ EQB-1000HR เป็นรุ่นที่ออกแบบร่วมกันเป็นครั้งที่ 2 กับ Honda Racing มาในโทนสีแดง-ดำ โดยนำวัสดุอัลลอยพิเศษและไทเทเนียม ซึ่งใช้ในวาล์วเครื่องยนต์ฮอนด้ามาใช้ในตัวเรือนนาฬิกา มีคุณสมบัติทนทานและกันรอยขีดข่วน

EDIFICE

เพื่อตอกย้ำแนวคิด “Speed and Intelligence” ผ่านภาพลักษณ์มอเตอร์สปอร์ต ระดับโลกโดยมี คุณปิแอร์ แกสลีย์ นักแข่งรถสัญชาติฝรั่งเศสทีม Scuderia Toro Rosso F1 ให้เกียรติมาร่วมงาน

EDIFICE

สำหรับ 2 รุ่นแรก ได้แก่ EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition รุ่น EQB-1000TR และ EFR-S567TR นาฬิกาโครโนกราฟตัวเรือนบางพิเศษโดดเด่นด้วยการใช้โทนสีน้ำเงิน แดง และเงิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสีของรถแข่งรุ่น STR14 ซึ่งทีม Scuderia Toro Rosso ใช้ในการแข่งขันประจำปี 2019 บนหน้าปัดของทั้ง 2 รุ่นมีลวดลายแถบสีแดงที่สะดุดตาบนพื้นหลังสีน้ำเงิน รวมถึงการนำตราสัญลักษณ์ของทีมรูปกระทิง ตกแต่งบนหน้าปัดตำแหน่ง 9 นาฬิกา หน้าปัดกระจกแซฟไฟร์คริสตัล (Sapphire crystal) เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนบนพื้นผิวด้านในเพิ่มความทนทานต่อทุกสภาวะและง่ายต่อการมองเห็น

EDIFICE

สำหรับรุ่น EQB-1000TR ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar) พร้อมฟังก์ชันพิเศษที่สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน (Smartphone Link) บอกเวลาที่เที่ยงตรงและแม่นยำได้มากกว่า 300 ประเทศทั่วโลก ขอบตัวเรือนและหน้าปัดผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบา พร้อมสายนาฬิกาสีแดงบนพื้นสีน้ำเงินผลิตจากเคฟล่า (Kevlar®) ประกบด้านในด้วยคอร์ดูล่า (Cordura®) ผ้าไนลอนเกรดพรีเมี่ยมถึง 2 ชั้น จึงไม่เพียงให้ความเบาสบายและพอดีกระชับข้อมือเท่านั้น
แต่ยังให้ความทนทานอีกด้วย

อีกรุ่นคือ EFR-S567TR ตกแต่งด้วยแถบสีแดงจากรถแข่ง และมีสัญลักษณ์ของทีมประดับบนหน้าปัดทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมลุคสปอร์ต พร้อมกระจกแซฟไฟร์คริสตัล (Sapphire crystal) ซึ่งทนทานต่อรอยขีดข่วน

EDIFICE

ส่วนอีกหนึ่งคอลเลคชั่น เป็นการออกแบบร่วมกับทีม Honda Racing ได้แก่ EQB-1000HRS และ EQB-1000HR นาฬิกาโครโนกราฟที่มีตัวเรือนบางพิเศษ ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar) และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ (Smartphone Link) สามารถบอกเวลาที่เที่ยงตรงและแม่นยำได้มากกว่า 300 ประเทศทั่วโลก หน้าปัดมีลักษณะพิเศษเป็นลวดลายสีดำและแดง จำลองช่วงเวลาของการเผาไหม้ในกระบอกสูบเครื่องยนต์

พร้อมขอบตัวเรือนที่ผลิตด้วยวัสดุอัลลอยพิเศษและไทเทเนียมซึ่ง เป็นวัสดุที่ใช้ในวาล์วเครื่องยนต์ หนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องยนต์รถแข่งที่ทนต่อแรงดันสูง ของการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง และประดับตราสัญลักษณ์ HondaRacing ที่บนหน้าปัดและฝาหลังของตัวเรือน และบนสายนาฬิกาสีแดงตรงกับสีของแบรนด์ฮอนด้า ผลิตจากเคฟล่า (Kevlar®) ประกบด้านในด้วยคอร์ดูล่า (Cordura®) ผ้าไนลอนเกรดพรีเมี่ยมซึ่งมีน้ำหนักเบาทนทานต่อการใช้งานและให้ลุคสปอร์ต นาฬิการุ่นลิมิเต็ดนี้มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์พิเศษ

EDIFICE

สำหรับนาฬิกา EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition รุ่น EQB-1000TR มีจำนวนจำกัดเพียง 80 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 28,000 บาท รุ่น EFR-S567TR มีจำนวนจำกัดเพียง 120 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 11,000 บาท

สำหรับนาฬิกา EDIFICE Honda Racing Limited Edition รุ่น EQB-1000HRS ใหม่ มีจำนวนจำกัดเพียง 20
เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 42,000 บาท รุ่น EQB-1000HR มีจำนวนจำกัดเพียง 60 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 24,000 บาท ทั้ง 2 รุ่นนี้วางจำหน่ายในไทยเป็นแห่งแรกของโลก