2 นักแข่งไทย กับเส้นทางความสำเร็จ เป้าหมายคือยืนโพเดียม รายการใหญ่ของเอเชีย “Super GT 2017” บนแทรคระดับโลก

Home / Motor Sport / 2 นักแข่งไทย กับเส้นทางความสำเร็จ เป้าหมายคือยืนโพเดียม รายการใหญ่ของเอเชีย “Super GT 2017” บนแทรคระดับโลก
Buriram Super GT Race 2017 Super GT 2017 Toyota ทีมไทยแลนด์ นักแข่งรถไทย บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที 2017

“การที่เรามีระเบียบวินัย และมีความซื่อสัตย์กับตัวเองแล้วนั้น หมายความว่าเราสามารถทำอะไร ก็ได้ให้มันบรรลุผล”
ณัฐวุฒิ เจริญสุขขะวัฒนะ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นักแข่งรถ Toyota ทีมไทยแลนด์ นักแข่งรถไทย มือระดับพระกาฬ ที่ผ่านสนามสุดโหดต่างแดนมานับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาเป็นทีมไทยทีมแรก และ ทีมเดียวที่มีโอกาสได้ประชันฝีมือในรายการอินเตอร์ใหญ่ระดับเอเชีย “Super GT 2017

ณัฐวุฒิ เจริญสุขขะวัฒนะ (ซ้าย) ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ (ขวา)

ด้วยประสบการณ์อันล้ำค่าในต่างแดน ความแตกต่างด้านสภาพสนามและภูมิอากาศที่ไม่เหมือน ประเทศไทย อย่างสนามนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมันนี คือสมรภูมิเลื่องชื่อที่ช่วยพัฒนาฝีมือและ ทักษะการแข่งของพวกเขาทั้งสองได้เป็นอย่างดี พร้อมเสริมความมั่นใจสู่การแข่งรายการที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในเอเชีย ‘Super GT 2017’ ในฐานะทีมไทยทีมแรกและทีมเดียวที่ลงแข่งเต็มรายการ และในวันนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับสายสปีดอย่าหยุดฝัน เราเลยมาสัมภาษณ์พิเศษ ถึงเส้นทางความสำเร็จของ 2 นักแข่งที่เก่งระดับเอเชีย

สะสมประสบการณ์สู่ความสำเร็จ
เส้นทางสู่ความสำเร็จของทั้ง 2 นักแข่งนั้น กว่าจะฝ่าฝันบนสนามประลองความเร็ว จนสามารถ ก้าวขึ้นโพเดียมรับตำแหน่ง “แชมป์” และเป็นนักแข่งแถวหน้าของเมืองไทย ได้อย่างสมศักดิ์ศรี นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆต่างต้องอาศัยการฝึกซ้อมและการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเข้มข้นมาตลอดชีวิต พี่วัว ณัฐวุฒิ หรือฉายา Mad Cow เล่าว่า “ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ผมมีส่วนร่วมในเรื่อง มอเตอร์สปอร์ตค่อนข้างเยอะ ทั้งการแข่งรถโกคาร์ท รถจักรยานยนต์ก็อีกกว่า 12 ปี ประสบการณ์ ของผมถ้าพูดถึงในวงการรถยนต์ ตอนนี้ก็จะประมาณ 25 ปี ซึ่งยาวนานพอสมควรครับ นอกจากนั้นยังมีกีฬาทางน้ำด้วยครับ”

ส่วนแมน ณัฐพงษ์: ก็บอกว่า “ผมเริ่มแข่งรถมาตั้งแต่อายุเก้าขวบเป็นระยะเวลาประมาณเกือบ 20 ปีครับ เริ่มจากการขับรถโกคาร์ทมาก่อน แล้วก็มาขับฟอร์มูล่า รถจะคล้ายๆโกคาร์ท ซิงเกิ้ลซีท แล้วก็ขยับขึ้นมาขับรถซูเปอร์คาร์”

จะประสบความสำเร็จสร้างชื่อให้กับประเทศไทยได้ “ทีมเวิร์กสำคัญ”
ณัฐวุฒิ “ผลงานที่ได้รางวัลมาค่อนข้างเยอะไม่รู้จะเรียบเรียงยังไง เพราะผมเองแข่งทั้งในประเทศ และต่างประเทศค่อนข้างเยอะ แข่งกันไปเรื่อยๆ ถ้าบอกว่า ‘ผลงานตรงนั้นเป็นผลงานที่เราทำกัน ทั้งทีมมากกว่าไม่ใช่ผมคนเดียว’ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ประเทศไทยก็หลายสมัยอยู่ แชมป์เอเชีย รวมไปถึงที่ต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาเก๊าถือว่าเป็นรายการใหญ่ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า เรารักและชอบตรงนั้น เป็นที่ที่ทำให้ผมมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก”

ณัฐพงษ์ “การได้แชมป์ฟอร์มูล่าเอเชียปี 1999 เป็นคนไทยคนเดียวที่ได้แชมป์ ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจ มาก”

วางเป้าหมายที่ใหญ่และท้าทายมากขึ้นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด
ณัฐวุฒิ “รายการซูเปอร์ จีที เป็นรายการใหญ่จริงๆ ของทางญี่ปุ่น ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วที่มีการแข่ง เก็บคะแนนในสนามบ้านเรา ในชื่อ “บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที 2017” ซึ่งมีผมกับแมน ณัฐวุฒิ ลงแข่ง ในนาม ‘แพนเทอร์ทีมไทยแลนด์’ เป็นทีมแรกทีมเดียวของไทยก็ว่าได้ ที่ได้ไปร่วมการแข่งขัน ทั้งซีรีส์ สิ่งที่เรามองเอาไว้ การที่เราออกไปเราต้องพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้ มากที่สุด ทำผลงานให้ดีที่สุด แน่นอนว่าเรื่องของชัยชนะเราก็คาดหวังอยากจะได้ อยากจะเห็น เหมือนกัน แต่เนื่องจากว่าเป็นปีแรกที่เราออกไป สนามแต่ละสนาม ก็คงต้องมีการเรียนรู้ และพัฒนา ทั้งตัวนักแข่งเอง ตัวรถเอง ทางทีมช่างเองก็ตาม ทีนี้ที่แข่งในสนามบ้านเราหรือ ‘โฮมเรซ’ เราก็คิดว่าถ้ามันมีโอกาสเข้าอยู่ใน 5 หรือ 3 อันดับแรก ได้ อันนั้นถือว่าเป็นความสำเร็จ สูงสุดจริงๆ สำหรับปีแรกที่ลงไปร่วมในการแข่งขันรายการนี้”

ร่างกายต้องฟิต เรียนรู้สนามที่จะแข่งให้เร็วที่สุด และข้อสำคัญต้องมีวินัยต่อตัวเอง เคล็ดลับความสำเร็จ
แมน ณัฐพงษ์ บอกว่า “ใช่ครับ อันดับแรกเรื่องร่างกายของเรา ฟิตซ้อมร่างกาย ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในการแข่งขันที่ดีที่สุด และอีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำความคุ้นเคย กับสนาม การเรียนรู้กับสนามให้เร็วที่สุด เพราะว่าเวลาเราไปแข่งที่ญี่ปุ่น สนามแข่งแต่ละที่ เราไม่เคยขับ มาก่อนเลย ถ้าเทียบจากนักแข่งคนอื่น ซึ่งคนที่นั่นเค้าแข่งกันมาอยู่แล้ว ก็ต้องหาวิธีการเรียนรู้ กับสนามให้ได้เร็วมากที่สุด

ณัฐวุฒิ “จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรมาก เพราะว่านักกีฬาทุกประเภทรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่สำคัญคืออะไร มันก็คือเรื่องของระเบียบวินัยตรงนี้ และความซื่อสัตย์กับตัวเอง เพราะว่าการที่เรามีระเบียบวินัย แล้ว นั้นหมายความว่าเราสามารถทำอะไรก็ได้ให้มันบรรลุผล ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรที่มันผิดพลาด ด้วยสิ่งที่เราคิดมั่นใจตัวเองเกินไป ที่เค้าเรียกว่า Over Confident ผมเชื่อว่าเราก็จะมีผลงานที่ดี และตัวเราเองก็สามารถจะพัฒนาไปในระดับต่อไปได้ ตรงนี้เป็นสิ่ง ที่สำคัญ

พื้นฐานที่ดีจะนำไปสู่ความสำเร็จเป็นนักแข่งอาชีพ และสร้างชื่อให้ประเทศได้
มุมมองของพี่วัว ณัฐวุฒิ ต่อวงการกีฬาแข่งรถบ้านเราเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ “ปัจจุบันนี้ มีนักแข่งใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควร สิ่งสำคัญที่จะทำให้วงการเราก้าวหน้า มันก็เป็นเรื่องของ พื้นฐานจริงๆ เพราะเนื่องจากว่าในต่างประเทศเค้ามีการปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กๆ การที่เค้าเริ่มจาก พื้นฐานที่ดี มันทำให้เค้าก้าวสู่การเป็นนักแข่งอาชีพได้ง่าย บ้านเรายังไม่มีองค์กร ยังไม่มีสถาบัน ที่บอกว่าเป็นการสอนการแข่งโดยตรง เราเองมักจะไปติดตามกันในสนาม ไปหาเพื่อนฝูง พี่น้อง เพื่อน แล้วก็ไปฝึกกันเอง เพราะฉะนั้นมาตรฐานการที่จะเป็นนักแข่ง ต้องยอมรับเราด้อยกว่าเค้า แต่ว่าด้วยใจที่บอกว่าคนไทยไม่เคยยอมแพ้ใครอยู่แล้ว ใจเรามีเกินร้อย เพียงแต่ว่าเทคนิคและ วิธีการของเรายังด้อยกว่า
แมน ณัฐพงษ์ เสริมว่า “จริง ครับ อย่างที่พี่วัวพูด อย่างผมที่เคยไปแข่งต่างประเทศมา หรือทาง แถบยุโรป จะเห็นว่ามีการปลูกฝังพื้นฐานตั้งแต่เด็กๆเลย ถ้าเด็กมีความชอบ ก็จะมีการสนับสนุน ให้เข้าสู่วงการ มอเตอร์สปอร์ต ฉะนั้นเค้าก็จะพื้นฐานดีกว่านักแข่งบ้านเรา”

เส้นทางการเป็นแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่นักแข่งทั้ง 2 มีคือ วินัย ความฝึกฝน ความมุ่งมั่น การที่จะได้ไปแข่งรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ‘Super GT 2017’ ไปในฐานะทีมไทยทีมแรก และทีมเดียวที่ลงแข็งเต็มรายการ Toyota ทีมไทยแลนด์ ถือเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นอีกก้าว แห่งความสำเร็จของการเป็นนักแข่งมืออาชีพ มาร่วมลุ้นและส่งกำลังใจ พร้อมเชียร์ 2 นักแข่ง ตัวแทนคนไทยลงสนาม สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในการแข่งขัน “Buriram Super GT Race 2017” ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคมนี้ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.Facebook.com/ToyotaTeamThailand