สนามเซปัง แสตมป์ อภิว้ฒน์ โมโตจีพี โมโตทรี ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ไวลด์การ์ด

THAI YAMAHA พอใจผลงาน อภิวัฒน์ ใน Moto3 ชี้สานต่อเรซระดับโลกแน่นอน

Home / Motor Sport / THAI YAMAHA พอใจผลงาน อภิวัฒน์ ใน Moto3 ชี้สานต่อเรซระดับโลกแน่นอน

“ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” ค่ายผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำ และผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ต เผยพอใจกับผลการแข่งขันของ “แสตมป์ อภิว้ฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 กับการลงบิดสิทธิ์ ไวลด์การ์ด ใน โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้เป็นประสบการณ์สุดล้ำค่าที่นักบิดไทยได้เรียนรู้ เผยมีสานต่อการแข่งขันระดับโลกแน่นอน

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ โมโตจีพี เดินทางถึงสนามรองสุดท้ายของปี ซึ่งดวลความเร็วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ภายใต้รายการ มาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ โดยในสนามนี้มีนักบิดไทยอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 จาก วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม เข้าร่วมแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพด้วย

แสตมป์ อภิว้ฒน์

โดยการแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ออกสตาร์ทเรซในเวลา 9.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่ง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ภายใต้รถแข่งหมายเลข 9 เจอสถานการณ์ยากลำบากตลอดทั้งสุดสัปดาห์ นับตั้งแต่การซ้อมครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 3 ก่อนจะคว้ากริดสตาร์ทที่ 26 มาครอง สำหรับเรซในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ช่วงแรกของการแข่งขันที่เข้มข้นของ โมโตทรี สนามนี้ นักบิดไทยทะยานขึ้นมาเกาะกลุ่มหน้าได้อย่างรวดเร็ว ทว่าจากเกมสุดโหด และการเซ็ตอัพที่ยังไม่ลงตัวส่งผลให้ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 จบการแข่งขันด้วยอันดับ 22 ตามหลังแชมป์อย่าง ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก เดล คอนซ่า เกรซินี โมโตทรี อยู่ 34.468 วินาที ทว่านักบิดไทยก็สามารถทำเวลาต่อรอบได้ใกล้เคียงกับนักบิดในกลุ่มนำของโมโตทรีหลายคน

แสตมป์ อภิว้ฒน์

ภายหลังจบการแข่งขัน มาเลเซียน กรังด์ปรีซ์, นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ และสถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บอสใหญ่ของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า “ถือเป็นประสบการณ์ที่เราได้ต่อยอดจากการส่งนักแข่งไทยเข้าร่วมแข่งขันจาก พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ซึ่งสนามนี้เราก็เชื่อว่าจะเป็นงานยากของเรา แต่ทีมก็มีปัญหาเรื่องการเซ็ตอัพมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การซ้อม ทำให้ยากต่อการแข่งขัน นักบิดของเราทำความเร็วเข้ากลุ่มไม่ได้ ต้องขี่คนเดียวทำให้ยากที่จะไล่ตามคนอื่นๆ แสตมป์ จบเรซในอันดับ 22 ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญมาก ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่าทีมจะต้องพร้อมในการที่จะก้าวไปด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องการเซ็ตอัพ ซึ่งนักแข่งของเรา และทีมต้องช่วยกันหาจุดที่ลงตัวให้มากที่สุด โดยจะต้องป้อนข้อมูลให้กัน และกันให้ได้ นี่คือสิ่งที่จะต้องแก้ไขต่อไป”

แสตมป์ อภิว้ฒน์

“แน่นอนว่า แสตมป์ ยังเป็นนักแข่งที่มีความสามารถ และพรสวรรค์ เขาอยู่ในระดับกลุ่มท็อปเท็นเสมอในการแข่งขัน โมโตทรี จูเนียร์ ผมคิดว่าเขายังคงพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเราเองยังคงดูอยู่ว่าจะขยับให้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นอาจจะเป็น โมโตทรี หรือ โมโตทู ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งสองทาง”

ด้าน “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 ให้สัมภาษณ์หลังจบการแข่งขันว่า “เรซนี้เป็นเรซที่ยากมากสำหรับผม และทีม เราเสียการซ้อมช่วงหนึ่งไปเต็มๆ จากการล้มในรอบ FP2 ของวันแรก ทำให้เรายังหาเซ็ตอัพที่ลงตัวไม่ได้ การแข่งขันในเรซนี้เราได้ประสบการณ์ที่เยอะมากๆ ครับ โดยเฉพาะในเรซระดับเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งนักบิดทุกๆ คนปรับตัวได้เร็วมาก และเราเองก็ต้องเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้น สนามนี้อาจยังไม่ใช่เรซของเรา แต่ผมจะยังไม่หยุดพัฒนา ฝากแฟนๆ ติดตามผลงานด้วยครับ”

สำหรับ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 ยังมีคิวลงแข่งขันในศึก เอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2018 สนามสุดท้ายในวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ ที่ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน