TOP EXPERIENCE AT MICHELIN PILOT SPORT EXPERIENCE ประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืม

Home / ข่าวรถยนต์ / TOP EXPERIENCE AT MICHELIN PILOT SPORT EXPERIENCE ประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืม

ในแวดวงยานยนต์ มีบุคคลมากมายที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวจริง และคลั่งไคล้การขับขี่แบบ Performance (เน้นสมรรถนะก่อนความสวยงาม) หนึ่งในนั้นก็คือหนุ่มมากความสามารถที่เป็นทั้งพิธีกร และนักธุรกิจหนุ่ม ท็อป ณัฐเศรษฐ์ เพราะนอกเหนือจากธุรกิจส่วนตัว และพิธีกรที่เราเห็นกัน ในอีกมุมเขาคือผู้มีความชื่นชอบรถยนต์ และซูเปอร์คาร์ ผู้คลุกคลีกับรถมาตั้งแต่เล็ก ล่าสุด คุณท็อปได้มีโอกาสไปร่วมงาน MICHELIN Pilot Sport Experience ณ สนามแข่งรถ Formula1 ณ สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย พร้อมกลับมาเล่าที่มาที่ไปของความเป็นคนรักรถ และ “ประสบการณ์การขับขี่ ที่ไม่มีวันลืม” ของเขาให้เราฟัง

TOP MICHELIN8

เริ่มแรกคุณท็อปเกริ่นให้เราฟังก่อนว่าที่มาที่ไปของการชื่นชอบรถ ตอนเด็กๆเห็นรถสวยไม่ได้ต้องเข้าไปนั่ง เข้าไปมอง และกิจกรรมที่ไปกับคุณพ่อประจำคือไปดูมอเตอร์โชว์ ที่สวนอัมพร ทุกปี ซึ่งจากจุดนี่เองทำใหคุณท็อปเริ่มสนใจและลงลึกเรื่องรถมาก เมื่อมีรถคันแรก ก็มีโอกาสขับมากขึ้น และเรียนรู้การขับขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งรู้ว่า รถที่วิ่งในถนน เราใช้ Performance ไปแค่ 10%-20% เมื่อลองขับในแทร็คจึงรู้ว่ามันแรงกว่านั้นเยอะ และเมื่อได้ขับรถแรง คุณท็อปก็เข้าใจว่าส่วนประกอบอื่นๆของรถก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะ “ยาง”

TOP MICHELIN3

เมื่อเราถามคุณท็อปว่าทำไมให้ความความสำคัญกับยางมากที่สุด “รถกับยางเหมือนเป็นมือเป็นเท้าเรา เมื่อเราเข้าไปอยู่ในรถเรากับรถต้องเหมือนเป็นคนๆเดียวกัน” พร้อมเล่าต่อถึงประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องยางระเบิด หรือข่าวตามทีวีที่เราจะได้เห็นเรื่องรถยางระเบิดต่างๆ เขาจึงให้ความสำคัญกับยาง

TOP MICHELIN9

เมื่อได้มีโอกาสไปร่วมงงาน MICHELIN Pilot Sport Experience จึงได้เข้าใจแนวคิดและความสามารถของยางมิชลินลึกยิ่งขึ้น และไม่ใช่แค่เรื่องของยางเท่านั้น แต่งานนี้เหมือนกับเปิดโลก Motorsport ของคุณท็อปแบบเต็มๆ

TOP MICHELIN1

“เป็นทริปที่ประทับใจมากซึ่งทุกวันนี้ยังคิดเสมอว่าเป็นทริปที่ผมสนุกที่สุด” การได้ขับ Formula 4 เป็นอะไรที่สุดยอดมาก คุณท็อปเล่าถึงสเตชั่นแรกที่ได้ลอง และ Renault Touring Car ก็เป็นอีกสเตชั่นที่คุณท็อปได้เห็นประสิทธิภาพของยางมิชลินแบบเต็ม และสามารถกด Speed ได้เต็มที่ และยิ่งสเตชั่นสุดท้ายเป็นรถ Citroen Rally ที่เป็นในสนามดิน “เป็นครั้งแรกเลยครับได้ขับในสนามแรลลี่ พอขับวันนั้นผมก็รู้สึกได้เลยว่า สิ่งที่ช่วยไม่ให้รถผมตกจากสนามก็คือ ยาง เพราะว่าวันนั้นผมเข้าโค้งผิดๆถูกๆ ได้แต่หักพวงมาลัยอย่างเดียว ทุกครั้งที่รู้สึกว่าจะ หลุด ตัวยางนี่แหละที่ทำให้มันเกาะรถไว้นี่อยู่ในสนามได้ และทำให้เราสามารถจะเข้าทุกโค้ง” ซึ่งสเตชั่นนี้คุณท็อปบอกว่าประทับใจยางมิชลินสุดๆ “มันช่วยเราจริงๆมันช่วยในการเกาะถนนอยู่หรือ อยู่บนแทรกได้จริงๆ มันเป็นสเตชั่นที่ประทับใจมิชลินเต็มๆก็สเตชั่นนี้ล่ะครับ”

TOP MICHELIN5

หลังจากกลับมา คุณท็อปสรุปให้เราฟังว่า จากที่เป็นแฟนพันธ์แท้ยางมิชลิน เลยรู้สึกประทับใจยางมิชลินมากขึ้นไปอีก “ความรู้สึกของผมผมรู้สึกว่ามิชลินใช้งานได้ยาวกว่านานกว่า ไม่ค่อยแห้งกรอบเร็วเหมาะกับอากาศแบบนี้ที่เมืองไทย ผมกล้าขับเร็วขึ้นในโค้งนี้ผมกล้าที่จะเบรคให้ลึกขึ้น และกล้าออกตัวให้เร็วขึ้น โดยไม่หลุดออกจากโค้ง ผมก็กล้าใส่แต่มันมีบ้างที่มันเกิดอาการปัดของรถ ซึ่งที่ผ่านมายางก็ช่วยผมเยอะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนหรือในสนามแข่งครับ”

คุณท็อปยังเสริมต่อ ในแง่ของการขับแบบ Performance มิชลินเป็นยางที่ดีทั้งบนแทร็คและถนนจริง ปกติยางทั่วไปจะมีดีแค่สนามใดสนามหนึ่ง แต่มิชลินขับช่วยให้ผมขับได้ดีทุกสภาวะ ช่วยให้เราไม่ต้องเปลี่ยนยางสำหรับแข่งหรือยางสำหรับวิ่งทั่วไป “ผมประทับใจมากขึ้นไปอีก ตรงที่ว่าเขา customize ยางเขา เรามีโอกาสได้เห็นยางหลายๆแบบหลายๆรุ่นว่าจริงๆเค้าใส่ใจกับยางของเค้ามากๆ เพียงแต่ว่าเราต้องซื้อให้ถูกสเป็ค เพื่อให้เหมาะสมกับวิธีการขับและสไตล์ในการใช้รถของเรา” และที่สำคัญยางมิชลินยังเหมาะกับทุกสภาวะในประเทศไทยไม่ว่าจะช่วงหน้าฝนหรือหน้าร้อนก็ให้สมรรถนะที่ดีอยู่ตลอด

ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้คนที่ใส่ใจเรื่องยาง อย่างคุณท็อป ยิ่งมองเห็นความสำคัญของยางมากขึ้น เพื่อให้การขับขี่ทุกครั้งมีคุณภาพตามสไตล์คนรักรถ