All New BMW Series 7 สุนทรียภาพแห่ง การขับขี่ยนตรกรรมหรู

Home / ข่าวรถยนต์ / All New BMW Series 7 สุนทรียภาพแห่ง การขับขี่ยนตรกรรมหรู

All New BMW Series 7

• ปุ่มควบคุมiDriveพร้อมระบบสัมผัส และฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวมือ โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ(BMW Gesture Control)
• ผู้โดยสารตอนหลังสามารถควบคุมระบบความบันเทิง ผ่านจอสัมผัสบนแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วนอกจากนี้ยังเพลิดเพลินกับหลังคา Sky Lounge panorama และไฟ Welcome Light Carpet
• เทคโนโลยี BMW EfficientLightweightใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Coreช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถได้มากถึง 130 กิโลกรัม

S7-9

บี เอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่ นิยามแห่งความร่วมสมัยและล้ำยุคของสุนทรียภาพแห่ง การขับขี่ยนตรกรรมหรูนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับสมรรถนะและความปราดเปรียวในการขับขี่ รวมไปถึงความปลอดภัย ความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานความสะดวกสบายและความสุขในระหว่างการเดินทางไกล การเปิดตัวของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่ในครั้งนี้ ยังนำเสนอนวัตกรรมที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีที่โดดเด่นใน ฐานะผู้นำการผลิตรถยนต์พรีเมี่ยมระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

S7-11

มร. แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่นี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ของตระกูลนี้ และถือเป็นที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 เท่าที่เราเคย ผลิตมาและเป็นมาตรฐานใหม่ของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในเซ็กเมนต์นี้ที่มาพร้อม สมรรถนะและประสิทธิภาพใหม่แห่งการขับขี่”

S7-6

“นับเป็นครั้งแรกที่ คอนเซ็ปต์ Carbon Core นำมาใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่ All New BMW Series 7  โดยเราได้นำหลักการของคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู i8 มาใช้กับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่นี้ การผสมผสานที่ก้าวล้ำของการใช้วัสดุต่างๆ ทำให้ยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ทรงพลังสูงสุดและน้ำหนักเบาที่สุด แต่ยังคงความเป็นรถซีดานที่หรูหราและทรงประสิทธิภาพที่สุดด้วยเช่นกัน”

BMW-s7-27

“แน่ นอนว่า บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7โฉมใหม่ ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ขับขี่เท่านั้น เรายังได้สร้างสรรค์ความเป็นยานยนต์ระดับ “เฟิร์สคลาส” สำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยเช่นกัน ลูกค้าของเราจะได้รับความรู้สึกพิเศษ จากการต้อนรับในแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วย Light Carpetกับแนวไฟสามมิติที่ส่องทอดยาวจากแนวประตูด้านหน้าสู่พื้น Panorama Sky Lounge ที่ช่วยสร้างอารมณ์อันสมบูรณ์แบบด้วยแสงไฟจาก 15,000 ดวงภายใต้หลังคา เพื่อบรรยากาศในห้องโดยสารที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกสีของไฟได้ตามใจชอบ และยังรวมถึงBMW Touch Command ด้วยจอแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วที่สามารถควบคุมความบันเทิงและความสะดวกสบายต่างๆ ได้อย่างเต็มที่”

BMW-s7-38

“บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่ All New BMW Series 7 เป็นการสร้างความหรูหราแห่งอนาคต ที่เริ่มขึ้นในวันนี้ ถือเป็นรุ่นแฟลกชิปของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู และยังเป็นยานยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าในระดับอีลิตที่ชื่น ชอบในเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ” การออกแบบที่แสดงถึงความล้ำสมัย ความปราดเปรียว ความหรูหราสง่างามที่ไม่เหมือนใคร

S7-7

การออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่ สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งสัดส่วนที่งดงามลงตัว การออกแบบภายนอกอย่างพิถีพิถัน เส้นสายเฉียบคมที่แสดงถึงความทันสมัย ปราดเปรียวและสง่างาม ดุลยภาพแห่งสุนทรียะในการขับขี่และความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล ที่แสดงออกมาผ่านสุดยอดยนตรกรรมหรูอย่างไร้ที่ติ

S7-17

มร. เอเดรียน ฟาน ฮอยดองก์ รองประธานอาวุโส บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ดีไซน์ กล่าวว่า “สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู เราเชื่อว่าอนาคตสามารถออกแบบได้จุดประสงค์หลักของการพัฒนารถรุ่นใหม่ๆ คือการสร้างสรรค์ความหรูหรา ล้ำสมัย ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ในวิสัยทัศน์ของบีเอ็มดับเบิลยูความหรูหราทันสมัยมาจากเทคโนโลยีที่เหนือ กว่า และความพิถีพิถันใส่ใจอย่างสูงสุดในทุกรายละเอียดบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 รุ่นใหม่นี้ คือ ที่สุดของความหรูหรา ที่สุดของความสะดวกสบาย และเหนือสิ่งอื่นใด นี่คือรถที่บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ที่ดีที่สุดที่เราเคยสร้างขึ้นมา”

BMW-s7-22

รถยนต์รุ่นแฟลกชิปที่มาพร้อมสมรรถนะล้ำหน้าและรูปลักษณ์ดึงดูดสะกดทุกสายตา
เช่น เดียวกับรุ่นก่อนหน้า บีเอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่ เป็นรุ่นฐานล้อยาว มีขนาดความยาวของตัวรถ 5,238 มิลลิเมตร กว้าง 1,902 มิลลิเมตร สูง 1,485 มิลลิเมตร และเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ บีเอ็มดับเบิลยูเท่าที่เคยผลิตมา และยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกของบีเอ็มดับเบิลยูที่ใช้ฟีเจอร์ Air Flap Control ซึ่งจะทำงานเมื่อระบบต้องการระบายความร้อนโดยนอกจากจะพัฒนาสมรรถนะด้านแอโร ไดนามิกส์ให้กับรถแล้วยังเพิ่มความสะดุดตาให้กับส่วนหน้าของรถด้วยจำนวนซี่ ของไตคู่บีเอ็มดับเบิลยูที่เพิ่มขึ้นไฟหน้ายังได้รับการออกแบบขยายไปจนถึง ขอบไต ในขณะที่ไฟทรงกลมคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลถูกจัดวางอย่างพอดี ช่วยทั้งการใช้งานและดึงดูดสายตา นอกจากนี้ ยังเป็นไฟแอลอีดี โดยมีให้เลือกแบบเลเซอร์ไลท์ด้วยเช่นกัน ซึ่งล้วนขับเน้นเทคโนโลยีอันละเอียดอ่อนที่เหนือชั้น ไฟหน้าแบบเลเซอร์ไลท์สามารถสังเกตได้จากแถบสีฟ้าตรงกลางของดวงไฟ

S7-24

All New BMW Series 7  BMW EfficientLightweight: โครงสร้างแบบ Carbon Core ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถได้มากถึง 130 กิโลกรัม
เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ช่วยลดน้ำหนักรวมของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7โฉมใหม่นี้ได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ผลิตด้วยCarbon Core ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู i8 ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 เป็นรถยนต์รุ่นแรกในเซ็กเมนต์นี้ที่ใช้โครงสร้างผลิตจากพลาสติกเสริมเส้นใย คาร์บอน (CFRP)ผสมผสานกับโครงสร้างเหล็กและอะลูมิเนียม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงของห้องโดยสารในขณะเดียวกันก็ช่วยลด น้ำหนักของตัวรถได้อย่างมาก

BMW-s7-14

สมรรถนะและความสะดวกสบายของการขับขี่ที่ได้รับการออกแบบเพื่อการใช้งานในทุกสภาพด้วยมาตรฐานสูงสุด
เทคโนโลยี ช่วงล่างในรุ่นมาตรฐานช่วยยกระดับสมรรถนะและคุณภาพในการขับขี่ของบีเอ็มดับ เบิลยู 740Li โฉมใหม่ ในขณะเดียวกันความสมดุลย์ทั้งสองประการของสุนทรียภาพในการขับขี่ ได้ยกระดับให้ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่นี้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดในเซ็กเมนต์รถยนต์หรู โดยในรุ่นมาตรฐานได้รวมช่วงล่างแบบถุงลม สำหรับเพลาขับทั้งหน้าและหลังและระบบควบคุมความนุ่มนวลของโช้กอัพเอาไว้ด้วย

S7-33

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้มอบอิสระแห่งการขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกใช้งานโหมดที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานใน Sport Mode หรือ Eco Pro Modeเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ หรือเลือกใช้ ADAPTIVE modeซึ่งสามารถเรียกใช้งานได้ผ่านสวิทซ์ควบคุมแบบใหม่ การตั้งค่าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบในการขับขี่และประเภทของเส้นทาง

S7-5

All New BMW Series 7  การสั่งการด้วยระบบสัมผัสและการเคลื่อนไหวมือ
ใน บีเอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่ ใช้หน้าจอควบคุม iDrive ในระบบสัมผัสเป็นครั้งแรก ซึ่งนอกจากจะสามารถควบคุมระบบต่างๆ ในแบบเดิมแล้ว ระบบสัมผัสแบบใหม่นี้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถ เลือกสั่งการและควบคุมจากการสัมผัสหน้าจอได้เช่นกัน

BMW-s7-12

อีกหนึ่งฟังก์ ชั่นใหม่ของการใช้งานร่วมกับระบบ iDriveคือการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ หรือ BMW Gesture Control ซึ่งถูกนำมาใช้งานเป็นครั้งแรกเซ็นเซอร์ 3 มิติจะจับการเคลื่อนไหวของการสั่งงานระบบควบคุมความบันเทิงและการสื่อสาร ซึ่งใช้งานได้อย่างง่าย เช่น การปรับระดับเสียง การรับหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าโทรศัพท์ เป็นต้น

S7-31

บีเอ็มดับเบิลยู ทัช คอมมานด์: เชื่อมต่อรถกับโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
นวัต กรรมของระบบควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่นซึ่งใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่นั้นมาในรูปแบบของ บีเอ็มดับเบิลยู ทัช คอมมานด์ (BMW Touch Command)หรือควบคุมสั่งการด้วยระบบสัมผัสผ่านหน้าจอแท็บเล็ตพกพาขนาด 7 นิ้ว สามารถใช้งานได้จากทั้งภายในและนอกตัวรถ ซึ่งสามารถปรับและควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นการปรับที่นั่ง แสงไฟภายในตัวรถ การปรับอุณหภูมิ รวมถึงระบบความบันเทิงต่างๆ ระบบนำทาง และระบบการสื่อสาร และยังสามารถเล่นไฟล์เพลงและวิดีโอ รวมถึงใช้เป็นเกมส์คอนโซลได้อีกด้วย

BMW-s7-21

สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับแห่งการโดยสารด้วย Ambient Light หลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama และไฟ Welcome Light Carpet ด้วยบรรยากาศที่หรูหราภายในบีเอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่ที่ได้รับการออกแบบแสงไฟอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะไฟ Welcome Light Carpet ที่ให้ความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟด้วยเส้นนำสายตารอบตัวรถประหนึ่งการปูพรมต้อน รับ อีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษที่มาพร้อมกันคือไฟ Ambient Light ที่ช่วยสร้างบรรยากาศความหรูหราให้กับห้องโดยสาร

S7-15

บีเอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่ ยังมาพร้อมกับหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panoramaช่วยสร้างบรรยากาศเสมือนท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวหลากสี เป็นอีกหนึ่งความพิเศษเหนือระดับรถยนต์ซีดานหรูในเซ็กเมนต์เดียวกัน

S7-16

บีเอ็มดับเบิลยูเลเซอร์ไลท์: ความแตกต่างที่เหนือกว่าในเซ็กเมนต์รถซีดานหรู
อีก ฟีเจอร์ใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู 740Li ที่แตกต่างจากรถยนต์ซีดานในเซ็กเมนต์เดียวกันคือ บีเอ็มดับเบิลยู เลเซอร์ไลท์ (BMW Laserlight)ซึ่งคล้ายกับที่ใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู i8 ด้วยเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู เซเลคทีฟบีม (BMW Selective Beam) ช่วยลดความพร่ามัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพิ่มเติมจากไฟแอลอีดีในรุ่นมาตรฐาน ไฟหน้าแบบเลเซอร์นี้มีแสงสีขาวและให้ความสว่างได้ในระยะ 600 เมตรสำหรับไฟสูง ซึ่งเป็นระยะที่ไกลกว่าความสว่างจากไฟหน้าแบบแอลอีดีถึงสองเท่าและให้ความ เข้มของแสงมากกว่าไฟหน้าแบบแอลอีดีถึงสี่เท่า

S7-18

ช่วงล่างแบบถุงลมและระบบควบคุมความนุ่มของโช้กอัพที่มาในรุ่นมาตรฐาน
ด้วย ช่วงล่างระบบถุงลม สำหรับเพลาขับทั้งหน้าและหลัง และระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่มาพร้อมกับทุกองค์ประกอบเพื่อสร้างความแม่นยำ การเคลื่อนไหวในการขับขี่อย่างมั่นคงและสอดประสานอย่างกลมกลืน ช่วงล่างแบบถุงลมซึ่งทำงานด้วยการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อัดลมเข้าไปเก็บใน ถังลม ทำให้สามารถรักษาระดับของรถไว้ได้แม้ในเวลาที่เครื่องยนต์หยุดทำงาน ระดับความสูงของรถจะถูกปรับให้คงที่อยู่เสมอไม่ว่าจะมีน้ำหนักบรรทุกเท่า ไหร่ก็ตาม และเนื่องจากในแต่ละล้อมีตัวจ่ายลมที่ทำงานอย่างเป็นอิสระ จึงสามารถปรับระดับของรถให้เสถียรได้ แม้ว่าน้ำหนักในการบรรทุกของล้อแต่ละข้างจะไม่เท่ากันก็ตาม นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับการควบคุมระดับนี้ได้ด้วยตนเองทั้งใน ระหว่างการขับขี่บนท้องถนน หรือแม้แต่การขับในพื้นที่ต่างระดับเช่นในอาคารจอดรถที่มีความลาดชัน การปรับระดับจะกลับสู่ค่ามาตรฐานโดยอัตโนมัติที่ความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่ออยู่ในโหมด SPORT และใช้ความเร็วสูงในการขับขี่ ระบบจะปรับระดับความสูงของตัวรถลงมา 10 มิลลิเมตรโดยอัตโนมัติ

S7-26

เครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบแถวเรียง รุ่นใหม่
บี เอ็มดับเบิลยู 740Li โฉมใหม่นี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยปริมาตรกระบอกสูบขนาด 3 ลิตร ซึ่งใช้เทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยูทวินพาวเวอร์เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 240กิโลวัตต์ / 326 แรงม้า ที่ 5,500 ถึง 6,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งความเร็วจากศูนย์ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.6 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 14.3 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2อยู่ที่ 166กรัมต่อกิโลเมตร ตามการทดสอบของอียู

S7-1