EV car jaguar Jaguar I-Pace จากัวร์ รถยนต์ไฟฟ้า

2021 Jaguar I-Pace สไตล์ใหม่ พร้อม Pivi Pro ที่ใช้ง่ายเหมือนสมาร์ทโฟน

Home / ข่าวรถยนต์ / 2021 Jaguar I-Pace สไตล์ใหม่ พร้อม Pivi Pro ที่ใช้ง่ายเหมือนสมาร์ทโฟน

Jaguar เปิดตัว 2021 Jaguar I-Pace รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับการเสริมเทคโนโลยีใหม่หลายรายการ ควบคู่กับบุคลิกใหม่ที่เรียบง่าย ในราคาเริ่มต้นที่ 65,195 ปอนด์ หรือราว ๆ 2.5 ล้านบาท

โดยไฮไลท์ในการปรับโฉมครั้งนี้คือการนำเสนอระบบอินโฟเทนเมนต์  Pivi Pro ใหม่ล่าสุด ที่ระบุว่าสามารถใช้งานได้ง่ายเหมือนสมาร์ทโฟน โดยจะสามารถเชื่อมโยงและแสดงผลผ่านจอดิจิตอล 3 จอด้วยกัน ทั้งจอเรือนไมล์ดิจิตอล 12.3 นิ้ว, จอสัมผัสกลางคอนโซลหน้า 10 นิ้ว และจอควบคุมระบบภายในรถ 5 นิ้ว ขนาบด้วยแป้นหมุนปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซน

ขณะเดียวกับ Pivi Pro ใหม่ล่าสุด ยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Apple CarPlay, Android Auto, Bluetooth ที่สามารถจับคู่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 2 เครื่อง

รวมถึงมีที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายเสริมใต้คอนโซลกลาง, ช่องใส่ซิมการ์ดคู่ รองรับ 4G และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, ชุดเครื่องเสียง Meridian ที่มาพร้อมลำโพงเสริมอีก 2 ตัว รวมมากถึง 16 ลำโพง, และซับวูฟเฟอร์ 1 ตัว และระบบฟอกอากาศทั้งรหว่างขับขี่ และระบบฟอกอากาศก่อนขึ้นรถ

ตัวรถได้รับการปรับปรุงก้อง 360 องศารอบคัน พร้อมกับติดตั้งกระจกดิจิตอล ClearSight เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ทำงานร่วมกับกล้องมุมกว้าง ที่อยู่ตรงด้านล่างของเสาอากาศบนหลังคารถ

Jaguar I-Pace รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ จะได้รับสีตัวถังใหม่อีก 3 สี ได้แก่ สีแดง Caldera Red, สีฟ้า Portofino Blue และสีเทา Eiger Gray พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อแพ็คเกจ Black Pack เพื่อมอบบุคลิกที่สมบูรณ์แบบ โดยมีทั้งกระจังหน้าสีเทา Atlas Gray, ชิ้นส่วนขอบตะแกรง Noble Chrome, ขอบกระจกหน้าต่าง Satin Chrome, ฝาครอบกระจกมองข้าง Atlas Gray รวมถึงโลโก้รถด้านท้ายสีดำเงา

ด้านขุมพลัง Jaguar I-Pace นั้นได้มีการปรับปรุง On-board Charger 11 kW โดยจะได้รับเป็นออพชั่นมาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จที่ดียิ่งขึ้น โและช่วยให้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 53 กม./ชาร์จทุก 1 ชั่วโมง จากผลการทดสอบ WLTP

สำหรับระยะเวลาการชาร์จไฟฟ้าจาก 0 – 100% นั้น เมื่อชาร์จผ่าน Wall Box 11 kW จะใช้เวลาเพียง 8.6 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็น 7 kW จะใช้เวลามากถึง 12.75 ชั่วโมง หรือราว ๆ  35 กม./ชาร์จทุก 1 ชั่วโมง และหากชาร์จด้วยเครื่องชาร์จ 50 kW จะสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 63 กม. / ชาาร์จทุก 15 นาที และหากใช้เครื่องชาร์จ 100 kW เพียงแค่ชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 126 กม. เลยทีเดียว

สำหรับมอเตอร์ ระบบขับเคลื่อน และแบตเตอรี่ ยังคงเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว สมรรถนะรวม 400 แรงม้า แรงบิด 696 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาด  90 kWh ซึ่งผลการทดสอบจาก WLTP สามารถวิ่งได้ไกลสุด 470 กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง