nissan Nissan Fairlady Z Nissan Z Nissan Z Proto นิสสัน รถสปอร์ต

5 ทศวรรษ Nissan Z Series จากอดีตสู่ Z Proto ที่แฟน ๆ ทั่วโลกจับตามอง

Home / ข่าวรถยนต์ / 5 ทศวรรษ Nissan Z Series จากอดีตสู่ Z Proto ที่แฟน ๆ ทั่วโลกจับตามอง

รถสปอร์ตจากญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นรถที่มาแรงและได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งค่ายรถยนต์ชั้นนำต่างส่งรถสปอร์ตมาทำตลาดกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเทคโนโลยีและขุมพลังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หนึ่งในรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ Nissan Z หรือ Nissan Fairlady Z รถสปอร์ตคูเป้จากแบรนด์นิสสันที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

และในเวลานี้ก็มีข่าวดีว่า Fairlady Z จะเปิดตัวโฉมใหม่ในชื่อ Z Proto ที่จะมาสานต่อจิตวิญญาณของรถสปอร์ตรุ่นเล็กที่ทรงพลังและล้ำสมัยเท่าทันเทรนด์โลกยิ่งขึ้นหลังจากโฉมปัจจุบันได้โลดแล่นมาอย่างยาวนานกว่าสิบปีนับตั้งแต่ทำตลาดอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2009 แต่ก่อนที่จะได้พบกับโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ มาเล่าย้อนความเป็นมาของรถสปอร์ตรุ่นเล็กที่กำเนิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1969 ซึ่งเป็นช่วงที่ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นหลายเจ้าเดินหน้าทำตลาดในต่างประเทศอย่างดุเดือด

โดยในเวลานั้น Mr. Yutaka Katayama หรือ Mr. K ผู้บริหารใหญ่ของแบรนด์ Nissan USA ที่ถือได้ว่าเป็นบิดาของรถสปอร์ตตระกูล Z ที่สร้างชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยแนวคิดที่จะนำเสนอรถสปอร์ตที่มีดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะสูง และสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายในราคาที่ไม่แพง

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 1 (1969 – 1978)

Nissan Z

เดือนตุลาคม ปี 1969 Nissan Fairlady Z (S30) ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อของละครเวทีเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียง ณ ขณะนั้น ในชื่อว่า My Fair Lady ซึ่งเป็นละครเวทีที่ Mr. K ประทับใจอย่างมากจนได้ต่อยอดสู่รถสปอร์ตที่มีเส้นสายตัวถังที่โดดเด่น สวยงาม ราวกับรถสปอร์ตจากยุโรป สมรรถนะเป็นเลิศ โดยสเปคญี่ปุ่นจะใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 2.0 ลิตร SOHC L20A 130 แรงม้า

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่น จึงได้ทำตลาดในอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ Datsun 240Z พร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงความจุ 2.4 ลิตร L24 สมรรถนะ 151 แรงม้า ซึ่งหลังจากเปิดตัวในวันที่ 22 ตุลาคมปี 1969 ถึง 1971 สามารถทำยอดขายมากถึง 45,000 คัน และด้วยกระแสที่ร้อนแรงอย่างมาก เมื่อถึงปี 1972 ก็สามารถทำยอดขายสูงสุดถึง 50,000 คันเลยทีเดียว และยังถูกลงสนามแข่ง คว้ารางวัลจากสนามแข่งหลายรายการ ตอกย้ำความแรงของรถสปอร์ตจากญี่ปุ่นที่พุ่งสูงสุดขีด

ในปี 1974 ก็ได้เปิดตัว Datsun 260Z ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ความจุ 2.6 ลิตร แต่สมรรถนะลดลงเหลือ 139 เนื่องจากต้องปรับเครื่องยนต์ให้รับกับข้อบังคับด้านมลพิษในสหรัฐอเมริกา ส่วนภูมิภาคอื่น ๆ จะให้สมรรถนะ 154 แรงม้า พร้อมรุ่นฐานล้อยาวสำหรับห้องโดยสาร 2+2 ที่นั่ง จากนั้นจนถึงปี 1975 ก็ได้เปิดตัว Datsun 280Z ที่ได้รับการยกระดับเครื่องยนต์ใหม่ด้วยความจุ 2.8 ลิตร พร้อมหัวฉีดน้ำมันจาก Bosch จนให้สมรรถนะสูงสุดถึง 171 แรงม้า

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 2 (1978 – 1983)

Nissan Z

แม้ว่าที่ตลาดญี่ปุ่นยังคงใช้ชื่อ Nissan Fairlady Z รหัสตัวถังใหม่ (S130) พร้อมปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยขึ้น ออพชั่นมากขึ้น (เช่น เบาะหนัง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ) รวมถึงพัฒนาโครงสร้างและช่วงล่างใหม่ แต่ยังแฝงกลิ่นอายของรถสปอร์ตคูเป้ท้ายลาดไฟกลมโตที่สร้างชื่อในเจนเนอเรชั่นแรก และยังได้เปิดตัวเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 2.0 ลิตร รหัส L20ET พร้อมเทอร์โบ 143 แรงม้า

ขณะที่สเปคอเมริกา ก็ได้สานต่อความสำเร็จจาก Datsun 280Z มาพัฒนาใหม่ในชื่อ Datsun 280ZX แม้ว่าจะยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ 2.8 ลิตร จากเจนเนอเรชั่นแรก แต่ในโฉมนี้ก็ได้นำเสนอระบบเทอร์โบควบคู่กันด้วย ซึ่งเครื่องยนต์เทอร์โบ 180 แรงม้า รวมถึงมีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด ให้เลือกด้วย

หลังจากเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่สองได้ 1 ปี ก็สามารถทำยอดขายในตลาดอเมริกาได้สูงสุดถึง 86,007 คัน และยังได้รับรางวัล รถนำเข้ายอดเยี่ยมจากนิตยสาร Motor Trend อีกด้วย

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 3 (1983 – 1989)

Nissan

สำหรับโฉมนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรถสปอร์ตคูเป้ซีรี่ย์ Z  อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกทรงเหลี่ยม, ไฟหน้า Pop up, เสริมเทคโนโลยีใหม่มากมาย และไฮไลท์ของรถรุ่นนี้ก็คือการนำเสนอเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.0 ลิตร ภายใต้รหัส VG30E และ VG30ET ซึ่งเป็นรุ่นที่เสริมเทอร์โบ โดยให้สมรรถนะตั้งแต่ 160 ถึง 200 แรงม้า ตามลำดับ ซึ่งรุ่น 200 แรงม้า ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น

สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งก็คือ ทั้งตลาดญี่ปุ่น อเมริกา และประเทศอื่น ๆ จะใช้ชื่อว่า Nissan 300ZX พร้อมรหัสตัวถัง Z31 แต่ถึงกระนั้นแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นก็ยังคงจดจำชื่อ Fairlady Z อยู่จนถึงปัจจุบัน

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 4 (1989 – 2000)

Nissan Z

สำหรับเจนเนอเรชั่นนี้จะมีรหัสตัวถังที่เรียกว่า Z32 ซึ่งมีการปรับดีไซน์ใหม่ให้มีรูปลักษณ์เป็นซูเปอร์คาร์ยิ่งขึ้น เสริมออพชั่นอำนวยความสะดวกมากมาย ไปจนถึงการยกระดับสมรรถนะที่ทันสมัยขึ้นกว่าเดิมจนแทบเรียกได้ว่าเป็นรถสปอร์ตคูเป้ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ด้วยความสมบูรณ์แบบนี้ก็ส่งผลทำให้มีราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม ประกอบกับผลกระทบจากนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐอเมริกา จส่งผลต่อยอดขาย Z32 ในสหรัฐจนยุติการทำตลาดในช่วงปี 1996 ส่วนในประเทศญี่ปุ่นยังคงจำหน่ายอยู่จนถึงปี 2001

สำหรับเครื่องยนต์นั้นจะมีเฉพาะเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตรเป็นหลัก แต่ในครั้งนี้ได้มีการเสริมระบบ DOHC และวาล์วแปรผัน (N-VCT) ให้สมรรถนะสูงสุด 222 แรงม้า ควบคู่กับตัวเลือกใหม่อย่าง V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ รหัส VG30DETT ที่ให้สมรรถนะมากถึง 300 แรงม้า และได้มีการนำเสนอระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ Super HICAS ที่เปิดตัวครั้งแรกใน Nissan Skyline R31 ด้วย

ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัยนี้ ส่งผลให้ Z32 ถูกนำไปใช้ในการแข่งขันในรายการต่าง ๆ และสร้างชื่อเสียง คว้ารางวัลมาหลายรายการทีเดียว

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 5 (2002 – 2009)

Nissan Z

หลังจากทาง Nissan ได้ขายหุ้นให้กับ Renault จำนวนกว่า 44.4% โดยทาง Carlos Ghosn ที่เข้ามาบริหารตำแหน่งในฐานะ CEO ของนิสสันยุคนั้นได้เล็งเห็นถึงการคืนชีพ Z Series และด้วยการวิจัยและพัฒนาอย่างหนัก ส่งผลให้รหัสใหม่ Z33 ทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบในชื่อ Nissan 350Z

Nissan 350Z ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์เป็นทรงโค้งมนซึ่งถือได้ว่าเป็นดีไซน์ที่เรียบง่าย ลื่นไหล และทันสมัยมากในยุคนั้น รวมถึงปรับเปลี่ยนจาก 2+2 ที่นั่นเหลือเพียง 2 ที่นั่ง แต่มีให้เลือกทั้งหลังคาแข็งและหลังคาผ้าใบ รวมถึงมีราคาที่ถูกกว่า ด้วยราคาเริ่มต้นในยุคนั้นอยู่ที่ 26,000 ดอลลาร์

Nissan 350Z มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 DOHC ความจุ 3.5 ลิตรรหัส VQ35DE โดยสมรรถนะเริ่มต้นอยู่ที่ 287 แรงม้า และมีการปรับสมรรถนะให้สูงถึง 306 แรงม้า รวมถึงได้พัฒนาตัวรถที่ลดระบบซับซ้อน ประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ดี รวมถึงสามารถขยับปรับออพชั่นและเทคโนโลยีตามเกรดย่อย และให้สมรรถนะที่สมบูรณ์แบบ จึงทำให้ Nissan 350Z ได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลก

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 6 (2009 – ปัจจุบัน)

Nissan

และมาถึงโฉมปัจจุบันที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ Nissan 350Z ด้วยการเปิดตัว Nissan 370Z (Z34) ที่มาพร้อมกับการพัฒนาแชสซีส์ใหม่ เสริมเทคโนโลยีใหม่หลายรายการ ระบบความปลอดภัยใหม่ รวมถึงการนำเสนอเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.7 ลิตร ที่เค้นสมรรถนะได้ตั้งแต่ 332 ถึง 350 แรงม้า และระบบเกียร์ธรรมดา SynchroRev 6 สปีด กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ที่พัฒนาขึ้นใหม่ จนถือได้ว่าเป็นรถที่ให้สมรรถนะสูงที่สุดของ Z Series เลยทีเดียว และราคาก็ยังสามารถจับต้องได้ง่าย

แม้ว่าการมาของ Nissan 370Z จะเปิดตัวอย่างสวยงาม และได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ทั่วโลก แต่ด้วยสถานการณ์ตลาดรถสปอร์ตขนาดเล็กที่หดตัวลงทั่วโลก ทำให้หลาย ๆ แบรนด์ เบนเข็มไปพัฒนารถ SUV ที่ได้รับความนิยมมากกว่า จึงส่งผลให้บางแบรนด์ก็ยุติการจัดจำหน่ายรถสปอร์ตไป บางแบรนด์ก็ยืดการพัฒนาไป ไปจนถึงการผนึกกำลัง 2 บริษัทในการแชร์แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีร่วมกัน

ส่วนทางด้านนิสสันเองแม้จะได้รับผลกระทบบ้าง แต่แฟน ๆ Z Series ยังคงต้องการที่จะเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ Nissan 370Z ได้ทำการยืดอายุขัย ทั้งการปรับปรุงออพชั่นใหม่ ไปจนถึงการนำเสนอรุ่นพิเศษอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ปรากฎมากมายในโลกออนไลน์

Z Series เจนเนอเรชั่นที่ 7 (ราว ๆ ปี 2021-2022)

Nissan Z

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ ทาง Nissan ได้เผยแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงปี 2021 เป็นต้นไป หนึ่งในนั้นคือการเปิดตัว All-New Nissan Z Series ที่ถือได้ว่าเป็นการสร้างความหวังครั้งใหม่ให้กับแฟน ๆ พร้อมกับเผยโฉมคลิปทีเซอร์ และนับประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กันยายนี้ ในชื่อว่า Nissan Z Proto แม้จะยังไม่เผยข้อมูลออกมามากนัก แต่คาดว่ารถที่จะเปิดตัวยังเป็นรถคอนเซ็ปต์ หรือรถโปรโตไทป์ก่อน รวมถึงมีกระแสว่าชื่อจะเป็น 400Z อีกด้วย

ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวขุมพลังนั้นจะได้รับเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ รหัส VR30DDTT ที่ประจำการใน Infiniti Q50 และ Q60 ที่สามารถมอบสมรรถนะสูงสุดถึง 400 แรงม้า และอาจจะถูกพัฒนาให้รองรับกับระบบไฮบริดควบคู่ด้วย

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของรถสปอร์ตคูเป้รุ่นเล็ก นับตั้งแต่การกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ Mr. Yutaka Katayama สู่ Nissan Fairlady Z หรือ Datsun 240Z จากวันนั้นเป็นเวลาเกือบ 51 ปี 6 เจนเนอเรชั่น Z Series ได้พิสูจน์ถึงสมรรถะอันทรงพลัง การควบคุมที่ยอดเยี่ยม สไตล์โดดเด่น มีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาต่อเนื่อง ในราคาที่ไม่แพง จนครองใจแฟน ๆ รถสปอร์ตทั่วโลก

Nissan Z Proto

และ แฟน ๆ เตรียมพบกับ Nissan Z Proto ว่าที่ Fairlady Z เจนเนอเรชั่นที่ 7 มาพร้อมกับนิยามรถสปอร์ตรุ่นใหม่ สู่ทศวรรษใหม่ เพื่อคนรุ่นใหม่ โดยกำหนดการเปิดตัวที่ญี่ปุ่นในวันที่ 16 กันยายน เวลา 9:30 ส่วนในโซนยุโรปและอเมริกาจะเปิดตัวในวันที่ 15 กันยายน เวลาราว ๆ 19.30 กับ 20.30 น. เป็นต้นไป

เครดิตข้อมูล และภาพประกอบโดย