BMW Group จับมือ Intel และ Mobileye ผลิต ยนตรกรรม ขับเคลื่อน ไร้คนขับ

Home / ข่าวรถยนต์ / BMW Group จับมือ Intel และ Mobileye ผลิต ยนตรกรรม ขับเคลื่อน ไร้คนขับ

BMW Group จับมือกับบริษัท Intel ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของโลก และ Mobileye ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เทคโนโลยีออโตไพล็อตในรถยนต์ ร่วมกันวิจัยและพัฒนายนตรกรรมขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับมนุษย์ในการขับเคลื่อนจริงอนาคต

1โดยทั้ง 3 บริษัท ถือเป็นบริษัทระดับโลกและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะมุ่งสร้างยนตรกรรมไร้คนขับออกมาให้สำเร็จ โดยประกาศชัดว่าจะแล้วเสร็จและใช้กับรถซีรีย์ของ BMW ได้จริง ในอีก 5 ปี ข้างหน้า หรือปี 2021 นี้แน่นอน

อนาคตของเทคโนโลยีการขับขี่แบบไร้คนขับนี้ จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของประชาคมโลกและทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น แต่เทคโนโลยีนี้มีความซับซ้อนและต้องสามารถแก้ปัญหาด้านการขับขี่ได้ทุกด้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงต้องอาศัยการร่วมมือกันจากหลายเครือข่ายองค์กรที่มีความเป็นเลิศในเทคโนโลยีด้านต่างๆ ตั้งแต่ระบบล็อคประตูจนถึงระบบศูนย์กลางข้อมูลในตัวรถ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งในอนาคตจะต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ โดยทำงานกับคู่ค้าใหม่ทั้งหมด และเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น

2การร่วมมือกันระหว่าง Intel, Mobileye และ BMW Group จะมุ่งเน้นการพัฒนาในเชิงระบบการแก้ปัญหาที่สำคัญของการขับขี่ รวมถึงนวัตกรรมชั้นสูงที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติเพื่อสร้างยนตรกรรมขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ การพัฒนาระบบประมวลผลและเซ็นเซอร์ของรถยนต์ที่สามารถทำงานด้วยตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยมีแผนที่จะบรรจุลงในรถ BMW รุ่น BMW iNEXT ซึ่งจะกลายเป็นก้าวสำคัญในการปฏิวัติการขับเคลื่อน เป็นรากฐานของการขับขี่อย่างอิสระสำหรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองอย่างเต็มรูป ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้งานได้จริงบนถนนหลวง ในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ต้องสามารถใช้ได้กับโรโบ-แท็กซี่ ในเมืองต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดตามเมืองใหญ่ๆ อีกด้วย และสามารถก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆในการใช้งานรถยนต์ร่วมกัน หรือ Car Sharing

9และแน่นอนที่สุด ทั้ง 3 พันธมิตร มีความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับนี้ จะทำให้การเดินทางของมนุษย์ในอนาคตปลอดภัยและง่ายขึ้น เป้าหมายของการทำงานร่วมกันคือการพัฒนาโซลูชั่นอนาคต เพื่อให้ในห้องโดยสารปราศจากคนขับอย่างแท้จริง ที่ไม่เพียงแต่เอามืออกจากพวงมาลัยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่จนถึงระดับที่เรียกว่าสามารถ “ปิดตา” ในการขับได้ (BMW เรียกว่าระดับ 3)

8และพัฒนาไปจนถึงระดับ 4 ระดับที่ผู้ขับขี่เชื่อใจจน “ปิดใจ” ที่จะกังวล เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้เวลาพักผ่อนในได้อย่างเต็มที่ตลอดเส้นทาง ระดับของความเป็นอิสระนี้จะช่วยบรรลุขั้นตอนสุดท้ายของการเดินทาง ท้ายที่สุดแล้ว เราก็จะก้าวสู่ระดับ 5 “คนขับปิด” โดยไม่ต้องมีคนขับภายในรถ ปราศจากคนขับอย่างแท้จริง นี่จะเป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แบบไร้คนขับในปี 2021และโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อรถกับโลก นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเปิดให้กับผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นๆ ใช้ได้ด้วย

 

ข้อมูลจาก : bmwcarmag