BMW E39 M5 ซูเปอร์ชาร์จ เร่าร้อนถึงใจ ราวปลดปล่อยอสูรกาย

Home / ข่าวรถยนต์ / BMW E39 M5 ซูเปอร์ชาร์จ เร่าร้อนถึงใจ ราวปลดปล่อยอสูรกาย

BMW E39 M5 คือรถที่โดดเด่นเสมอมา ต้องขอบคุณการบำรุงรักษาสภาพเต็มรูปแบบและซูเปอร์ชาร์จอีกหนึ่งตัวที่ทำให้ รถคันนี้รู้สึกสดใหม่และเร็วอย่างน่าพิศวง

1BMW E39 M5 ดูเชื่องๆ M5 ที่ถูกทำออกมาหลังจากนั้นอาจจะแรงกว่า, มีอัตราเร่งที่เร่าร้อนกว่า, มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เล่นมากกว่า แต่ในเรื่องความดุดันที่แฝงรอให้ดึงออกมาจากข้างในไม่มีทางเหนือไปกว่าเจ้า Carbon Black E39 คันนี้ได้ เพราะมันคือสูตรผสมที่เกิดจากการทำงานของกลไกอย่างแท้จริง ดูเหมือนจะมีประเด็นถกเถียงกันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างรถที่ทำทุกอย่างแทนคนขับ กับรถที่คุณต้องทำทุกอย่างเอง ไม่ว่าใครจะถูกหรือจะผิด แต่แป้นเท้าสามอัน, เกียร์ธรรมดา และเครื่องยนต์ธรรมดาหายใจเอง V8 ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ BMW E39 M5 มาโดยตลอด

3ลองมาดูที่ BMW E39 M5 คันนี้ มันถูกซุ่มใส่บางสิ่งลงไปได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ ในขณะที่เมื่อมองแวบแรกคุณจะนึกไม่ออกในทันที จนกระทั่งสังเกตเห็นบางสิ่ง อย่างเช่นล้อหน้าที่ยื่นออกมาอัดแน่นเต็มซุ้มล้อ และชายล่างสปอยเลอร์หน้าที่ยื่นลงไปเรี่ยพื้น และจากการสังเกตจากเสียงที่รัวกระชั้นเป็นจังหวะที่ส่งออกมาจากปลายท่อสี่ท่อด้านหลังด้วยเช่นกัน มันดังแต่ไม่หนวกหูและก็ไม่ดังแบบไร้รสนิยมด้วย แต่เปี่ยมไปด้วยความดุดัน ผมไม่รู้ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร แต่สำหรับผมมันเป็นเสียงที่เดาออกได้ว่าข้างในนั้นมีอะไร

4รถคันนี้คือผลงานจากบริษัทที่เรียกว่า WaffZuff ที่ย่อมาจาก Waffen-aus-Zuffenhausen ที่ดำเนินงานโดยชายคนหนึ่งที่ชื่อ Raikku เขาเป็นที่รู้จักดีในวงการ M (รวมไปถึง Porsche ด้วยเมื่อดูจากชื่อบริษัท) และ BMW E39 M5 คือหนึ่งในความเชี่ยวชาญของเขา หากได้ไปเยี่ยมชมเวิร์กช็อปของเขา คุณจะได้เห็นรถที่กำลังอยู่ในขั้นตอนซ่อมรักษาสภาพในระดับที่แตกต่างกันออกไปมากมาย รวมไปถึงการเซอร์วิสและโมดิฟาย คุณจะเห็นได้ชัดว่าเขาชอบ M5 และสิ่งที่เขาชอบจริงๆ จังๆ ก็คือทำ BMW E39 M5 ให้แรงกว่าเดิม…มากๆ

Layout 1Raikku บอกว่ารถคันนี้ใช้เสื้อสูบใหม่ที่เป็นของพวงมาลัยขวาอันสุดท้ายที่ผลิตออกมาจากโรงงาน เพราะฉะนั้นจากนี้เป็นต้นไป จะต้องเอาของรถพวงมาลัยซ้ายมาดัดแปลงเท่านั้น เครื่องยนต์ถูกทำขึ้นที่นี่ โดยเริ่มจากเอาชิ้นส่วนของเก่าไปพ่นทรายทำความสะอาด จากนั้นก็เอาไปชุบหรือพ่น powder-coated ให้ดูใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งออกมาจากโรงงาน เซ็นเซอร์ทุกตัวตั้งแต่เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำมันเครื่องที่ด้านล่างจนไปถึงเซ็นเซอร์วัดตำแหน่งลิ้นปีกผีเสื้อที่ด้านบนถูกเปลี่ยนใหม่หมด รวมไปถึงอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ อย่างเช่นปั๊มน้ำและไดชาร์จด้วย

Layout 1หัวใจหลักของการโมดิฟายนี้ก็คือชุดซูเปอร์ชาร์จ RK Autowerks Stage Two ที่ประกอบไปด้วยซูเปอร์ชาร์จของ Vortech V3si, อินเตอร์คูลเลอร์, กล่องรวมอากาศคาร์บอนและท่อไอดี และหัวฉีดขนาดใหญ่กว่าเดิม เมื่อทำงานร่วมกับระบบท่อไอเสียใหม่, แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์สเปกรถแข่ง และแม็ปเครื่องยนต์ใหม่จาก Evolve ทำให้สามารถปั่นม้าล่ำๆ ออกมาได้ 620 ตัว

8 และบางทีที่ระเบิดระเบ้อไปกว่านั้นก็คือแรงบิด 500 ปอนด์-ฟุต ของมัน แน่นอนว่างานโมดิฟายไม่ได้จบแค่ตรงนี้ พละกำลังถูกเชื่อมต่อผ่านชุดคลัตช์คาร์บอน/เคฟลาร์และฟลายวีล single-mass ที่ Raikku ทำมาจากเยอรมัน และเฟืองท้าย LSD ที่ทำอัตราล็อคขึ้นมาใหม่ให้เป็น 40 เปอร์เซ็นต์ กลไกเปลี่ยนเกียร์เป็นแบบ short-shift ที่เห็นกันบ่อยๆ ใน E60 545i ส่วนหม้อพักท้ายเป็นของ Hamann

Layout 1โช้กอัพเป็นของ Bilstein B8 ที่ทำงานร่วมกับสปริงของ Intrax และ “อุปกรณ์ช่วงล่างทุกชิ้นที่ถูกรีบิลท์และชุบใหม่” ตามคำที่เขาพูดถึงช่วงล่างของ BMW E39 M5 คันนี้ บูชของ Powerflex ถูกเอามาใช้ทุกจุด และจุดยึดเฟืองท้ายถูกเสริมความแข็งแรงใหม่เพื่อให้สามารถรับมือกับการปล่อยพลังพิเศษที่ล้อหลังได้ ส่วนเบรกหน้าใช้คาลิเปอร์ของ BMW Performance และจานที่ออกแบบมาสำหรับ E90 โดย WaffZuff ทำหูยึดคาลิเปอร์ขึ้นมาใหม่เอง

Layout 1ล้อคู่หลังของ BMW E39 M5 ถูกเอามาใช้ทั้งสี่ล้อ ซึ่งหมายความว่าล้อคู่หน้ามาตรฐานกว้าง 8 นิ้วขนาด 245/40 ZR18 ถูกแทนที่ด้วยล้อกว้าง 9.5 นิ้วขนาด 275/35 ZR18 ที่อวบอ้วนเท่ากับล้อหลังด้วยความที่ Raikku เป็นคนที่ไม่ชอบอาการอันเดอร์สเตียร์ การโมดิฟายตัวถังภายนอกอย่างอื่นที่เห็นได้ด้วยตาก็อย่างเช่นแผ่นรีดอากาศด้านหลังและลิ้นสปอยเลอร์หน้าของ Slimmbones ซึ่งรวมไปถึงการเอาไฟตัดหมอกหน้าออกด้วย ผมคิดว่าเราพูดถึงรายละเอียดของมันมามากพอแล้ว มาลองขับกันดีกว่า…

2
ข้อมูลจาก : bmwcarmag.com