12 เทคโนโลยีสุดล้ำในรถ BMW ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

Home / ข่าวรถยนต์ / 12 เทคโนโลยีสุดล้ำในรถ BMW ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน
11. ระบบ BMW EfficientDynamics
อันนี้เป็นชื่อเฉพาะของ BMW ดังที่กล่าวแล้วในข้างต้น ระบบและ/หรือฟังก์ชั่นการทำงานมีอยู่หลากหลาย อาทิ Brake Energy Regeneration (เหยียบเบรก/ถอนคันเร่งฯรถจะชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ที่ใช้สตาร์ทเครื่องยนต์) โหมด EcoPro ประหยัดเชื้อเพลิงสุดๆ โดยลดปริมาณฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับเครื่องยนต์ บังคับควบคุมให้เกียร์เปลี่ยนในจังหวะที่สูงขึ้น (ไม่ลากเกียร์) โดยสัมพันธ์กับความเร็วรถ ลดการทำงานของอุปกรณ์ที่ฉุดหน่วงกำลังเครื่องยนต์ (เช่น ไดชาร์จ คอมเพรสเซอร์แอร์ เพาเวอร์พวงมาลัย) ลงชั่วคราว แต่จะกลับมาเร่งและทำงานได้ปกติทันทีต่อกรณีที่ผู้ขับเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วหรือว่าแซงรถ รวมทั้งการชาร์จไฟแบตเตอรี่ ห้องโดยสารอุณหภูมิสูงขึ้น และการหมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถ BMW EfficientDynamics ไม่ได้หมายความเฉพาะแต่เรื่องประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเดียว แต่การคิดนำพลังงานอื่นๆมาใช้ให้ได้ประสิทธิภาพมากด้วย อาทิ พลังงานจลน์ (Kinetic Energy)และอื่นๆ เป็นต้น22. ระบบกันสะเทือนอิสระเต็มตัวอัจฉริยะ (Intelligent Fully-Independent Suspension)
อันที่จริง ระบบกันสะเทือนหน้าของ BMW ไม่ได้เป็นรูปแบบของ McPherson Strut แต่ BMW ออกแบบใหม่ให้มีชิ้นส่วนน้อยและน้ำหนักเบาใกล้เคียงกับ McPherson Strut แต่ทำงานอิสระได้เต็มตัวและแข็งแรงเทียบเท่าระบบปีกนกสองชั้น (Double-Wishbone) เรียกชื่อเฉพาะว่า Dual-Ball Joint Short & Long Arms suspension นอกนั้น แกนมุมล้อคู่หน้ายังเอียงปรับมุมเป็นศูนย์ (Zero Off-Set) เพื่อให้ล้อหน้าตั้งยันสัมผัสผิวถนนได้เต็มหน้ายางตลอดเวลา แม้ขณะเลี้ยวโค้งด้วยความเร็ว

33. ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ แบบ xDrive (BMW xDrive System)
ระบบส่งกำลังขับเคลื่อนทุกล้อตลอดเวลาอัตโนมัติ หรือ Automatic-Permanent All-Wheel-Time (AWD.) ซึ่งติดตั้งในรถบางรุ่น คุณสมบัติพิเศษที่แตกต่าง ได้แก่
หนึ่ง-ส่งกำลังขับเคลื่อนทุกล้อตลอดเวลา คือ เป็น Permanent ไม่ใช่ Real-Time
สอง-จัดสรรกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อคู่หน้ากับล้อคู่หลังโดยอัตโนมัติ นับแต่ 38/62% จนถึง 0/100% หรือว่า 100/0% (ล้อหน้า/ล้อหลัง)
สาม-xDrive ถูกออกแบบให้ทำงานควบคู่กับระบบควบคุมการทรงตัวโดยอัตโนมัติ (DSC: Dynamic Stability Control) และ
สี่-เฟืองท้ายตัวกลางหรือ Center-Differential ทำงานโดยใช้แผ่นคลัตช์ (Multi-Clutch) ควบคู่กับชุดเฟืองเกียร์แบบดาวนพเคราะห์ (Planetary Gearset) โดยมีคอมพิวเตอร์ควบคุมสั่งการอีกชั้นหนึ่ง จึงรวดเร็ว แม่นยำ แข็งแรงทนทาน แม้ขับลุยพื้นผิวทุรกันดาร
44. โครงสร้างแชสซีส์และตัวถังน้ำหนักเบา (Intelligent Lightweight Construction)
การลดน้ำหนักตัวรถให้เบาลงทั้งคัน ประโยชน์ที่ได้โดยปริยายก็คือ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและสมรรถนะ (หมายถึง อัตราเร่ง ระยะเบรกสั้นลง ความคล่องตัวในการขับขี่ การเกาะถนน/ทรงตัวทั้งทางตรงและทางโค้ง) บังคับขับขี่ง่ายมือ ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น แต่การลดน้ำหนักตัวรถไม่ได้หมายความว่าจะบั่นทอนสูญเสียความแข็งแรงปลอดภัยลง เพราะเลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงเทียบเท่าหรือมากกว่าเหล็ก แต่เบากว่า และไม่เป็นสนิม (ทำให้มั่นคงแข็งแรงตลอดการใช้งาน) อาทิ อะลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์ และอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนั้นยังรวมถึงเทคโนโลยีการออกแบบโครงสร้างและการเชื่อมโลหะจุดต่างของแชสซีส์และตัวถัง เครื่องยนต์-เกียร์และชิ้นส่วนระบบกันสะเทือนเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา

55. อากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics)
ไม่เฉพาะแค่ทำให้รูปทรงตัวรถนั้นลู่ลมหรือต้านลมน้อยที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบส่วนหน้าของตัวรถให้มีพื้นที่หน้าตัดที่น้อยลง รับลมเข้าด้านหน้ารถในปริมาณที่จำเป็นของรถแต่ละรุ่น (เพื่อลดอาการแรงลมยกหน้ารถลอยขึ้น) ลดปัญหากระแสลมหมุนวนใต้ท้องรถหรือ Down-Force Technology ช่วยไม่ให้แรงลมยกตัวรถลอยขึ้นหรือเพิ่มแรงกดของลมที่ทำต่อฝากระโปรงหน้า กระจกบานหน้า หลังคารถ เพื่อให้รถเกาะถนนแนบแน่นขึ้น โดยเฉพาะความเร็วสูงกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลดปัญหากระแสลมหมุนวนท้ายรถ (Turbulant-Flow) โดยการออกแบบทรวดทรงท้ายรถให้มีลักษณะเป็นสปอยเลอร์ในตัว หรือว่าติดตั้งสปอยเลอร์เพิ่มเติม นับแต่รถเก๋งคันเล็ก รถท้ายแบบ Hatchback จนกระทั่งถึงรถนั่งตรวจการณ์อเนกประสงค์คันใหญ่ที่ BMW เรียกชื่อเฉพาะว่า SAV (Sport Activity Vehicle)

66. จุดศูนย์ถ่วงต่ำ-กระจายน้ำหนักสมดุล (Lower Central of Gravity & Balance of Weight)
จุดศูนย์ถ่วงต่ำทำให้รถเกาะถนน/ทรงตัวดี มีอาการโยนตัวน้อย (เลี้ยวโค้ง เปลี่ยนเลน ขึ้น-ลงเชิงสะพาน) รถยนต์ BMW ทุกรุ่นจึงถูกกำหนดให้มีคุณสมบัติข้อนี้นับแต่อ้อนออก คือ แชสซีส์ เบาะนั่ง การติดตั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังขับเคลื่อนให้ระนาบขนานกับพื้นถนน นอกนั้น BMW ยังใช้เทคนิคติดตั้งเครื่องยนต์เยื้องหลัง หรือเครื่องยนต์ที่ติดตั้งด้านหน้ากระเถิบมาข้างหลังเล็กน้อย ส่งผลดีต่อการกระจายน้ำหนักหน้า/หลังรถให้สมดุล ประโยชน์ คือ ลดอาการหน้าดื้อโค้ง (เมื่อถอนคันเร่งของรถขับล้อหลัง) เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Road Maneuverability) บังคับควบคุมได้ง่ายมือ (Easy-to-Drive) และเกาะถนน/ทรงตัวอย่างแนบแน่น

77. เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เทอร์โบทำงานยกกำลังสอง (BMW TwinPower Turbo)
BMW ชนะเลิศเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมหลายปีต่อเนื่อง (Best Engine Award) และนี่ก็เป็นเครื่องยนต์ประเภทที่ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มพลัง (Atmospheric Engine) อย่างเช่น เทอร์โบชาร์จที่ BMW ติดตั้งในรถยนต์รุ่นใหม่เกือบจะทั้งหมด ชื่อ TwinPower Turbo เป็นลิขสิทธิ์แบบของ BMW แปลเป็นนัยๆคือ “เครื่องยนต์เทอร์โบทำงานยกกำลังสอง” ไม่ได้หมายความว่า ใช้เทอร์โบชาร์จ 2 ลูก เครื่องยนต์บางตัวก็ใช้เทอร์โบลูกเดียว บางตัวก็ 2 ลูก

88. เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีดพร้อม Steptronic (BMW Steptronic)
เป็นเกียร์อัตโนมัติระบบชุดเกียร์ดาวนพเคราะห์ (Planetary Gearset Automatic Transmission) เดินหน้า 8 สปีดที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทผลิต เกียร์ส่งกำลังยี่ห้อ ZF เยอรมนี ประโยชน์ที่ได้จากเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดนี้ ได้แก่ หนึ่ง-เปลี่ยนเกียร์ได้ราบเรียบนิ่มนวลไม่มีอาการกระตุกกระชาก สอง-ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สาม-เพิ่มสมรรถนะ สี่-ขับสนุก ห้า-ทำงานเงียบ หก-สึกหรอน้อย/ทน ทานมาก

99. สวิทช์ปรับโหมดขับขี่ (BMW Driving Experience Control Switch)
ติดตั้งอยู่ด้านขวาของคันเกียร์อัตโนมัติ มีให้เลือกตั้งแต่ 4-5 โหมด ได้แก่ ECOPRO, Comfort, Sport และ Sport-Plus และ/หรือ EcoPro, Comfort, Comfort-Plus, Sport และ Sport-Plus โดยบังคับปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ ระบบกันสะเทือน และระบบควบคุมการทรงตัว/ยึดเกาะถนน โดยปริยาย ตอบสนองความต้องการหรืออารมณ์ขับขี่ที่หลากหลายของผู้ขับ ตั้งแต่รถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ที่นั่งโดยสารได้นิ่มนวลแบบลีมูซีน จนถึงรถสปอร์ตพลังจัดจ้านได้ในรถยนต์คันเดียวกัน

1010. ยางล้อแบบรันแฟลต (Run-Flat Tires)
ยางชนิดพิเศษที่เป็นนวัตกรรม ประโยชน์ที่ผู้ขับใช้รถพึงได้รับตรงๆ คือ หนึ่ง-ยางรั่วซึม เพราะตะปูทิ่มตำก็สามารถวิ่งต่อไปเป็นร้อยกิโลเมตรกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องจอดรถข้างถนนเปลี่ยนล้อยาง เสี่ยงต่ออุบัติเหตุถูกรถอื่นชนและโจรภัย สอง-ไม่เสียการทรงตัว/เกาะถนนโดยพลันจากกรณีที่ยางแตกรั่วเสียหาย นอกนั้น ยาง Run-flat ยังให้ประโยชน์เรื่องประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะลดแรงต้านทานระหว่างยางล้อกับผิวถนน หรือ Rolling-Resistance เสียงสัมผัสยางที่เงียบกว่า อายุใช้งานยางนานปีกว่า และยาง Run-flat เริ่มเป็นมาตรฐานของรถหรูทุกคันแล้ว

1111. แอปพลิเคชัน ระบบนำทาง และ iDrive (BMW Apps & 3D Navigation/iDrive)
เป็น Infotainment และ Navigation ที่ล้ำหน้ามากๆ คือ สามารถต่อเชื่อมกับโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ฟังวิทยุสถานีต่างประเทศทั่วโลกได้ โดยผ่าน BMW Apps ส่วนระบบนำทางผ่านดาวเทียมก็เป็นภาพแบบ “สามมิติ” และข้อมูลขับขี่ในฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ BMW Connected Drive: สามารถติดต่อกับศูนย์บริการเพื่อขอความช่วยเหลือ BMW Telephone Bluetooth: เชื่อมต่อโทรศัพท์ Smart Phone ได้ง่ายและเร็วมาก BMW 3D Navigation: ระบบนำทางผ่านดาวเทียมปรากฏภาพเป็นสามมิติ Vehicle Information: นอกจากให้ข้อมูลขับขี่ เช่น ค่าประหยัดเชื้อเพลิง (กิโลเมตรต่อลิตร) ความเร็วเฉลี่ย (กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เวลาในการขับขี่ (นาทีและชั่วโมง) นับจากจุดเริ่มต้นที่ปรับตั้งไว้ ยังสามารถตรวจเช็กระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ แรงดันลมยางล้อ และอื่นๆของตัวรถที่ผู้ขับจำเป็นต้องทราบได้ Settings: สามารถปรับตั้งระบบต่างๆ ของตัวรถได้ ไม่ว่าจะเป็นจำกัดความเร็ว การล็อก/ปลดล็อกประตู เปิดใช้หรือไม่ใช่ไฟวิ่งกลางวัน (Daytime Running Lights) รวมทั้ง ปรับหน้าจอข้อมูลนี้ให้เป็นมาตรวัดแรงม้า/แรงบิด (Sport Display) ปรับตั้งประตูท้ายรถ (BMW X-Series)ให้เปิดขึ้นได้สูงแค่ไหน (ตามขนาดความสูงของร่างกายผู้ขับใช้รถ) และอื่นๆ

1212. ระบบไฟส่องสว่าง (LED Headlights & Adaptive Anti-Dazzle High-Beam Assistant)
ไฟหน้าเป็น LED (light-emitting diode) เทคโนโลยีทันสมัยในปัจจุบัน สว่างกว้างไกลและควบคุมรัศมีการ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืนโดยเฉพาะกับถนนที่ไม่มีไฟฟ้าแสงจันทร์และไม่คุ้นเคยเส้นทาง

ข้อมูลจาก : BMWCarMagThailand