Mazda ดันยอดเดือนเมษายนโตกว่า 22% Mazda2 แซงขึ้นเบอร์ 2

Home / ข่าวรถยนต์ / Mazda ดันยอดเดือนเมษายนโตกว่า 22% Mazda2 แซงขึ้นเบอร์ 2

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ออกมาเปิดเผยตัวเลขยอดขายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนเมษายน 2560 เติบโตต่อเนื่องอย่างน่าประทับใจ ร้อนแรงทะลุ 4,203 คัน เพิ่มขึ้น 22%  เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 และครองส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่า 6% นี่คือบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อการขับขี่อัจฉริยะ จี-เวคเตอร์ริ่ง คอนโทรล G-Vectoring Control (GVC) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งของประเทศไทย โดยเฉพาะ Mazda2 และ Mazda3 ที่กอดคอกันยิ้มท้ารับความร้อนระอุของเทศกาลสงกรานต์ มียอดขายเติบโตกว่า 41% โดย Mazda2 มียอดขายสูงถึง 2,609 คัน ขยับขึ้นมาครองอันดับ 2 ของตลาดบีคาร์รวมกับอีโคคาร์ พร้อมเผยทิศทางการยกระดับก้าวสู่การเป็นพรีเมียมแบรนด์ด้วยการปรับภาพลักษณ์โชว์รูมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน การสร้างศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และช่วยผลักดันยอดขายให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มส่อแววสดใสมาตั้งแต่ต้นปี จากผลงานวิจัยด้านดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน 4 เดือนแรกของปี 2560 จะเห็นว่าการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนมีการปรับดีขึ้นตามทิศทางของตลาด ปัจจัยหลักที่สนับสนุนมาจากรายได้ครัวเรือน โดยเฉพาะรายได้ของเกษตรกรที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องตามราคาสินค้าด้านการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย และผลผลิตข้าว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทยอยปรับดีขึ้น รวมถึงสถาบันการเงินที่ผ่อนคลายความเข้มงวดมาตรการด้านการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโตเป็นบวกและส่งผลให้ตลาดรถยนต์มีความสดใสมากขึ้น

ยอดขายรถยนต์ Mazda เฉพาะเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ และขยับแรงแซงทางโค้งขึ้นมาครองอันดับ 5 ของตลาดรถยนต์รวมของประเทศไทย และครองอันดับ 3 ของตลาดรถยนต์เก๋งอย่างถาวร ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้นสองเดือนติดต่อกัน รวมทั้งสิ้น 4,203 คัน เพิ่มขึ้นถึง 22% จากเดือนเมษายน 2559 มียอดขายอยู่ที่ 3,443 คัน รุ่นที่มียอดขายสูงสุด คือ รถยนต์นั่ง Mazda2มียอดขายสูงถึง 2,609 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 41% เช่นเดียวกับ Mazda3 ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นหลักในรถซีเซ็กเมนต์ของมาสด้ามียอดขายถึง 479 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 41% ในขณะที่อเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 จำนวน 277 คัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ Mazda CX-3 เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากมีการปรับโฉมใหม่ มียอดขายจำนวน 382 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 12% ส่วนรถปิกอัพMazda ฺBT-50 โปร จำนวน 455 ลดลงเล็กน้อยเช่นเดียวกันเพียง 15% และรถสปอร์ต MX-5 อีก 1 คัน

Mazda ยังคงมียอดขายที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายรวม 4 เดือนแรกของปี 2560 สูงถึง 15,765 คัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 มียอดขายโดยรวมอยู่ที่ 14,347 คัน นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุด คือ มาสด้า2 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 9,242 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 21% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร มียอดขายจำนวน 2,246 คัน เพิ่มขึ้น 9% มาสด้า3 จำนวน 1,803 เพิ่มขึ้น 18% Mazda CX-5 จำนวน 1,072 คัน เพิ่มขึ้น 7% ส่วนมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 1,397 คัน และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 5 คัน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ยอดขายรถยนต์ Mazda ที่แรงต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า รถยนต์ Mazda นั้นเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอและได้รับความนิยมสูงขึ้นมาเรื่อยๆ การที่รถยนต์รุ่นสำคัญของ Mazda ทั้ง 3 รุ่น คือ Mazda2  Mazda3 และ Mazda CX-3 มีการปรับโฉมใหม่และเทคโนโลยีใหม่ สกายแอคทีฟ วีฮิเคิล ไดนามิกส์ ผนวกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ส่งผลให้มีสมรรถนะสูงขึ้นไปอีกขั้น จนเกิดกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยี GVC เป็นเทคโนโลยีการขับขี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน และสร้างความแตกต่างได้จริง นี่คือความมุ่งมั่นของชาว Mazdaในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม Mazda ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีสกายแอคทีฟอย่างไม่หยุดยั้ง สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

ในขณะที่ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ แสดงความเห็นว่า ความสำเร็จในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 แสดงให้เห็นว่าลูกค้าให้การตอบรับเทคโนโลยีใหม่ GVC เป็นอย่างดี รวมทั้งความเชื่อมั่นในเรื่องของศูนย์บริการ หลังจากมีการปรับโฉมโชว์รูมใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด ช่วยยกระดับ Mazda ก้าวสู่แบรนด์พรีเมียม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งภายในเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายนนี้ Mazda ยังมีแผนงานต่างๆ มากมายเข้ามาสร้างสีสันแก่ตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ ในเดือนพฤษภาคมนี้ เตรียมพบกับแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษ “MAZDA 5 STARS SPECIAL” ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ จองรถซื้อรถยนต์ Mazda ทุกรุ่นวันนี้รับทันทีนาฬิกา Mazda Smart Watch มูลค่า 5,000 บาท (จำนวนจำกัด) นอกจากนี้ ยังรับมอบความอุ่นใจตลอดการเดินทางด้วยฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance (MPI) และฟรีค่าบำรุงดูแลรักษา Mazda Care ทุกรุ่น ให้ความอุ่นใจตลอดการเดินทางกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ในเดือนมิถุนายน Mazda เตรียมตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างความสนุกสนานในการขับขี่อีกครั้ง กับการนำเอารถยนต์ Mazdaที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับการบันทึกการเดินทางแบบคาราวานครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงอารยธรรมสมาชิกกลุ่มประเทศสมาชิกลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงเศรษฐกิจสองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล จากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจอันสำคัญที่เชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียว หรือที่รู้จักกันในชื่อ EAST WEST ECONOMIC CORRIDOR โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเส้นทางการค้าสายสำคัญนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน

“จากยอดขายของ Mazda ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในครึ่งปีหลังของปี 2560 Mazda ก็ยังมีแผนงานธุรกิจด้านการตลาดและการบริการหลังการขายอีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะงานบริการหลังการขายที่เรามุ่งมั่นพัฒนาควบคู่ไปกับยอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งและให้บริการลูกค้าที่ดีที่สุด” นายธีร์ กล่าวเสริม

ยอดการจำหน่ายรถยนต์ Mazda ประจำเดือนเมษายน 2560 เปรียบเทียบกับปี 2559

ยอดการจำหน่ายรถยนต์มMazda เดือนมกราคม-เมษายน ปี 2560 เปรียบเทียบกับปี 2559