ford Ford Ranger Ford ประเทศไทย ตามรอยต้นน้ำของพ่อ รถกระบะสายพันธุ์แกร่ง เอเวอเรสต์แห่งทองผาภูมิ

“ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” แบบฉบับคนพันธุ์แกร่งกับ Ford Ranger

Home / ข่าวรถยนต์ / “ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” แบบฉบับคนพันธุ์แกร่งกับ Ford Ranger

Ford ประเทศไทย ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดกิจกรรม “ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” นำคณะสื่อมวลชนออกเดินทางไปกับ รถกระบะสายพันธุ์แกร่ง Ford Ranger เพื่อศึกษาวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและธรรมชาติตามรอยพระราชดำริ พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสาเพื่อมอบสิ่งดีๆ ตอบแทนสู่สังคมอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม ณ จังหวัดกาญจนบุรี

เริ่มต้นทริปในวันแรก คาราวาน Ford Ranger เริ่มต้นการออกดินทางจาก โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ มุ่งหน้าเข้าสู่จุดหมายแรกก็คือ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี เข้าไปสร้างฝายชะลอน้ำเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อการรักษาความชุ่มชื้นให้กับระบบนิเวศน์และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่า รวมไปถึงเป็นแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่าในช่วงหน้าร้อนที่มีความแห้งแล้ง เมื่อมาถึงเราก็ได้ฟังการบรรยาย เกี่ยวกับจุดประสงค์และความเป็นมาของโครงการฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้ โดยพระองค์ทรงเน้นเรื่องการบริหารและจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำมาหากินร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อหนุนกัน พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “น้ำคือชีวิต” อีกทั้ง เยี่ยมชมการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โครงการปลูกหญ้าแฝกที่ช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน การศึกษาองค์ความรู้โครงการแก้มลิงเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและช่วยกักเก็บน้ำเพื่อการใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม หลังจากที่ฟังการบรรยายและทำภารกิจสร้างฝายเสร็จเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางต่อไปยังที่พัก ณ อนันตรา ริเวอร์ฮิล รีสอร์ท ในเส้นทางธรรมชาติบนเขา ด้วยระยะทางมากกว่า 50 กม. ที่แม้ว่าจะเป็นถนนดำ แต่ก็เต็มไปด้วยโค้งที่มีความคดเคี้ยวอยู่มากมาย เพื่อไปลงแพขนานยนต์ข้ามฝั่งไปยังที่พัก

มาถึงวันที่สอง “วันนี้มีลุย” เป็นวันที่จะได้ทดสอบสมรรถนะของตัวรถ Ford Ranger ในเส้นทางที่หฤโหดอย่างแท้จริง เริ่มจากทางคาราวานได้ลงแพขนานยนต์ข้ามอ่างเก็บน้ำข้ามฝั่งไปยังอำเภอทองผาภูมิ เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวเนินสวรรค์ ด้วยเส้นทางที่เป็นดินแดงมีร่องน้ำตลอดเส้นทางแถมยังเป็นเนินขึ้นลงเป็นช่วงๆ และมีฝนตกๆหยุดๆทำให้ดินแดงมีความเปียกมีความเป็นเลนลื่นๆอยู่ไม่น้อย ทำให้การขับขี่อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร เมื่อถึงจุดชมวิวเนินสวรรค์ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย เราก็เดินทางต่อไปยังอีกจุดหนึ่งซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของวันนี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คืออุโมงค์เหมืองแร่และ เอเวอเรสต์แห่งทองผาภูมิ เหมืองแร่เก่าสุดตระการตาที่มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร สภาพภายในอุโมงค์มีธารน้ำไหล มีน้ำตกไหลออกมาจากปล่องเพดานถ้ำ รวมถึงน้ำที่ผุดออกมาจากฝาถ้ำ และเริ่มมีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ โดยตลอดเส้นทางเข้าถ้ำเพื่อที่จะขึ้นไปยังจุดชมวิวสูงสุดบนเอเวอเรสต์แห่งทองผาภูมินั้น เราต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเช่นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างที่จะแคบชัน ช่องทางในถ้ำก็มีความกว้างเพียงแค่เท่าตัวรถเท่านั้น ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังและความเชี่ยวชาญในการขับขี่อย่างมาก เพราะถ้าพลาดนิดเดียว ก็อาจทำให้ตัวรถครูดกับผนังถ้ำได้เลย แต่ทางคาราวาน Ford Ranger ก็สามารถทำภารกิจขับรถขึ้นสู่ยอดเขาได้อย่างปลอดภัยกันทุกคัน ขอบอกอีกหน่อยว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่จริงที่ใช้ถ่ายโฆษณา TVC ของ Ford Ranger จริงๆ แล้วทุกฉากในโฆษณาก็ล้วนแล้วแต่เป็นการขับขี่จริงๆแทบทั้งสิ้น เรียกว่าเหมือนเป็นการมาตามรอยโฆษณากันเลยทีเดียว

มาถึงวันสุดท้ายของคาราวาน Ford Ranger วันสุดท้ายนี้ทางคาราวานก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฮงเค็ลไทย ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีที่มีพระราชประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยสื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ ทั้งยังลดโอกาสการชะล้างและพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งร่วมกับเด็กๆ ที่โรงเรียนช่วยกันปลูกต้นไม้ผลเพื่อใช้เป็นอาหารกลางวัน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

สำหรับการเดินทางในทริปนี้ตลอดระยะเวลาทั้งสามวัน เราได้เดินทางผ่านเส้นทางแทบจะทุกรูปแบบ มีการปรับโหมดการขับขี่ ฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงระบบความปลอดภัยของตัวรถ แต่ไม่ว่าเส้นทางจะเป็นอย่างไร Ford Ranger ก็แสดงให้เห็นได้อย่าชัดเจนว่า สามารถพาพวกเราเหล่าคาราวานก้าวผ่านเอาชนะทุกอุปสรรคการเดินทางทุกเส้นทางไปได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะด้วยเครื่องยนต์ ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ขนาด 3.2 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร บวกเข้ากับเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดอย่างครบครัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) โหมดการตั้งค่าแบบอัตราทดสูง (4×4 Low) และระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD) ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ และด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุดถึง 800 มิลลิเมตร พร้อมการออกแบบช่วงล่างและด้านหน้าให้สามารถกระจายแรงดันจากน้ำได้เป็นอย่างดี สุดท้านที่ตัวผู้ขับขี่เองชอบมากๆก็คือ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีความเบาสามารถหักเลี้ยวได้อย่างแม่นยำ Ford Ranger จึงสามารถพาผู้ขับขี่ผจญภัยไปบนทุกเส้นทางหฤโหดได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล

“ตลอดระยะเวลาร่วม 70 ปี ที่พสกนิกรชาวไทยได้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระราชาผู้ทรงธรรม ภาพที่พวกเราทุกคนต่างคุ้นตาคือภาพที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎรของพระองค์แม้ในพื้นที่ห่างไกล พระองค์ได้ทรงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนของพระองค์ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังทรงตระหนักถึงความสำคัญของผืนน้ำและผืนป่าอันเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่พวกเราทุกคนควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Ford ประเทศไทย กล่าว

“กิจกรรมตามรอยต้นน้ำของพ่อในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ด้านการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรน้ำและป่าไม้ รวมถึงร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่แทบมิได้ว่างเว้นแต่ละวัน เพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทยอย่างเป็นสุข Ford ในฐานะบริษัทรถยนต์ต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธรุกิจในประเทศไทยมากว่า 20 ปี ขอน้อมนำพระราชจริยวัตร พระราชดำรัส และพระราชดำริอันงดงาม มาประยุกต์ใช้เป็นหลักการในการดำเนินธุรกิจสืบต่อไป” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวปิดท้าย

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง Ford ประเทศไทย ที่ช่วยอำนวยความสะดวก และดูแลสำหรับการเดินทางตลอดทั้ง 3 วันมาเป็นอย่างสูงครับ