KAIConcept Mazda VISIONCOUPE มาสด้า โตเกียวมอเตอร์โชว์

Mazda เปิดตัว KAI Concept และ VISION COUPE ที่งานโตเกียวมอเตอร์ โชว์

Home / ข่าวรถยนต์ / Mazda เปิดตัว KAI Concept และ VISION COUPE ที่งานโตเกียวมอเตอร์ โชว์

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเมืองหลวงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คึกคักคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ รวมทั้งผู้สื่อข่าวสายรถยนต์จากประเทศไทยที่ต่างหลั่งไหลกันไปเพื่อชมนิทรรศการของโลกยนตรกรรม นั่นคือ งาน Tokyo Motor Show ครั้งที่ 45 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงทุกๆ สองปี ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลท์สำคัญคงหนีไม่พ้นยานยนต์ต้นและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาจัดแสดงกันอย่างล้นบูธ หนึ่งในนั้นคือรถต้นแบบ หรือ Concept Car จากค่าย มาสด้า ที่ในปีนี้ได้เนรมิตรถต้นแบบมาถึง 2 คัน 2 สไตล์ ภายใต้การแบบใหม่ล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยทางมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวแนะนำคอนเซ็ปต์คาร์ของสองโมเดลด้วยกันคือ KAI CONCEPT และ VISION COUPE ที่งานโตเกียวแห่งนี้ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะเปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560

มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับรถทั้ง 2 คันจาก มาสด้า ว่ามีอะไรที่โดดเด่นกันบ้าง รถแฮตช์แบคตามแบบฉบับ The Mazda KAI CONCEPT ได้เปิดตัวเจนเนอเรชั่นใหม่ของรถยนต์ มาสด้า ที่รวมเอาเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-X, SKYACTIV-Vehicle Architecture และการแสดงออกถึงภาษาการออกแบบในลักษณะของโคโดะ ดีไซน์ โมเดลที่รวบรวมเอาเทคโนโลยี เครื่องยนต์และการออกแบบที่ได้บรรยายถึงเจนเนอเรชั่นใหม่ของรถยนต์ มาสด้า ความปราณีตในทุกพื้นที่ของการแสดงสมรรถนะที่ทั้งคล่องแคล่วและมีชีวิตชีวา ซึ่งมอบความเงียบสงบและการขับขี่ที่สะดวกสบายพร้อมสมรรถนะที่มากขึ้น The KAI CONCEPT ให้ความรู้สึกถึงสัดส่วนของกล้ามเนื้อและการมีชีวิตที่มีความพลิ้วไหวอย่างละเอียดอ่อนในการสะท้อนถึงร่างกายของมนุษย์

The VISION COUPE แสดงถึงวิสัยทัศน์การออกแบบของมาสด้าในเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่แสดงถึงความเจริญเติบโตอีกขั้นของโคโดะ ที่ได้นำสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้โดยเพิ่มความสง่างามและความเป็นพรีเมี่ยม ส่วนภายนอกได้รวม “one motion” ที่ได้ซึมซาบอารมณ์ความรู้สึกของความเร็วและส่วนของภายในยังได้รวมเอาความลึกแบบสามมิติ พร้อมแกนยาวที่ให้ลุคของความแข็งแกร่งที่ช่วยมอบความผ่อนคลายแต่คงไว้ซึ่งความปราดเปรียว

ควบคู่ไปกับ “Sustainable Zoom-Zoom 2030”  วิสัยทัศน์ในระยะยาวสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี มาสด้าตั้งใจที่จะใช้ความน่าดึงดูดใจของรถในขั้นพื้นฐาน การขับขี่อย่างสนุกสนาน เพื่อที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนต่างๆ ยกมาตรฐานของสังคมและช่วยทำให้โลกมีความสวยงาม โดยการมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์เพื่อที่จะทำให้การขับขี่เสมือนการเฉลิมฉลองความสุข ทั้งนี้บริษัทฯ หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยยกมาตรฐานการใช้ชีวิตและสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับลูกค้า

นอกจากนี้ทาง มาสด้า ยังได้วางวิสัยทัศน์ระยะยาวสำหรับแนวทางการพัฒนารถยนต์ในอนาคตไว้อย่างน่าประทับใจ “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ซูม-ซูม 2573” หรือวิสัยทัศน์ในระยะยาวสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรามองไปในอนาคตถึงปี พ.ศ. 2573 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมรถยนต์ วิสัยทัศน์ใหม่นี้ได้ขยายมุมมองและตั้งเป้าหมายว่า มาสด้า จะทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ซึ่งเป็นพื้นฐานความน่าสนใจของรถยนต์ที่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของประชากรโลกและสังคมที่เผชิญอยู่ในขณะนี้

ในส่วนของการดูแลรักษ์โลก เราให้พันธะสัญญาเพื่อจะสร้างอนาคตให้ยั่งยืน ที่ซึ่งมนุษย์และรถยนต์จะสามารถอยู่ร่วมกันท่ามกลางโลกที่ยังคงความสวยงาม ด้วยการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงโดยรวม โดยพิจารณาจากการปล่อยพลังงานตลอดอายุการใช้งานของยานพาหนะนั้นๆ เพื่อที่จะลดการปล่อยของเสียภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ และทางที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายนี้ คือ การแก้ไขปัญหาผ่านหลายช่องทาง โดยการนำเสนอเรื่องการเผาไหม้ของเครื่องยนต์และเทคโนโลยีทางด้านไฟฟ้า โดยพิจารณาตามพลังงานในแต่ละภูมิภาคและแหล่งกำเนิดของพลังงาน ด้านสังคม เราวางแผนที่จะสร้างระบบเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรผ่านการพัฒนายานยนต์ควบคู่กับสังคม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจ ด้านประชากร เราตั้งเป้าหมายที่จะมอบความพึงพอใจด้วยการมีส่วนร่วมในการปกป้องรักษาโลกใบนี้ และการมีส่วนร่วมในการยกระดับสังคมด้วยรถยนต์ที่สามารถส่งมอบความสุขในการขับขี่อย่างแท้จริง

MAZDA KAI CONCEPT รถต้นแบบแฮตช์แบค สำหรับรถยนต์มาสด้าในอนาคต

Mazda KAI CONCEPT เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ เพื่อที่จะนำเสนอยานยนต์ในอุดมคติ ด้วยการบรรจุเครื่องยนต์สันดาปภายใน KAI CONCEPT นี้จะรวมการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีสำหรับเจเนอเรชั่นหน้าควบคู่ไปกับการออกแบบ KAI CONCEPT ได้รวบรวมเป้าหมายของมาสด้าเพื่อให้เป็นแบรนด์ที่มีสัมพันธภาพที่แข็งแกร่งกับลูกค้า จนกระทั่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน และคำมั่นสัญญาที่จะผลิตรถยนต์ให้อยู่เหนือความคาดหมายของลูกค้า

ระบบส่งกำลังรถยนต์ที่ได้เลือกสำหรับ KAI CONCEPT คือ SKYACTIV-X เครื่องยนต์ใหม่ของมาสด้าสำหรับเจนเนอเรชั่นแห่งอนาคต ที่ได้รวมนวัตกรรมในกระบวนการเผาไหม้ที่เรียกว่า Spark Controlled Compression Ignition (SPCCI) SKYACTIV-X ถือเป็นเครื่องยนต์เบนซินในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ ผนวกรวมกับ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ซึ่งเป็นการใช้ร่างกายและความสามารถของมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์  เมื่อผนวกเข้ากับเครื่องยนต์ SKYACTIV-X จะส่งให้รถยนต์มีการขับขี่ที่ทรงพลังในทุกๆ ด้าน มีสมรรถนะสูง ความเงียบ และสะดวกสบายขณะขับขี่

การออกแบบที่มีความเฉียบคม สวยงาม โดยการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกและทำให้เกิดการออกแบบรถแฮตช์แบคที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง แสดงออกถึงศิลปะที่โอบอุ้มสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น มาสด้า ได้ย่อและย้ำเรื่อง โคโดะ ดีไซน์ เข้าไปในตัวรถ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการบรรยายภาพรถยนต์แฮตช์แบคของ มาสด้า ที่มีองค์ประกอบที่สมดุล

“ไค” หมายความว่า “ผู้บุกเบิก” มาสด้าได้เลือกชื่อนี้สำหรับสำหรับ KAI CONCEPT สำหรับในเจนเนอเรชั่นใหม่

 

Mazda VISION COUPE แนวทางสำหรับเจนเนอเรชั่นใหม่ในการออกแบบรถมาสด้า

แนวทางของ มาสด้า ที่มีต่อ Mazda VISION COUPE เป็นการออกแบบโมเดลสำหรับยุคถัดไปที่แสดงให้เห็นถึง “ความสง่างามรูปแบบใหม่” ที่พวกเราได้พัฒนาขึ้นโดยนำเอาประวัติศาสตร์การออกแบบของมาสด้า ชื่อของรถ “คูเป้” คือนัยยะความพิเศษของ “ความสง่างามสไตล์มาสด้า” ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิด

สำหรับการออกแบบในเจนเนอเรชั่นหน้า ซึ่งได้รากฐานมาจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น มาสด้า จึงพยายามอย่างหนักในการออกแบบให้มีความสง่างามและความประณีตบรรจงซึ่งจะถ่ายทอดไปสู่ความมีชีวิตชีวา ต้นกำเนิดของความสง่างามนี้สามารถพิจารณาจาก R360 คูเป้ และ Luce คูเป้ เครื่องยนต์โรตารี่ ในยุคที่มีการกล่าวถึงประสิทธิภาพ ความพยายามที่จะอุทิศตนให้กับการสร้างสรรค์เพื่อสัดส่วนที่มีความสวยงามสำหรับคูเป้ทั้งสองรุ่นนี้ ให้มีความอบอุ่นและสวยงาม แต่แฝงด้วยความสนุกสนานได้กลายมาเป็นพื้นฐานสำคัญของความสง่างามของ มาสด้า

Mazda VISION COUPE ได้สร้างจากสิ่งที่ถูกสืบทอดกันมา “COUPE” แปลว่า การส่งเครื่องบรรณาการให้แก่ราชวงศ์ที่มีความสง่างามและเป็นจุดเริ่มต้นของ โคโดะ ดีไซน์ และได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในเรื่องการออกแบบในเจนเนอเรชั่นใหม่ สไตล์การออกแบบของโมเดลแห่งอนาคต ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงจำกัดของปรัชญา โคโดะ ดีไซน์ ที่เพิ่มความสง่างามและความหรูหราที่แสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาตามธรรมชาติ โดยตัดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เราได้เปิดเผยความสวยงามและสร้างสรรค์การออกแบบยานพาหนะที่แสดงให้เห็นถึงสุนทรียศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของญี่ปุ่น

The Mazda VISION COUPE เป็นการนำพื้นฐานของรถคูเป้แบบสี่ประตูมาใช้ สัดส่วนของรถนั้นมีการทำให้สอดคล้องกับกฎมาตราส่วนทองคำ (golden ratio) ของรถคูเป้แบบคลาสสิคที่ห้องโดยสารยาวไปยังด้านหลังของตัวบอดี้ โครงสร่างที่บ่งบอกเป็นนัยยะสำคัญถึงความทรงพลังผ่านโมเมนตั้ม ก่อให้เกิดความประทับใจในรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง เพื่อให้สอดคล้องกับสำนวนนี้ VISION COUPE ได้ยอมละทิ้งความเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะที่เคยได้กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน โคโดะ ดีไซน์ ซึ่งเน้นย้ำถึงส่วนของบอดี้ ด้วยวิสัยทัศน์นี้มาสด้าได้เลือกสิ่งที่มีความเรียบง่ายโดยการตัดบางส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไปเพื่อที่จะรวมเอาสุนทรียศาสตร์ “less is more”

เครื่องยนต์เบนซินเจเนอเรชั่นใหม่ SKYACTIV-X

SKYACTIV-X เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้กระบวนการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบรูปแบบใหม่จาก มาสด้า ที่รวมเอาลักษณะของสมรรถนะที่รอบสูงในเครื่องยนต์เบนซินกับการประหยัดเชื้อเพลิง รวมกับแรงบิดและความเร็วในการตอบสนองของเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยการเผาไหม้ในตัวเองหรือที่เรียกว่า Spark Controlled Compression Ignition (SPCCI) SKYACTIV-X ถือเป็นเครื่องยนต์เบนซินในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก ที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัด SPCCI เหนือกว่าในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านระหว่างการจุดระเบิดด้วยการอัดและการจุดระเบิดด้วยประกายไฟแบบไร้รอยต่อ

เนื่องจากกระบวนการเผาไหม้แบบใหม่ SKYACTIV-X ได้ผลิตเครื่องยนต์แบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของแรงบิดเพิ่มขึ้น 10-30 เปอร์เซ็นต์  สูงกว่าเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น การจุดระเบิดด้วยการอัดสามารถช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบได้ในภาวะ Super Lean Burn3 หรือในภาวะที่อัตราส่วนของอากาศและน้ำมันมีความเหมาะสมกันทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้มากถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าเครื่องยนต์ SKYACTIV-G ในรุ่นปัจจุบัน นอกจากนี้ SKYACTIV-X สามารถรวมเอาข้อดีของสมรรถนะของเครื่องยนต์เบนซินในรอบที่สูง และการประหยัดพลังงาน รวมถึงแรงบิดที่ตอบสนองแบบเครื่องยนต์ดีเซลเข้าไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก ด้วยสมรรถนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และให้กำลังและการเพิ่มความเร็วของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม นี่คือเครื่องยนต์ที่ผนวกเข้ากันได้อย่างลงตัวสำหรับการขับขี่แบบฉบับ จินบะ-อิไต ของมาสด้า