Airbag BMW ถุงลมนิรภัย รถชน เกิดอุบัติเหตุ

ชนหนักขนาดนี้….ทำไม ถุงลมนิรภัย ไม่ทำงาน??

Home / ข่าวรถยนต์ / ชนหนักขนาดนี้….ทำไม ถุงลมนิรภัย ไม่ทำงาน??

ดังกระหึ่มทั่วโซเชียล จากเหตุการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อไม่นานมานี้ จนเป็นเรื่องที่ทุกคนตั้งข้อสงสัยว่า ชนหนักขนาดนี้ แล้วทำไม Airbag หรือ ถุงลมนิรภัย ถึงไม่ทำงาน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกับปัญหาเหล่านี้กัน

ต้องบอกก่อนว่า ถุงลมนิรภัย จะจุดระเบิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเกิดแรงปะทะอย่างรุนแรงจนไปถึงจุดเซนเซอร์ตรวจจับ ถุงลมนิรภัย ก็จะทำงานขึ้นมาทันที แต่ถ้าไม่ถึงเกณฑ์ หรือมีความรุนแรงไม่ถึงจุดเซนเซอร์ที่ตั้งเอาไว้ ถุงลมนิรภัย ก็อาจจะไม่ทำงาน ทั้งนี้ ถุงลมนิรภัย จะทำหน้าที่ลดอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ดีในความเร็วที่ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ มีการชนจากด้านข้างอย่างรุนแรง ทำให้ม่านนิรภัยทำงาน แต่ถุงลมด้านหน้ากลับไม่ทำงาน เพราะเนื่องจากไม่ได้ชนจากด้านหน้าตรง ซึ่งเซ็นเซอร์จะไม่ได้รับข้อมูลที่จะปล่อยถุงลมออกมานั้นเอง ซึ่งในลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นลักษณะที่ทางผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ได้เปิดเผยในคู่มือประจำรถว่า ถุงลมนิรภัย อาจจะไม่ทำงาน ได้แก่ การขับรถชนเสา ชนต้นไม้ ชนท้ายรถบรรทุก หรือรถที่มีความสูงกว่ารถของตัวเอง ชนหรือปะทะกับสิ่งกีดขวางด้านข้าง (เยื้อง) ชนแบบเยื้องหนีศูนย์กับรถคันอื่น หรือลื่นไถลและหมุนไปปะทะกับวัตถุ หรือรถทางด้านข้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ทางผู้ผลิต ยังตั้งค่าไม่ให้ระบบ ถุงลมนิรภัย (ทางด้านหน้า) ทำงาน ในการชนบางกรณี ได้แก่ ชนจากด้านท้าย ชนจากด้านข้าง และการพลิกคว่ำ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถออกจากตัวรถได้ง่าย

ในปัจจุบันแทบทุกค่ายจะติดตั้ง ถุงลมนิรภัย ที่มากกว่า 6 จุด เพื่อเสริมด้านความปลอดภัยในการขับขี่ ไม่เว้นแต่รถราคาประหยัดอย่าง อีโคคาร์  ซึ่งในรถยนต์แต่ละคันจะมีจำนวน ถุงลมนิรภัย ไม่เท่ากัน และตำแหน่งหลักๆ ของ ถุงลมนิรภัย จะมีดังนี้

  • ถุงลมด้านหน้า
  • ถุงลมด้านข้าง
  • ม่านถุงลม
  • ถุงลมป้องกันเข่าและขา
  • ถุงลมที่พื้นใต้เท้า