MICHELIN Primacy 4 มิชลิน ยางรถยนต์ ยางสึก ไพรมาซี่

MICHELIN Primacy 4 ทดสอบ ยางเส้นใหม่และใกล้หมดดอก ตามแนวคิด อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน

Home / ข่าวรถยนต์ / MICHELIN Primacy 4 ทดสอบ ยางเส้นใหม่และใกล้หมดดอก ตามแนวคิด อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน

มิชลิน พลิกโฉมตลาดยางรถยนต์ในไทยด้วยการเปิดตัว มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ (MICHELIN Primacy 4) ผลิตภัณฑ์ยางรุ่นล่าสุดในตระกูล ไพรมาซี่ ที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน” (Safe When New, Safe When Worn) ตอกย้ำคุณสมบัติเด่นในสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก และยังได้ชื่อว่าเป็นยางที่ให้นุ่มเงียบสบายขณะขับด้วย 2 เทคโนโลยีล้ำหน้าล่าสุด

เทคโนโลยี EverGrip ที่ประกอบด้วย
ร่องรีดน้ำแบบใหม่ โดยออกแบบให้ร่องดอกยางเป็นทรงเหลี่ยมมากขึ้นและกว้างกว่าเดิมเมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อนหน้า ทำให้มีพื้นที่ในการรีดน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก และแม้ร่องรีดน้ำจะกว้างขึ้นแต่กลับมีพื้นที่หน้าสัมผัสมากขึ้นด้วย

 

สูตรผสมเนื้อยางสมรรถนะสูงนวัตกรรมล่าสุด เนื้อยางสูตรพิเศษคุณภาพสูงที่เพิ่ม Active Bonding Element ทำให้โมเลกุลของซิลิก้ากับโพลิเมอร์ยึดเกาะกันได้ดีและสม่ำเสมอกว่าสูตรเนื้อยางธรรมดาทั่วไป ทั้งยังส่งผลให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่นกว่าและเกาะบนถนนเปียกได้ดีกว่า

มิชลิน

 

เทคโนโลยี Silent Rib รุ่นสอง ลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands)  ซึ่งไม่เพียงช่วยลดเสียงที่เกิดจากการบีบอัดอากาศภายในช่องว่างของบล็อกดอกยาง แต่ยังช่วยให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น จึงให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สบายตลอดการเดินทาง

MICHELIN Primacy 4

เเละในวันที่ 5 กรกฏาคม 2561 มิชลิน ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ขึ้นที่โรงแรมเรอเนสซองซ์ พัทยา พร้อมกับสื่อมวลชนจาก 9ประเทศที่มาทำข่าวการเปิดตัวในครั้งนี้ โดยจัดกิจกรรมแบ่งออกเป็นสองวันคือวันแรก (5 ก.ค.) เปิดตัวและแนะนำผลิตภัณฑ์ พร้อมกับช่วงเย็นเป็นการรับประทานอาหาร Michelin Guide Dinner และวันที่สอง (5 ก.ค.) กับกิจกรรมทดสอบยาง MICHELIN Primacy 4 Experience ที่สวนนงนุช พัทยา

การทดสอบแบ่งออก 3 ช่วงได้แก่ 1.การทดสอบสมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก (ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2 มิลลิเมตร) รวมถึงมีการเปรียบเทียบสมรรถนะการเบรกระหว่างยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 และยางคู่แข่ง โดยทีมงานมิชลิน ผลปรากฏว่าระยะการเบรกบนถนนเปียกขณะที่รถขับมาด้วยความเร็ว 80 กม/ชม. ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4  ที่เป็นยางใหม่ทำระยะเบรกได้ดีกว่ายางคู่แข่งประมาณ 5-6 เมตร ขณะที่หากเป็นยางที่ใกล้ดอกหมดยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ทำระยะเบรกได้ดีกว่ายางคู่แข่งที่ใกล้ดอกหมดยางเช่นเดียวกันที่ 4-10 เมตรเลยทีเดียว

การทดสอบช่วงที่สองผู้สื่อข่าวขับรถยนต์ที่ใช้ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ใหม่ สัมผัสความนิ่มและเงียบขณะขับขี่ตามเส้นทางในสวนนงนุชก่อนจะขับผ่านเส้นลวดที่ขึงไว้ที่พื้นถนนเพื่อทดสอบความนิ่งเมื่อรถเคลื่อนที่ผ่านพื้นผิิวถนนที่ขรุขระ โดยเป็นการทดสอบขับรถยนต์ โตโยต้า แคมรี่สลับกันระหว่างรถที่ใช้ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 กับยางคู่แข่ง ซึ่งผลที่สัมผัสได้คือความรู้สึกนิ่งเงียบในห้องโดยสารเเละหนึบที่พื้นผิวของยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 เมื่อผ่านทางขรุขระดีกว่ายางคู่แข่ง ส่วนเรื่องความเงียบด้วยความเร็วที่ใช้ไม่มาก และบางจังหวะเป็นแค่การเดินเครื่องเบาปล่อยให้รถไหลจึงยังไม่สามารถวัดความเงียบของเสียงได้ด้้วยหู แต่จากตัวเลขที่ทีมงานวัดได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเสียงแรงสั่นสะเทือนของ มิชลิน ไพรมาซี่ 4 เมื่อผ่านทางขรุขระมีค่าตัวเลขที่น้อยกว่ายางคู่แข่งพอสมควร

 

MICHELIN Primacy 4

ปิดท้ายการทดสอบยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ในครั้งนี้ด้วยการขับยิมคาน่าโดยสื่อมวลชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วยรถ มอร์เซเดส อี-คลาส  จุดประสงค์ในการทดสอบกิจกรรมสุดท้ายเพื่อเป็นการวัดสมรรถนะการขับขี่ที่แท้จริงของ มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ดูการเกาะถนน การทรงตัวที่เเสดงให้เห็นว่า มิชลิน ไพรมาซี่ 4 นอกจากจะเป็นยางที่ให้ความนิ่มเงียบสบายขณะขับขี่เเล้ว บทที่ต้องการเพอร์ฟอร์เมนซ์อย่างจริงจังก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

ในประเทศไทย ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 จะเริ่มวางตลาดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ศกนี้เป็นต้นไป โดยมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 31 ขนาด (ขอบ 15-19 นิ้ว) ซึ่งครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์ชั้นนำหลายรุ่น อาทิ โตโยต้า แคมรี่ (Toyota Camry), ฮอนด้า แอคคอร์ด (Honda Accord), บีเอ็มดับบลิว ซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 5 (BMW 3 and 5 Series), เมอร์เซเดส อี-คลาส และ ซี-คลาส (Mercedes E and C Classes) และรถยนต์รุ่นอื่นๆ อีกมากที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายขณะขับขี่