ismart mg mg3 ซื้อรถใหม่ รถอัจฉริยะ

ถ้ารถในอนาคต เดินทางมาถึงวันนี้ แล้วตอนนี้เรารู้จัก Connected Car ดีพอหรือยัง?

Home / ข่าวรถยนต์ / ถ้ารถในอนาคต เดินทางมาถึงวันนี้ แล้วตอนนี้เรารู้จัก Connected Car ดีพอหรือยัง?

Connected Car เป็นศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นในวันที่วงการรถยนต์ได้หลอมรวมเข้ากับยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ซึ่งคำนี้หลายคนอาจะคุ้นหรือไม่คุ้นก็ตาม แต่วันนี้เราจะได้มารู้ไปพร้อมกันว่า Connected Car ที่ถูกต้องนั้นคืออะไร และให้ประโยชน์กับผู้ขับขี่ได้มากน้อยเพียงไร

Connected Car คืออะไร

กสทช. ได้ให้คำนิยามแบบเป็นทางการเอาไว้ว่า คือการประยุกต์ใช้ประเภทหนึ่งของ Internet of Things (IoT) โดยเป็นการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับยานยนต์และการคมนาคมขนส่ง ทําให้รถยนต์กลายเป็น Connected Vehicles หรือ Connected Car ซึ่งสามารถสื่อสารกับสิ่งต่างๆ ได้แก่

  1. เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อความบันเทิงของผู้โดยสาร (Infotainment)
  2. เชื่อมต่อกับบริการเกี่ยวกับการขับขี่ (Telematics) เช่น บริการนําทาง บริการตรวจเช็ครถยนต์จากระยะไกล เป็นต้น
  3. สื่อสารกับสิ่งต่างๆ รอบตัว (Vehicle-to-Everything: V2X) เช่น รถยนต์คันอื่น สัญญาณไฟจราจร เป็นต้น
  4. นําการสื่อสารมาผนวกกับข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ ซึ่งใช้ในการตรวจจับสิ่งที่อยู่รอบตัว และนําข้อมูลมาประมวลผลเพื่อการขับขี่ เกิดเป็นรถยนต์ไร้คนขับหรือรถยนต์ขับอัตโนมัติ (Automated Vehicles)

ทั้งนี้จากคำนิยามดังกล่าวทำให้เห็นว่า Connected Car ถือว่าเป็นสิ่งที่อำนวยประโยชน์อย่างมากมายให้แก่วิถีการใช้รถยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับ ผลสำรวจของบริษัทผู้ผลิตแอพลิเคชั่นชั้นนำอย่าง Metrova ของประเทศ สหรัฐอเมริกาที่ได้เผยผลวิจัย ความรู้สึกของผู้บริโภคชาวอเมริกันเกี่ยวกับ Connected Car ซึ่งจากการสำรวจพบว่าคนอเมริกันกว่า 88 เปอร์เซ็นต์ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในรถยนต์ และกว่า 50 เปอรเซ็นต์ในปัจจุบัน ใช้รถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้

  

เหนืออื่นใดสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งจากผลสำรวจคือ 1 ใน 5 ลงความเห็นว่า ถ้าจะซื้อรถใหม่สักคัน เทคโนโลยีที่มีอยู่ในรถเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ โดยถ้ารถที่พวกเขาต้องการซื้อมีเทคโนโลยีที่ไม่โดนใจ ถึงราคาและรูปทรงรถจะเป็นที่ถูกใจแค่ไหน ผู้บริโภคเหล่านี้ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปซื้อรถที่มีเทคโนโลยีที่ใช่กว่าทันที แม้ว่าการสำรวจนี้จะเกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่เชื่อว่าผู้ขับขี่ในหลายๆ ประเทศก็คงจะมีความเห็นคล้ายๆ กัน ว่าหากการสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทยผลสำรวจที่ได้ก็คงใกล้เคียงกัน ดังนั้นเทรนด์รถยนต์ Connected Car คืออีกหนึ่งเทรนด์ของรถยนต์ในอนาคตที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้

เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่ยุคที่อินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ในทุกที่ทุกเวลา และเทคโนโลยีไม่เพียงแค่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น แต่ยังเป็นตัวช่วยสร้างสีสันให้กับชีวิตหลายๆ ซึ่งบอกได้เลยว่า Connected Car ในเมืองไทยไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เกิดขึ้นจริงแล้วใน “MG3 ใหม่คือ Connected Car รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวให้คนไทยได้เป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดายด้วยราคาที่เอื้อมถึง ผ่านทางระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART ที่ติดตั้งอยู่ในแฮทช์แบ็คขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในเมือง ซึ่งมาพร้อมกับความสะดวกสบายอย่างน่าเหลือเชื่อกับ 3 ฟังก์ชั่นใหม่ที่ไม่มีใครเหมือน 

  1. TRUE MUSIC ONLINE  ให้คุณได้สนุกกับเสียงเพลงแบบสตรีมมิ่งไม่รู้จบ ไม่ว่าศิลปินค่ายอะไร ประเภทใด ดนตรีแนวไหน  พร้อมสนุกกับคุณได้เสมอ มากกว่า 1 ล้านเพลง
  2. เมื่อคุณหิวในเวลาเดินทางอยากหาของอร่อยกินระหว่างเดินทาง แอพพลิเคชั่น WONGNAI  ยินดีพร้อมให้บริการทันที  โดยสามารถเรียกดูข้อมูลร้านอาหารพร้อมรีวิว และสามารถนำทางไปได้แบบสะดวกทันใจ ไม่ต้องกลัวหลง ผ่านระบบนำทาง iGO ซึ่งจะแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุดให้
  3. ทานอิ่มแล้วก็หาที่พักต่อได้ง่ายดายด้วย แอพพลิเคชัน AGODA ให้คุณเรียกดูข้อมูลที่พักพร้อมรีวิว และสามารถนำทางได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเพิ่มเติม หรือต้องควานหามือถือ

นอกเหนือจากทั้ง 3 ฟังก์ชั่นสุดสะดวกสบายแล้ว ระบบ i-Smart ที่มีเฉพาะในรถยนต์ MG ยังมีฟังก์ชั่นพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้ขับสื่อสารและควบคุมสิ่งต่างๆ ในรถได้ อาทิ การสั่งเปิดหรือปิดแอร์และสั่งโทรออกหาคนในรายชื่อ พร้อมการเริ่มใช้ง่ายๆ ผ่านระบบการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลกด้วยการพูดว่าฮัลโหล เอ็มจี

ระบบ i-Smart แสดงผลผ่านหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อยูเอสบี และยังสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลาผ่านสมาร์ทโฟน เช่น ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ ถุงลมนิรภัย และสถานะประตู  อีกทั้งยังช่วยบอกตำแหน่งรถยนต์และแจ้งเตือนการสตาร์ทเครื่องที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม รวมถึงช่วยตามหาพิกัดของรถกรณีรถหายได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับ

นอกเหนือจากความโดดเด่นในแบบฉบับของ Connected Car แล้ว MG3 ใหม่ ยังมาพร้อมรูปทรงใหม่หมดจดตั้งแต่หน้าจรดท้าย พร้อมดีไซน์ภายในใหม่ และเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 112 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ผสานการทำงานด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด ตอบสนองทุกการขับขี่อย่างลงตัว พร้อมอุ่นใจด้วยระบบความปลอดภัยที่มากถึง 8 ฟังก์ชั่น ทั้งระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ระบบช่วยกระจายแรงเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ควบคุมการลื่นไถล ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน  และ การรับประกันนานถึง 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตรพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

MG3 ใหม่ มากับ 4 ทางเลือกย่อย ได้แก่ รุ่น C ราคา 519,000 บาท, รุ่น D ราคา 549,000 บาท, รุ่น ราคา X 589,000 บาท และรุ่น V  (มีระบบ i-Smart) ราคา 629,000 บาท ทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ MG3 จะได้รับแพคเกจระบบ i-Smart ฟรีเป็นเวลา 5 ปี พิเศษ สำหรับลูกค้า MG ZS สามารถอัพเดทฟังก์ชันใหม่ในระบบ i-SMART ได้ฟรีที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ