ธุรกิจชุมชนพัฒน์ ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์

Toyota พี่เลี้ยงธุรกิจชุมชนไทย เปิดศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ แห่งที่ 2

Home / ข่าวรถยนต์ / Toyota พี่เลี้ยงธุรกิจชุมชนไทย เปิดศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ แห่งที่ 2

นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด  หน่วยงานราชการในจังหวัดขอนแก่น และนางสายทิพย์ ลามา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกสว่าง ข้าวแตนสมุนไพรสายทิพย์ ร่วมเปิด “ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ แห่งที่ 2” ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกสว่าง ต. คอนฉิม อ. แวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มดำเนินโครงการ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” พ.ศ. 2556 ผ่านการเป็น “พี่เลี้ยงธุรกิจชุมชนไทย” ที่นำองค์ความรู้ในการทำธุรกิจของโตโยต้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อันได้แก่ วิถีโตโยต้า (Toyota Way) ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System) และปรัชญาลูกค้าเป็นที่หนึ่ง (Customer First) ถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs เพื่อพัฒนาศักยภาพ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย

โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกสว่าง ผู้ผลิต ข้าวแตน สมุนไพรสายทิพย์ ได้เข้าร่วมโครงการ โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ ในปี 2558 โดย โตโยต้า และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าขอนแก่น ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตแบบโตโยต้า ไปดำเนินงานถ่ายทอด “จิตวิญญานแห่งการไคเซ็น” โดยการเข้าศึกษาและแก้ปัญหาทางธุรกิจในลักษณะการเป็น “พี่เลี้ยงทางธุรกิจ” ภายใต้หลักการ รู้ ปัญหาในทุกกระบวนการ เห็น แนวทางแก้ไข ทำเป็น ด้วยตนเอง และ เข้าใจ ใส่ใจ ในการดำเนินงาน ส่งผลให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมืออาชีพ สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้ส่งมอบโครงการเมื่อเดือนกันยายน 2560 และได้ติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มฯ อย่างต่อเนื่อง พบว่ากลุ่มฯ ยังคงรักษาผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน และทำการไคเซ็นได้ด้วยตนเองตามแนวทางของโตโยต้า ส่งผลให้กำลังการผลิตของโรงงานเพิ่มขึ้นกว่า 33%

โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์

จากการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โตโยต้าและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกสว่าง ข้าวแตนสมุนไพรสายทิพย์ ได้พิจารณายกระดับธุรกิจให้กลายเป็น “ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ แห่งที่ 2” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ หลังจากนำหลักการของโตโยต้าไปปรับใช้ แก่ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภายในศูนย์ฯ มีองค์ความรู้ในการปรับปรุงธุรกิจหลักๆ ได้แก่

  • การวางแผนธุรกิจตลอดทั้งกระบวนการ โดยบอร์ดแห่งการมองเห็น (Visualization Board)
  • การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ (ไคเซ็น) เช่น การควบคุมคุณภาพ การลดของเสีย และเพิ่มผลิตภาพ
  • การบริหารสินค้าคงคลังด้วยระบบทันเวลาพอดี ส่งผลต่อการบริหารต้นทุนและคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์การเรียนรู้ฯ แห่งนี้ นับเป็นแห่งที่ 2 ต่อจาก กลุ่มตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ท โอทอป จังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ ผู้ประกอบการ OTOP SMEs และหน่วยงานภาครัฐแล้วกว่า 4,000 คน โดยโตโยต้าคาดหวังว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกสว่าง ข้าวแตนสมุนไพรสายทิพย์ จะสามารถต่อยอดความสำเร็จในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ธุรกิจชุมชนอื่นๆ เพื่อนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตน

ปัจจุบัน โตโยต้าได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ ธุรกิจชุมชนทั้งหมด 12 แห่ง ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยในปีนี้ โตโยต้าจะเดินหน้าขยายโครงการ “ธุรกิจชุมชนพัฒน์” เพิ่มในอีก 10 ธุรกิจชุมชน ใน 10 จังหวัด โดยมีเป้าหมายในการขยายโครงการฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2565 ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการดำเนินโครงการ มาถ่ายทอดเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ ภายใต้นโยบายประชารัฐ โดยความร่วมมือกับ Thailand Smart Center หอการค้าไทย และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้ามีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมืออาชีพด้วยตนเอง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์ฯแห่งนี้จะเป็นต้นแบบในการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการรายอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าขยายผลโครงการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสุขผ่านการพัฒนาภาคเศรษฐกิจของประเทศ ให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน”