OTOP Select PTT Station PTTOR SME D Bank ตลาดไทยเด็ด ธ.ก.ส. บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น โอทอป ซีเล๊ค ไทยเด็ด

PTTOR ผนึกหน่วยงานพันธมิตรเปิดโครงการ ไทยเด็ด ยกระดับสินค้าวิสาหกิจชุมชน

Home / ข่าวรถยนต์ / PTTOR ผนึกหน่วยงานพันธมิตรเปิดโครงการ ไทยเด็ด ยกระดับสินค้าวิสาหกิจชุมชน

PTTOR ผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตร เปิดโครงการ “ไทยเด็ด” มุ่งยกระดับสินค้าวิสาหกิจชุมชน เพิ่มช่องทางการจำหน่ายใน สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ

คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีโออาร์ (PTTOR) คุณวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คุณมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) พร้อมทั้งคุณอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมพิธีเปิดโครงการ “ไทยเด็ด” ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น หจก. โค้งวิไลไทยเสรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยมี คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และคุณสิรินาฏ กฤชภากรณ์ ผู้บริหารสถานีฯ ให้การต้อนรับ

โครงการ “ไทยเด็ด” เป็นความร่วมมือระหว่าง พีทีทีโออาร์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ที่ร่วมกันคัดสรรผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนได้รับโอกาสในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้พื้นบ้าน เพื่อยกระดับเข้าสู่ระบบการผลิตที่เป็นมาตรฐาน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น และสร้างให้คำว่า “ไทยเด็ด” เป็นตัวแทนของการสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น

คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ พีทีที โออาร์ กล่าวว่า พีทีที โออาร์ ได้ปรับแนวคิดการดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้เป็น “Living Community” โดยเป็นศูนย์กลางในการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและคู่ค้า รวมถึงการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล จึงได้เริ่มความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า SME D Bank และ ธ.ก.ส. จัดโครงการไทยเด็ดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งส่งมอบองค์ความรู้เพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดกระบวนการผลิตที่เป็นระบบ ได้มาตรฐาน เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น โดยคำว่า “ไทยเด็ด” สื่อถึงผลิตภัณฑ์ของดีของเด่นในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาจำหน่ายที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น ซึ่งจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการหลายหลายกิจกรรม

ในวันนี้ได้มีการเปิด “ตลาดไทยเด็ด” เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการจัดสรรพื้นที่ให้ชุมชนรอบสถานีบริการน้ำมันฯ นำสินค้าเกษตร อาหาร หรือสินค้าหัตถกรรมงานฝีมือที่มีชื่อเสียง และเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น มาวางจำหน่ายภายในพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมันฯ นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรรม “ไทยเด็ด แมชชิ่งเดย์” ที่พีทีทีโออาร์และหน่วยงานพันธมิตร นำชุมชนที่มีศักยภาพมาออกบูธแสดงสินค้า และเชิญผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น จากหลากหลายพื้นที่มาเยี่ยมชมเพื่อเลือกซื้อสินค้าที่มีความเหมาะสมกับผู้บริโภคในพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมันฯ นั้น ๆ ไปจำหน่ายที่ “มุมสินค้าไทยเด็ด” ของแต่ละสถานีบริการน้ำมันฯ เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับผลผลิตจากชุมชน

คุณวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ “ไทยเด็ด” ถือเป็นการส่งเสริม สร้างโอกาสและเป็นการ-เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนได้เป็น

อย่างดี กรมฯ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจากกลุ่มผู้ประกอบการ โอทอป ซีเล๊ค (OTOP Select) และจากเครือข่ายธุรกิจ “ MOC Biz Club” ที่กรมฯ จัดตั้งขึ้นทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์รวมเครือข่ายผู้ประกอบการฐานราก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้เกิดพันธมิตรทางการค้าที่เกื้อกูลกัน เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับและพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือ SME รายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สินค้าได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถขยายตลาด และมีแหล่งกระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เศรษฐกิจฐานรากของประเทศมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่จะมีความมั่นคง และยั่งยืน มากขึ้น

คุณมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า โครงการไทยเด็ด มีความสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างยิ่ง ซึ่ง ธพว. พร้อมร่วมทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการ SME คนตัวเล็กในชุมชน ผ่านยุทธศาสตร์มอบ “3 เติม” ช่วยยกระดับความสามารถ สร้างมาตรฐาน ขยายตลาด ซึ่งจะทำให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และยั่งยืน ได้แก่ 1.เติมทักษะ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขีดความสามารถการประกอบธุรกิจ 2.เติมทุน ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 และสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เพื่อธุรกิจเกษตร แปรรูปอาหาร ท่องเที่ยวชุมชน ค้าปลีก-ค้าส่ง และอาชีพอิสระ เป็นต้น และ 3.เติมคุณภาพชีวิต ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการภาครัฐ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และลดภาระให้ครอบครัว

คุณอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า โครงการ “ไทยเด็ด” ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรไทยของ ธ.ก.ส. ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเกษตร (SMAEs) ที่มีความสามารถในการแข่งขัน เป็นกลไกเชื่อมโยงสู่การพัฒนาตลอดห่วงโซ่สินค้าเกษตร ตั้งแต่การผลิต การรวบรวม การแปรรูป และการตลาด โดยภายในงาน ธ.ก.ส. ได้นำผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ผลิตสินค้าได้คุณภาพมีมาตรฐาน จำนวน 12 ราย ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยจากชุมชนเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ ของกินของใช้ที่คัดสรรมาอย่างดีมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ สินเชื่อ SME เกษตร และโครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit)

คุณจิราพร กล่าวเพิ่มเติมว่า พีทีทีโออาร์ ในฐานะบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท. ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีก ซึ่งมีพันธกิจในการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล โครงการ “ไทยเด็ด” จึงนับเป็นอีกหนึ่งพลังในการสนับสนุนการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่ที่ พีทีทีโออาร์ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดย พีทีทีโออาร์ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนโครงการนี้ ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการฯ นี้แล้ว จำนวน 19 สถานี และคาดว่าจะมีจำนวน 100 สถานี ในปีนี้