Delta Future Industry Summit 2019 nissan nissan LEAF นิสสัน นิสสัน ลีฟ

Nissan เผยวิสัยทัศน์ยานยนต์ไฟฟ้าอนาคตในงาน Delta Future Industry Summit

Home / ข่าวรถยนต์ / Nissan เผยวิสัยทัศน์ยานยนต์ไฟฟ้าอนาคตในงาน Delta Future Industry Summit

นิสสัน ประเทศไทย เปิดเผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของขับเคลื่อนในเมืองหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ไร้มลพิษ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนวิถีชีวิตคนเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบให้ดีขึ้น ในการบรรยายพิเศษภายในงาน Delta Future Industry Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเรอเนสซองซ์ กรุงเทพ ราชประสงค์

Nissan
ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย (Peter Galli, vice president of Communications) กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนอนาคตของหลายๆ เมือง และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกลยุทธ์ด้านการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า และความสำคัญในการร่วมพัฒนาการการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของทุกภาคส่วน

“ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่การขับเคลื่อนยุคใหม่ ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้จากระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน” แกลลี กล่าว “ความสามารถและศักยภาพของเราในด้านการชาร์จพลังงานไฟฟ้าพร้อมระบบที่ทำหน้าที่สนับสนุนในส่วนต่างๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ ใหม่ ในประเทศไทยนั้นได้รับความร่วมมือที่สำคัญอย่างยิ่งจากการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ ภาคเอกชนอย่าง เดลต้า อิเลคโทรนิคส์”

ความร่วมมืออันแข็งแกร่งนี้ จะทำให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้จากทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และตามเส้นทางไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เป็นสิ่งที่นิสสันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยประเทศไทยได้วางเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2 ล้านคัน ในปี พ.ศ. 2579 อีกทั้งรัฐบาลไทยยังได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะช่วยลดมลพิษ ลดการจราจรที่ติดขัด และลดมลพิษทางเสียง

Nissan

เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับบริษัทวิจัยอย่าง ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทการพัฒนาการขับเคลื่อนของเมืองอัจฉริยะในอนาคตของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย เกี่ยวกับ “อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และรวมถึง “การเป็นเมืองแห่งอนาคตในเอเชีย” ทำให้รับทราบถึงพฤติกรรมแบบเจาะลึกของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

สำหรับการวิจัยดังกล่าว ครอบคลุมทั้งใน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า 37% ของผู้ที่กำลังจะซื้อรถยนต์มีความสนใจที่จะซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นคันต่อไป และพบว่าลูกค้าในประเทศไทยถึง 44 % ระบุว่าต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ที่จะเกิดขึ้น

รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ ใหม่ ที่ใช้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับเมืองอัจฉริยะในอนาคต นอกจากนี้ ความสามารถในการลดมลพิษทางเสียงและมลพิษทางอากาศนับว่าเป็นประเด็นสำคัญที่นิสสันให้ความสนใจและใส่ใจ รถยนต์ไฟฟ้านิสสัน ลีฟ ใหม่ ปราศจากมลพิษและมีเครื่องยนต์ที่เงียบ จะมีส่วนอย่างมากในการช่วยส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีในเอเชียและโอเชียเนีย

Nissan

นิสสัน ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าให้กับคนไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดกิจกรรมทดสอบการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ลีฟ ใหม่ ในระยะเวลา 5 วัน สำหรับสื่อมวลชนกว่า 100 คน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับเทคโนโลยีของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้กิจกรรม ‘rEVolution education’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ในงาน Delta Future Industry Summit นี้ แกลลี ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Intelligent Solutions to Air Pollution in ASEAN Cities” หรือ “แนวทางอัจฉริยะเพื่อลดมลพิษทางอากาศสำหรับเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ร่วมกับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชั้นนำต่างๆ

โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทุกๆ ท่านที่ร่วมเสวนา อันได้แก่ รศ.ดร.มาณิศา พิพัฒนสมพร รองศาสตราจารย์หน่วยปฎิบัติการวิจัยสมาร์ทกริดจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณอรรณพ กิ่งขจี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท EEC Engineering Network และ คุณภาสกร ธรรมวิทยากร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์พัดลมระบายอากาศ IAQ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

โดยในช่วงการเสวนา แกลลี ได้กล่าวกับผู้ฟังว่า เขาภูมิใจที่ได้ร่วมทำงานกับบริษัทฯชั้นนำระดับโลก ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าในทั่วโลก “ประเทศไทยนับว่าเป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้นำเทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยในบริบทการพัฒนาสังคมเมือง ซึ่งนับว่าได้รับประโยชน์มากมาย รวมถึงการลดมลพิษทางอากาศและเสียง” แกลลีกล่าวเสริม