โตโยต้า นำความภาคภูมิใจจากไทยสู่เวทีโลก ส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ ใหม่ ในโครงการไอเอ็มวี (IMV) กว่า 100 ประเทศ

Home / ข่าวรถยนต์ / โตโยต้า นำความภาคภูมิใจจากไทยสู่เวทีโลก ส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ ใหม่ ในโครงการไอเอ็มวี (IMV) กว่า 100 ประเทศ

โตโยต้า นำความภาคภูมิใจจากไทยสู่เวทีโลก
ส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ ใหม่ ในโครงการไอเอ็มวี (IMV) กว่า 100 ประเทศ

All New Hilux Export Ceremony Photo Session

     ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย มร.เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น / กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค มาร์เก็ตติ้ง แอนด์เซลส์ / กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง / กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ มร. ชินยะ โคเทระ เจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกลุ่มธุรกิจโตโยต้า หมายเลข 2 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นประธานในพิธีส่งออกรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ใหม่ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

All New Hilux Export Ceremony Speaker Mr. Shinya Kotera

โครงการ IMV นำประเทศไทย ก้าวสู่ระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีส่งออกรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์” ใหม่ ในโครงการ “ไอเอ็มวี” มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Innovative International Multi-purpose Vehicle ที่ริเริ่มดำเนินโครงการครั้งแรกในปี พ.ศ.2545 โดยได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต รถกระบะขนาด 1 ตัน รถยนต์อเนกประสงค์ เครื่องยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าภายในประเทศและส่งออกจำหน่ายไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก

     มร. ชินยะ โคเทระ กล่าวว่า “แนวคิดของโครงการไอเอ็มวี คือ การแทนที่ฐานการผลิตในระดับโลกของรถกระบะจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบการผลิตและการขนส่งให้มีคุณภาพในระดับสูงเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่น โดยรักษามาตรฐานสูงสุดเพื่อตอบสนองความคาดหวังที่สูงและหลากหลายของลูกค้าทั่วโลกด้วยคุณภาพและความทนทานที่ยอดเยี่ยม อันเป็น DNA ของรถกระบะไฮลักซ์”

รถกระบะไฮลักซ์ภายใต้โครงการไอเอ็มวี เริ่มส่งออกสู่ตลาดโลก ในปี พ.ศ 2547 จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่ทำให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้รับการยกระดับเป็นฐานการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ของกลุ่มบริษัทโตโยต้า ด้วยยอดผลิตที่สูงถึงร้อยละ 70 ของยอดผลิตทั่วโลก และยอดส่งออกสะสมสูงถึง 2,400,000 คัน* แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพ และทักษะในการผลิตรถยนต์ระดับ World Class อย่างแท้จริง ของคนไทย
(*ข้อมูลตั้งแต่ สิงหาคม 2547 – มิถุนายน 2558)

All New Hilux Export Ceremony Speaker 1

โตโยต้า ไฮลักซ์ รถกระบะฝีมือคนไทย สู่ความภาคภูมิใจในระดับโลก
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมขยายความสำเร็จหลังจากการแนะนำ “ไฮลักซ์ รีโว่” สุดยอดรถกระบะปฏิวัติทุกมิติแห่งกระบะอนาคต ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ลูกค้าทั่วโลกได้สัมผัสความสมบูรณ์แบบแห่งยนตรกรรมที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย

     มร. เคียวอิจิ ทานาดะ กล่าวว่า “โตโยต้า มีความมั่นใจในการส่งออกไฮลักซ์ใหม่นี้ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยเราจะทำการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า อันจะนำมาซึ่งยอดขายที่สูงขึ้นของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งทำให้เราก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะของโลก

ความสำเร็จนี้เป็นผลจากความมุ่งมั่นและทุ่มเทพัฒนารถกระบะ “ไฮลักซ์” ในทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารการผลิตภายใต้ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System) ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของคนไทย เพื่อผลักดันให้รถกระบะไฮลักซ์ ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศไทยในระดับโลกอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งของโตโยต้า ที่ได้มีโอกาสในการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ด้วยการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดถึงกว่า 50,000 ล้านบาท สามารถสร้างงานให้กับคนไทยในเครือข่ายธุรกิจของ โตโยต้า รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากโตโยต้าสู่ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และทักษะฝีมือแรงงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อให้เป็นกลไลสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน”

All New Hilux Export Ceremony DPM

โตโยต้า ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ดำเนินกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมากว่า 50 ปี มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมการลงทุนร่วมกับภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการไอเอ็มวีสามารถการสร้างงานให้กับคนไทยและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมากมาย ด้วยมูลค่าการส่งออกที่สูงเป็นอันดับ 1 ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,258,000 ล้านบาท รวมกับมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่อีกกว่า 596,000 ล้านบาท นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า 1,854,000 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเป็นอย่างมาก

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าวว่า “ผมขอชมเชย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาอย่างยาวนานมากว่า 50 ปี จนถือได้ว่าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการส่งออกที่ทางบริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการไอเอ็มวีซึ่งเป็นโครงการผลิตและส่งออกรถยนต์กระบะ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และเป็นผู้นำด้านการส่งออกในภาคอุตสหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น สร้างความแข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของประเทศ รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

มร. เคียวอิจิ ทานาดะ กล่าวปิดท้ายว่า “นับจากนี้ลูกค้าทุกภูมิภาคทั่วโลกจะได้สัมผัสถึงความสมบูรณ์แบบของรถกระบะ ไฮลักซ์ ใหม่ที่ผลิตโดยคนไทย ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ความภาคภูมิใจของโตโยต้าเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนเช่นกัน”

“2558 ไฮลักซ์ ใหม่ กระบะไทย ปฏิวัติมาตรฐานโลก”
พัฒนาเศรษฐกิจไทย เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน

DSC_3639-1

DSC_3661-1