FIT Auto ระบบของเหลว ระบบของเหลวในรถ

ระบบของเหลว ในรถยนต์ ตรวจเช็กเองได้ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ระบบของเหลว ในรถยนต์ ตรวจเช็กเองได้ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

เคยแอบสงสัยเหมือนกันว่าเวลาช่างหรือใครๆ ที่พูดว่าเช็กของเหลวในรถยนต์นั้นหมายถึงอะไร แล้วอยู่ตรงไหนบ้าง คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถเช็กของเหลวเองได้ แบบนี้ลองมารู้วิธีเช็กของเหลวในแต่จะจุดเลยดีกว่า เพราะแค่เปิดกระโปรงหน้ารถก็เจอแล้ว

น้ำฉีดกระจก

จะเป็นกระบอกสีขาวขุ่นอยู่ด้านซ้ายหรือขวา บางทีอาจจะเป็นแค่ท่อสีขาวขุ่นยื่นออกมาก็ได้ โดยที่ข้างกระบอกจะมีขีดแสดงระดับน้ำอยู่ หรือรุ่นที่มีแต่ท่อเมื่อเปิดฝาออกมา ด้านในที่ติดกับฝาจะมีแท่งวัดระดับน้ำอยู่สามารถสังเกตระดับน้ำที่เหลือจากแท่งวัดระดับ สำหรับน้ำฉีดกระจกเราสามารถเติมน้ำประปาได้เลย หรือผสมน้ำยาทำความสะอาดแบบเจือจางเข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มความสะอาดขณะที่ก้านปัดน้ำฝนกำลังทำงานก็ได้เหมือนกัน

จุดสังเกต: ฝากระบอกจะมีสัญลักษณ์รูปน้ำบนกระจก

น้ำหม้อน้ำ

ปกติแล้วน้ำในหม้อน้ำจะไม่พร่องถ้าไม่มีรูรั่ว ซึ่งแผงหน้าหม้อน้ำจะขนานอยู่กับแนวกันชน มีฝาเปิดเห็นเด่นชัดแต่ห้ามเปิดขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ หรือจะตรวจระดับน้ำจากหม้อพักก็ได้ ให้ไล่ตามสายที่พ่วงต่อจากบริเวณคอของหม้อน้ำไป จะเจอหม้อพักเป็นลักษณะเป็นสีขาวขุ่น ที่หม้อพักจะมีขีดแสดงระดับน้ำอยู่ สามารถเติมน้ำเพิ่มที่หม้อพักก็ได้เช่นกัน โดยทั่วไปหม้อน้ำสามารถเติมน้ำประปาได้หรือจะใช้น้ำยาหล่อเย็นก็จะช่วยรักษาระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จุดสังเกต: ฝาหม้อพักจะมีสายต่อมาจากหม้อน้ำ

น้ำแบตเตอรี่

ของเหลวในรถอีกชนิดที่เราไม่ค่อยสังเกตกันสักเท่าไร เพราะถ้าไม่เสื่อมอายุจะไม่ค่อยพร่องเลย คือแบตเตอรี่นั่นเอง แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าแบตเตอรี่นั้น มีอยู่ 3 แบบ คือแบตแห้งที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นเลย แบตกึ่งแห้งเติมน้ำกลั่นบ้างโดยจะมีฝาเปิดเรียบไปกับตัวแบต และสุดท้ายแบตทั่วไป แบบนี้ต้องคอยเช็กน้ำกลั่นบ่อยๆ โดยด้านข้างตัวแบตจะมีเส้นวัดระดับน้ำกลั่นอยู่แล้ว ให้ใช้เฉพาะน้ำกลั่นเท่านั้น และเติมให้เท่ากันจนครบทุกรู

จุดสังเกต: ฝาของแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่นจะนูนขึ้นมา สามารถหมุนได้ด้วยมือเปล่า

น้ำมันเครื่อง

ทั่วไปจะเป็นก้านวัดสีเหลืองอยู่ใกล้ๆ กับเครื่องยนต์ วิธีเช็กให้ดึงก้านวัดออกมาเช็ดให้สะอาดแล้วเสียบกลับลงไป จากนั้นให้ดึงขึ้นมาอีกครั้ง ที่ปลายก้านวัดจะมีขีดแสดงระดับน้ำมัน ถ้าน้ำมันเครื่องติดอยู่ตรงระหว่างขีด Min และ Max ก็แปลว่ายังอยู่ในระดับปกติ

จุดสังเกต: ก้านวัดน้ำมันเครื่องจะยาวกว่าก้านวัดน้ำมันเกียร์

น้ำมันเกียร์

ก้านวัดน้ำมันเกียร์จะอยู่ต่ำกว่าเครื่องยนต์ วิธีเช็กระดับน้ำมันเกียร์ ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเช็ก จากนั้นให้ดึงก้านวัดออกมาเช็ดให้สะอาดก่อน แล้วเสียบกลับลงไป จากนั้นให้ดึงขึ้นมาอีกครั้ง ที่ปลายก้านวัดจะมีขีดแสดงระดับน้ำมันบอกอยู่

จุดสังเกต: ก้านวัดน้ำมันเกียร์จะสั้นๆ และอยู่ด้านล่างของเครื่องยนต์ ต้องสังเกตให้ดี

น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

กระปุกจะมี 2 แบบ คือ แบบทึบและแบบใส ถ้าเป็นแบบทึบจะมีก้านวัดอยู่ที่ฝาด้านใน แต่ถ้าเป็นแบบใสจะมีขีดอยู่ที่ข้างกระปุก วิธีเช็กง่ายๆ คือ ดูว่าอยู่ในช่วงกลางระหว่าง Min – Max ในช่อง HOT

จุดสังเกต: ที่ฝาจะเป็นตัวอักษร ไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ปรากฏ

น้ำมันเบรก

วิธีหากระปุกน้ำมันเบรก ง่ายๆ เลยให้มองหากระปุกที่มีคำว่า MAX และ MIN อยู่ข้างกระปุกชัดเจน จากนั้นลองดูที่ฝาว่ามีสัญลักษณ์รูปเบรกหรือไม่ โดยปกติน้ำมันเบรกต้องอยู่ที่ระดับ MAX เสมอ หากพบว่าน้ำมันเบรกน้อยลงกว่าปกติอาจเกิดได้จาก 2 กรณีคือ ผ้าเบรกสึกหรือมีการรั่วของน้ำมันเบรก ถ้าไม่มั่นใจควรปรึกษาศูนย์บริการใกล้บ้าน

จุดสังเกต: ที่ฝาจะมีสัญลักษณ์รูปเบรกให้เห็นชัดเจน

แค่นี้เราก็สามารถตรวจเช็ก ของเหลว ในรถได้อย่างถูกต้อง หากพบว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดลดลงอย่างผิดปกติให้รีบนำรถเข้าศูนย์จะดีที่สุด อย่างที่ศูนย์บริการ FIT Auto ก็สามารถนำรถเข้ามาปรึกษา และรับบริการตรวจเช็กสภาพรถได้ฟรีกว่า 30 รายการ ทั้งการเปลี่ยนถ่ายระบบของเหลว หรือส่วนอื่นๆ ก็ดูแลได้ครบวงจรโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ และไว้ใจได้ แถมตอนนี้ยังสะดวกในการจองคิวเข้ารับบริการผ่านทางเว็บไซต์ www.pttfitauto.com/th/booking ได้อีกด้วย

และถ้ามาตรวจเช็กรถที่ FIT Auto ช่วงนี้ เค้ามีส่วนลดสบายๆกระเป๋า กับ โปร 5 เฮ เปย์ 5 คุ้มด้วย เข้าไปดูรายละเอียดที่ www.pttfitauto.com/th/promotions ได้เลย โปรดีๆ เค้ามีถึงสิ้นปีนี้เลยนะ