ลื่นแค่ไหนก็เอาอยู่ แค่มี 3 ปัจจัยสำคัญ ช่วยควบคุมรถบนพื้นน้ำแข็งสุดลื่น

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ลื่นแค่ไหนก็เอาอยู่ แค่มี 3 ปัจจัยสำคัญ ช่วยควบคุมรถบนพื้นน้ำแข็งสุดลื่น

ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีโอกาสได้ไปซิ่งรถบนพื้นน้ำแข็งสักครั้งในชีวิต จะพึงพาแค่ทักษะการขับขี่ในเมืองร้อนบนพื้นยางมะตอยยังไงก็เอาไม่อยู่แน่นอน ดูตัวอย่างทริป JOY GO ///M ON ICE 2020 – Arjeplog ที่พาไปขับรถบนทะเลสาปน้ำแข็งที่ลื่นที่สุดในโลก ณ เมืองอัยเยโพล่ก (Arjeplog) ทางตอนเหนือของสวีเดน ซึ่งเมืองนี้อยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลเพียง 60 กิโลเมตร หลังจบทริปนี้ทำให้สรุปได้ว่า 3 ปัจจัย ที่จะช่วยให้สามารถควบคุมรถบนน้ำแข็งนั้นมีอะไรบ้าง

3 ปัจจัยสำคัญ ช่วยควบคุมรถบนพื้นน้ำแข็ง

บอดี้รถเท่ากันแบบ 50:50
บนทะเลสาปที่ลื่นเอามากๆ การทรงตัวของรถเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมรถต่อไปได้ การเลือกใช้รถที่ออกแบบมาให้กระจายน้ำหนักอย่างสมมาตรทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบ 50:50 อย่างรถ BMW M2 Competition และ BMW M4 Competition ที่ออกแบบมาให้มีสมรรถนะสูง โครงช่วงล่างแข็ง ระบบกันสะเทือนทำงานได้ดีบนทุกพื้นผิว โดยเฉพาะบนถนนที่มีความคดเคี้ยว และถูกทำให้เราควบคุมรถได้ง่ายขึ้นในทุกสถานการณ์ และขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่หวั่นแม้ถนนที่ลื่นมากอย่างพื้นทะเลสาปน้ำแข็ง

ตะแกรงหน้าลดแรงปะทะ
การขับตะลุยไปบนกองหิมะมีโอกาสสูงที่จะหลุดออกนอกแทร็กได้ การมีตะแกรงติดหน้ารถ ก็จะช่วยลดแรงปะทะเมื่อรถเกิดกระแทกกับกองหิมะ อย่างรถบีเอ็มดับเบิลยู M2 Competition และ M4 Competition ที่ใช้ในสนามแห่งนี้ก็ติดตั้งตะแกรงหน้าเป็นพิเศษเอาไว้แล้ว

หมุดสไปก์ ตัวช่วยยึดเกาะ
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการขับรถบนพื้นน้ำแข็งคือ หมุดสไปก์ (spike) ออฟชั่นเสริมที่ช่วยทำหน้าที่ตะกุยน้ำแข็งและหิมะเพื่อยึดเกาะพื้นสุดลื่นแบบนี้ ทำให้รถไม่ลื่นไถล แต่ก่อนจะติดหมุดสไปก์จำเป็นต้องเปลี่ยนจากยางรถแบบธรรมดา หรือที่เรียกกันว่า ‘summer tire’ เป็นแบบ ‘winter tire’ หรือ ‘snow tire’ เสียก่อน

รู้จักปัจจัยในการควบคุมรถบนพื้นน้ำแข็งทั้ง 3 ข้อกันไปแล้ว ถ้ามีโอกาสอย่าลืมนำไปใช้ในการขับขี่ด้วย ติดตามความสนุกของทริปสุดพิเศษและประสบการณ์ #ONLYwithBMW จากโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ของ BMW ได้ที่ facebook/bmwultimatejoy