HID HYPER INTENSITY DISCHARGE xenon สว่างเกินมาตรฐาน ไฟซีนอน

ติดไฟ Xenon ยังไงไม่ถูกปรับ และไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ติดไฟ Xenon ยังไงไม่ถูกปรับ และไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง

เราเชื่อว่าปัญหา ไฟซีนอน ( Xenon ) ที่ติดแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งยังคงส่องแสงสว่างจ้าแยงตาผู้คนบนท้องถนนในยามค่ำคืน ยังคงมีมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ และยังคงไม่หมดไปสักที เพราะทุกวันนี้ที่เวลาขับรถในยามค่ำคืนเราก็ยังพบเจออยู่เป็นประจำ ซึ่งสร้างความน่ารำคานและหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เลยอยากจะมาบอกกล่าวกันถึงเรื่อง ไฟซีนอน ที่ถ้าหากรถของใครหลายๆยังติด ไฟซีนอน แบบไม่ถูกต้องอยู่ ให้ปรับเปลี่ยนมาติดให้ถูกต้องกัน เพื่อที่ถ้าหากโดนคุณพี่ๆตำรวจโบกขึ้นมาจะได้ไม่ต้องหงุดหงิดเสียจริตและโดนปรับกัน อีกอย่างหนึ่งก็เพื่อที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนหรือรำคาญให้เพื่อนร่วมทางกันด้วย

 

หลายคนคงจะรู้จักกันอยุ่แล้วสำหรับ ไฟซีนอน หรือที่เรียกว่า HID (HYPER INTENSITY DISCHARGE) ที่พัฒนามาจาก หลอดไฮโดรเจน โดยหลอดซีนอนจะมีความสว่างมาก โดยจะมีความสว่างมากกว่าหลอด หลอดไฮโดรเจน ถึง 2 เท่า ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับรถที่วิ่งสวนไปมา เนื่องจากแสง ไฟซีนอน กระทบกับผู้ขับขี่ในระดับสายตา มีค่าส่อง สว่างเกินมาตรฐาน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้ที่ใช้ทางร่วมกันในยามค่ำคืน และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

สำหรับรถรุ่นใหม่ที่ติด ไฟซีนอน และไฟแอลอีดีมาจากโรงงาน จะไม่เกิดปัญหาเพราะทางวิศวกรได้ออกแบบควบคุมออกมาให้เป็นไปตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก แต่ในส่วนที่มีปัญหาก็คือรถนำไปตกแต่งตัดแปลงติดไฟซีนอน ทีหลัง ซึ่งทำให้ไม่ได้มาตรฐานส่งผลให้เกิดปัญหากับผู้ใช้รถคนอื่นๆบนท้องถนน ซึ่งสำหรับข้อกำหนดในการติดตั้งไฟหน้ารถมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องต่ำ ส่องไปแล้วมองเห็นในระยะ 30 เมตร และไฟสูงในระยะ 100 เมตร จะไม่เป็นการรบกวนสายตาผู้อื่น

 

 

แต่อย่าคิดว่าการปรับเปลี่ยนติด ไฟซีนอน ในรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปจะผิดกฏหมาย โดยเราสามารถติด ไฟซีนอน ได้ เพียงแต่ว่าต้องให้ถูกต้องตามกฏระเบียบที่กฏหมายกำหนดเอาไว้คือ

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2  ( พ.ศ. 2522 ) ออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

1.โคมไฟหน้ารถมี 3 ประเภท คือ
(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล ให้ติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวง สูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร แต่ไม่เกิน 1.35 เมตร โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ 50 วัตต์ มีแสงสว่างให้เห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 100 เมตร ศูนย์รวมแสงต้องไม่สูงกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบ และไม่เฉไปทางขวา ในกรณีที่เป็นรถยนต์สามล้อให้ใช้โคมไฟประเภทนี้เพียงดวงเดียวโดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ให้ติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวง สูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร แต่ไม่เกิน 1.35 เมตร โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ 50 วัตต์ มีแสงสว่างให้เห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า 2 องศา หรือ 0.20 เมตร ในระยะ 7.50 เมตร และไม่เฉไปทางขวา ในกรณีที่เป็นรถยนต์สามล้อให้ใช้โคมไฟประเภทนี้เพียงดวงเดียว โดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ

(ค) โคมไฟเล็ก ให้ติดหน้ารถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โดยให้อยู่ด้านริมสุดแต่จะล้ำเข้ามาได้ไม่เกิน 0.40 เมตร โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลือง มีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ 10 วัตต์ และต้องมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โคมไฟแสงพุ่งไกล โคมไฟแสงพุ่งต่ำ และโคมไฟเล็ก จะรวมอยู่ในดวงเดียวกันก็ได้

2.โคมไฟท้ายรถ มี 3 ประเภท คือ
(ก)โคมไฟท้าย ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงแดดมีกำลังไฟเท่ากัน และมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร

(ข) โคมไฟหยุด ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงแดดมีกำลังไฟเท่ากัน และมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร

(ค) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ให้ติดท้ายรถ ใช้ไฟแสงขาวส่องที่ป้ายทะเบียนรถ มีแสงสว่างสามารถมองเห็นเครื่องหมายหรือตัวอักษรและตัวเลขได้ชัดเจน จากระยะไม่น้อยกว่า 20 เมตร แต่ต้องมีที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถโคมไฟท้าย โคมไฟหยุด และโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถต้องส่องแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ แต่โคมไฟหยุดต้องส่องแสงสว่าง เมื่อใช้ห้ามล้อเท้า

 

ข้อมูลจาก nationtv