ร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่นหาก ดูแลรถ ตามนี้รับรอง แอร์รถเย็นฉ่ำ แน่นอน

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่นหาก ดูแลรถ ตามนี้รับรอง แอร์รถเย็นฉ่ำ แน่นอน
คอมเพรสเซอร์ น้ำยาแอร์ แอร์รถ แอร์รถไม่เย็น

แอร์รถ ไม่เย็นเรื่องเซ็งๆ ที่คนขับรถต้องหงุดหงิดเป็นประจำเมื่อถึงฤดูร้อน ยิ่งขับก็ยิ่งร้อน ยิ่งร้อนอารมณ์ก็ยิ่งหงุดหงิดพาลจะขับรถเป็นปัญหาบนท้องถนน เพราะอากาศภายนอกที่่ร้อนมากในปัจจุบันนี่เองที่หากคุณไม่ดูแลรถ ดูแลระบบทำความเย็นในรถให้ดี รับรองหน้าร้อนนี้คุณต้องขับรถไปปาดเหงื่อไปอย่างแน่นอน แต่สบายใจได้เรามีวิธีแนะนำการดูแลรถให้แอร์เย็นฉ่ำ แม้จะร้อนแค่ไหน แอร์รถ คุณก็เอาอยู่มาบอก

น้ำยาแอร์ขาด : เมื่อ น้ำยาแอร์ มีน้อย เมื่อถูกส่งจากคอมเพรสเซอร์ไปที่แผงคอยล์เย็นน้อย ระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศในรถก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ และนี่คือสาเหตุที่แอร์ในรถไม่เย็นเท่าที่ควรแม้จะปรับเพิ่มรัดับความแรงของแอร์ในรถมากแค่ไหน ปัญหานี้ต้องแก้ที่การหมั่นคอยเช็คระดับน้ำยาแอร์ ให้มีปริมาณเพียงพอต่อการใช้งาน เพียงแค่ให้ช่างเช็คว่ารถมีปัญหาการรั่วซึมหรือไม่ หรือหากปริมาณน้ำยาแอร์มีไม่เพียงพอ ช่างก็จะเติม น้ำยาแอร์เข้าไป แค่นี้รถของคุณก็กลับมาเย็นสบาย

ชุดวาล์วและดรายเออร์อุดตัน : หากเกิดกรณีแบบนี้ น้ำยาแอร์ ที่ฉีดออกจากคอมเพรสเซอร์ ผ่านเข้าไปในคอยล์เย็นได้ไม่สะดวก เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์แอร์จะใช้เวลานานกวาจะทำให้อุณหภูิมเย็น และเวลาที่ไม่ได้เร่งเครื่องแอร์จะทำงานได้เบามาก แอร์จะกลับมาทำงานตามปกติก็ต่อเมื่อเวลาเร่งเครื่องเท่านั้น ปัญหานี้เกิดง่ายๆ เพียงแค่ เปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่  เพราะดรายเออร์ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันก็แสดงว่าดรายเออร์ชำรุดด้วยเช่นกัน

สายพานหย่อน : คอมเพรสเซอร์แอร์จะใช้สายพานเป็นตัวนำกำลังจากเครื่องยนต์เป็นตัวขับเคลื่อน หากมีการปรับตั้งสายพานให้ตึงตามความเหมาะสมคอมเพรสเซอร์แอร์จะทำงานได้มีประสิทธิภาพที่ดี แต่หากสายพานมีอายุการใช้งานมานานและมีรอยร้าวก็ควรเปลี่ยนใหม่

ปัญหา แอร์รถ ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับรถที่มีอายุการใช้งานมาได้สักระยะประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะฉะนั้นเราจึงควรหมั่นตรววจสอบเช็ค ดูแลรถอย่างสม่ำเสมอ