ข้อควรระวัง สำหรับการขับรถใกล้ รถบรรทุก สารเคมี หรือเชื้อเพลิง

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ข้อควรระวัง สำหรับการขับรถใกล้ รถบรรทุก สารเคมี หรือเชื้อเพลิง

การขับขี่รถบนถนน ในบางเส้นทาง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราอาจจะต้องเจอเพื่อนร่วมทางอย่างรถบรรทุกสิ่งของต่างๆนานๆ บ้างก็เป็นรถบรรทุกอิฐ หิน ดิน ทราย ไปจนถึงรถบรรทุกสารเคมีและน้ำมัน ซึ่งเราต้อง ระมัดระวัง อย่างมากในการขับขี่ เพราะบางทีอาจเกิดเหตุการณ์ สารเคมี หรือ น้ำมันรั่วไหล เราจึงมี วิธีการขับรถ ใกล้ รถบรรทุกสารเคมี มาแนะนำกัน

สำหรับความปลอดภัยในการเดินทางเราควรจะมีการสังเกตรวมทั้งศึกษารูปร่าง และลักษณะถังบรรจุ ของ รถบรรทุกสารเคมี เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้น 
ซึ่ง ถังบรรจุสารเคมี สำหรับรถบรรทุกสิ่งของพวกนี้จะมีการออกแบบให้มีรูปร่าง และลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้บอกได้ว่าวัตถุที่บรรทุกเป็นสารเคมีประเภทใด 
ทำให้เรารู้ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินเราควรจะทำอย่างไรถ้าหากอยู่ใกล้

รถบรรทุกของเหลวไวไฟ เป็นถังรูปวงรี หัวท้ายโค้งมนเรียบมีทางเดินบนหลังคา

รถบรรทุกก๊าซเหลวอุณหภูมิต่ำ 
เช่น ก๊าซฮีเลียม ไนโตรเจน เป็นถังรูปทรงกระบอกใหญ่หัวท้ายโค้งมน 
ท้ายถังมีตู้ควบคุมระบบระบายความดันและช่องถ่ายสารเคมี

รถบรรทุกสารกัดกร่อน เช่น กรดเกลือ กำมะถัน มองจากท้ายเป็นถังรูปวงกลมเล็ก 
ด้านข้างเป็นรูปทรงกระบอก หัวท้ายโค้งมนตัวถังเป็นสเตนเลส มีวงแหวนรัดรอบถัง

รถบรรทุกก๊าซเหลวอัดความดัน 
เช่น ก๊าซคลอรีน แอมโมเนีย เป็นถังรูปทรงกระบอก หัวท้ายมนรูปครึ่งวงกลม

ในกรณีที่มีเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลเกิดขึ้น ให้ลองประเมินสถานการณ์เบื้องต้นก่อน ควรอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุในด้านเหนือลมหรือที่สูงในระยะไม่ต่ำกว่า 5๐ เมตร และโทรแจ้งหน่วยปฏิบัติการ เพื่อแจ้งข้อมูล เช่น สถานที่เกิดเหตุ ประเภทของรถบรรทุก รูปร่างและลักษณะของถังบรรจุสารเคมี ชื่อบริษัทขนส่ง สัญลักษณ์ ฉลากหรือเครื่องหมายและตัวเลข 4 หลักที่ติดอยุ่บนภาชนะบรรจุ ถังเหล็ก แท็งก์ ป้ายที่ติดบนรถบรรทุก และหากมีผู้บาดเจ็บ ต้องแจ้งจำนวนให้หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทราบด้วยว่ามีกี่คน เพื่อวางแผนควบคุมอุบัติภัยสารเคมีรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถโทรแจ้งได้ตามเบอร์โทรดังนี้

  • 1650 อุบัติภัยสารเคมีกรมควบคุมมลพิษ
  • 191 เหตุด่วนเหตุร้าย
  • 1669 ศูนย์นเรนทรกระทรวงสาธารณสุข
  • 1555 หน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิรพยาบาล
  • 1784 สายด่วนนิรภัย

ในระหว่างที่รอหน่วยปฏิบัตินั้นควรกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากจุดเกิดเหตุในรัศมีไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ห้ามทำกิจกรรมไดก็ตามที่ก่อให้เกิดประกายไฟ ไม่ขับรถผ่านกลุ่มควัน และถ้าหากไม่มีความรู้ ไม่ควรแก้ไขสถานการณ์เองอย่างเด็ดขาด