ข้อควรปฏิบัติ เมื่อรถดับขณะขับลุยน้ำ

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ข้อควรปฏิบัติ เมื่อรถดับขณะขับลุยน้ำ

สืบเนื่องฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำฝนที่มีจำนวนมากและเเน่นอนว่าเมื่อฝนตกลงมาสิ่งที่เกิดขึ้้นตามมาจนกลายเป็นสิ่งที่ชินชากับคนไทยไปแล้วคือ น้ำท่วม ขังท่วมถนนหนทาง ยิ่งฝนตกหนักเเละกินรยะเวลานาน น้ำก็ยิ่งท่วม พอท่วมรถราก็ยิ่งขับลำบาก บางพื้นที่ปริมาณ น้ำท่วม ขังสูงขึ้นจนรถเล็กไม่สามารถขับต่อไปได้ สุดท้ายชะตากรรมของรถเหล่านี้คือจอดสนิทดับแน่นิ่งอยู่กลางสายน้ำที่ครั้งนึงเคยเป็นถนน

ฉะนั้นเรามาดูกันว่าเมื่อฝนตก น้ำท่วม ขังแต่คุณมีเหตุจำเป็นที่ต้องขับฝ่าสายฝนลุยน้ำเพื่อไปถึงจุดหมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายรถยนต์ของคุณมีชะตากรรมตามที่กล่าวมา และนี่คือข้อควรปฏิบัติเมื่อรถของคุณเกิด เครื่องยนต์ดับ ขณะลุยน้ำแต่ก่อนอื่นเราลองไปดูสาเหตุของ เครื่องยนต์ดับ ก่อนว่าเกิดจากอะไร

เครื่องยนต์ดับเกิดขึ้นจาก
1 น้ำเข้าเครื่องยนต์โดยผ่านไส้กรองอากาศ หรือข้อต่องวงช้างไส้กรองอากาศ เข้าไปทางไอดีสู่ห้องเผาไหม้ในตัวเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์สำลักน้ำ อาการเดียวกับที่น้ำเข้าจมูก-ปากของมนุษย์

2 ระบบไฟในตัวรถยนต์เปียกน้ำ และ ช็อต บางกรณีเกิดความเสียหายมากเนื่องจากน้ำเข้าท่วมกล่องควบคุม(ECU)เครื่องยนต์ และระบบต่างๆของตัวรถยนต์

3 น้ำเข้าก้านวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์  เมื่อน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันหล่อลื่นก็จะกลายสภาพเหมือนโคลน ทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เสียหายมาก

4 น้ำเข้าท่อหายใจของเครื่องยนต์(ท่อไอดี) มีผลทำให้ หัวฉีดเชื้อเพลิง (Fuel Injection) พังทั้งระบบ

วิธีปฏิบัติเมื่อเครื่องยนต์รถดับกลางถนนที่มีน้ำท่วมขัง
1 พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์เพียงครั้งเดียวเท่านั้นพอ โดยไม่ต้องเหยียบคัน เพราะหากฝืนสตาร์ท น้ำจะถูกดูดเข้าไปในเครื่อง (ซึ่งมีความร้อน) อาการตามมาแล้วแต่ความรุนแรง คือ ก้านสูบคด เสื้อสูบทะลุ ต้องยกเครื่องสถานเดียว

2 ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างให้ช่วยเข็นเคลื่อนย้ายรถไปบนที่แห้ง ที่สูง พ้นจากน้ำท่วม หรือที่ลาดเอียงได้ยิ่งดี

3 บริษัทประกันรถยนต์เพื่อตรวจสอบดูว่ากรมธรรม์ของคุณเป็นประเภทครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือไม่

4 ติดต่อช่างให้ยกรถเข้าอู่หรือเข้าศูนย์บริการ