แอร์รถยนต์เย็นบ้าง ไม่เย็นบ้าง เกิดจากสาเหตุเหล่านี้เองเหรอ…

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / แอร์รถยนต์เย็นบ้าง ไม่เย็นบ้าง เกิดจากสาเหตุเหล่านี้เองเหรอ…
Automobile cars ความรู้เรื่องรถยนต์ รถยนต์ วิธีการดูแล แอร์รถยนต์

ใครมีรถยนต์ เรียกได้ว่า แสนจะสบาย ไม่ต้องไปยืนโบกรถให้ร้อน ไม่ต้องไปแออัดหรือไปเบียดกับคนอื่น แถมไม่ต้องไปต่อสู้กับอากาศร้อนและอบอ้าวที่ทะลุถึง 40 องศาอีกด้วย ยิ่งเจอแดดที่ร้อนระอุเข้าไปแล้วละก็…ร้อนทั้งกายร้อนทั้งใจแน่นอน แต่ถ้าเจอเหตุการณ์ แอร์รถยนต์ เย็นบ้างไม่เย็นบ้างกับรถยนต์ของคุณเอง คุณจะทำอย่างไร ซึ่งนั่นก็แปลว่า แอร์รถยนต์ ของคุณเริ่มจะมีปัญหาเข้าแล้วสิ

สำหรับใครที่เจออาการแบบนี้พูดได้เลยว่า อารมณ์เสียแน่นอน วันนี้เราจะมาบอกสาเหตุที่ แอร์รถยนต์ เย็นบ้างไม่เย็นบ้างเป็นเพราะอะไร ไปดูกันเลย…

  1. น้ำยาแอร์หมด

ไม่แปลกที่น้ำยาแอร์จะหมด เพราะเกิดจากการใช้งานมานานจึงทำให้น้ำยาแอร์หมดก็เป็นได้ หรือเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในระบบ จึงทำให้ แอร์รถยนต์ ไม่ค่อยเย็น มีแต่ลมออกมาอย่างเดียวไม่มีความเย็นแต่อย่างใด

  1. ตู้แอร์ สายท่อแอร์ หรือข้อต่อต่างๆ ที่เกิดจากรอยรั่วซึม

ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ แอร์รถยนต์ ไม่เย็น สามารถตรวจได้เองโดยการใช้สบู่หรือผสมกับแชมพู แล้วตีให้ขึ้นฟองแล้วน้ำไปทาตรงท่อต่างๆ ของระบบแอร์ ถ้าเห็นฟองอากาศลอยตัวขึ้นมาแสดงว่ามีการรั่วซึมตามรอยต่อนั่นเอง แต่ในกรณีตู้คอยล์เย็น แผงคอยล์หรือท่อแอร์รั่วซึมควรถึงมือช่างมากกว่าที่จะซ่อมด้วยตัวเองนะ

**สงสัยไหมว่าคอยล์เย็นมันคืออะไร?? มันก็คือ แผงรังผึ้งชุดทำความเย็นในห้องโดยสาร แต่ถ้าเรียกแบบบ้านๆ นั่นก็คือ ตู้แอร์ นั่นเอง

  1. ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อนไม่ดี

เกิดจากพัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อน ไม่ทำงานมีกำลังน้อยหรือแผงคอยล์ร้อนสกปรกไปอุดตัน และระบายความร้อนไม่ดี จึงทำให้น้ำยาที่ส่งเข้าไปที่คอยล์เย็นมีอุณหภูมิที่สูง และทำให้ แอร์รถยนต์ ไม่ทำงาน อย่างไรก็ตามเพื่อนๆ ก็ควรหมั่นตรวจเช็คถ้าคอมเพรสเซอร์ทำงานให้ดูที่พัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนว่าทำงานหรือไม่ หรือถ้าแผงคอยล์ร้อนสกปรกก็ทำความสะอาดเสีย เพื่อที่จะได้ระบายความร้อนของน้ำยา แอร์รถยนต์ ได้ดีขึ้น ซึ่งหากถ้ามีปัญหาต้องรีบเปลี่ยนพัดลมใหม่ทันที

  1. ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวมไม่มีกำลังอัด

ในกรณีที่คอมเพรสเซอร์หลวม ทำให้ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์มีน้อย จึงส่งผลให้แรงดันของน้ำยาแอร์ที่ฉีดเข้าไปที่คอยล์เย็นก็มีปริมาณที่น้อยตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ระบบแอร์ไม่เย็นได้ สังเกตง่ายๆ เมื่อเพื่อนๆ เร่งเครื่องยนต์แล้ว แอร์รถยนต์ ทำงาน (แอร์เย็น) นั่นแสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม แก้ไขโดยให้เปลี่ยนลูกสูบใหม่ ซึ่งลูกสูบพวกนี้ไม่นิยมซ่อม เพราะราคาซ่อมพอๆ กับการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่ และควรหาร้านที่น่าเชื่อถือด้วยนะ

  1. ชุดวาล์ว และดรายเออร์อุดตัน หรือเสื่อมคุณภาพ

ในกรณีนี้จะทำให้แรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ไหลผ่านเข้ามาคอยล์เย็นไม่สะดวก ทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดไม่เพียงพอที่จะดูดซับความเย็นภายในห้องโดยสารได้ จึงทำให้เย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นเลยก็ได้ เพื่อนๆ สามารถตรวจเช็คได้โดยสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์ แต่แอร์มีความเย็นที่ไม่มากและไม่เย็นเลย แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้ว แอร์รถยนต์ จะมีความเย็นทันที แสดงว่า ชุดวาล์ว และดรายเออร์เกิดการอุดตันหรือเสื่อมคุณภาพไปแล้ว

  1. คลัตซ์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท (คลัตซ์ลื่น)
      • ตรวจระบบสายไฟที่ส่งมายังคลัตซ์คอมเพรสเซอร์ว่าบกพร่องหรือไม่
      • ตรวจความเสื่อมสภาพของชุดสวิตซ์ระดับเซ็นเซอร์ควบคุมความเย็น (Themostat)
      • ทำการปรับแต่งหน้าคลัตซ์ให้เรียบเสมอ และตั้งระยะคลัตซ์ใหม่ แต่ค่าใช้จ่ายอาจสูง

  2. สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนมากเกินไป

ควรปรับระดับสายพานให้ตึงขึ้น ถ้าสายพานมีรอยแตกหรือฉีกขาดควรเปลี่ยนเส้นใหม่ทันที

  1. การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท

การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภทหรือใช้น้ำยาแอร์ปลอมปนนั้น จะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบ แอร์รถยนต์ เช่น ความเย็นลดลง ความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้คลัตซ์ของคอมเพรสเซอร์มีความร้อนสูงและเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม แอร์รถยนต์ จะเย็นหรือไม่เย็นขึ้นอยู่กับการดูแลและการรักษาของแต่ละบุคคล แต่ แอร์รถยนต์ ต้องไม่มีการรั่วของระบบแอร์ คอมเพรสเซอร์ต้องมีความสมบูรณ์ และพัดลมระบายอากาศต้องมีความปกติ เพียงเท่านี้ แอร์รถยนต์ ของเพื่อนๆ ก็เย็นฉ่ำหนำใจกันเลยทีเดียวชียวแหละ