เทคนิคการเลือก ฟิล์มกรองแสง รถยนต์ รู้ไว้ไม่เสียหาย

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / เทคนิคการเลือก ฟิล์มกรองแสง รถยนต์ รู้ไว้ไม่เสียหาย

ฟิล์มกรองแสง ติด รถยนต์ เป็นสิ่งแรกๆที่เมื่อใครก็ตามที่ซื้อหรือออกรถใหม่ต้องนึกถึง เพราะเป็นสิ่งเบสิคพื้นฐานเลยที่ รถยนต์ ต้องมี  ซึ่ง ฟิล์มกรองแสง นี้ก็มีให้ลือกมากมายหลายยี่ห้อ แถมยังมีความเข้ม ของฟิล์มและค่าการกรองแสงที่ไม่เท่ากันอีก ส่วน การเลือก ฟิล์มกรองแสง ที่ดี เราต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง เรามี เทคนิค มาบอกกัน

สำหรับ การเลือก ฟิล์มกรองแสง นั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลักๆเลยก็คือ ความเข้มหรือความทึบของฟิล์ม ที่จะทำหน้าที่กรองแสงที่ผ่านเข้ามาในรถ และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การ กรองรังสี ของ แสงแดด และ ความร้อน ซึ่งลักษณะของ ฟิล์มกรองแสง ที่ดีนั้น ต้องไม่ใช่แบบที่กรองในเรื่องของ รังสี UV เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องช่วยในเรื่องของการ ป้องกันความร้อน ภายในรถอีกด้วย แถมในเรื่องป้องกันความร้อนนี่ต้องมาเป็นอันดับ 1 ด้วยซ้ำ ยิ่งด้วยจากสภาพอากศของบ้านเราแล้วล่ะก็ ฟิล์มกรองแสง นี่ถือว่าช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ซึ่ง ฟิล์มกรองแสง ที่ดีควรทีคุณสมบัติดังนี้

  • สามารถบอกได้ว่าลดความร้อนได้กี่เปอร์เซ็นต์
  • ลดรังสี UV ได้กี่เปอร์เซ็นต์
  • สามารถสะท้อนแสงได้กี่เปอร์เซ็นต์
  • แสงส่องผ่านได้กี่เปอร์เซ็นต์

ฟิล์มกรองแสง ส่วนมากมักจะมีการอ้างอิงค่ามาตรฐานจากสถาบันต่างๆ ซึ่งเราสามารถเช็คค่ามาตรฐานที่อ้างอิงได้จากสถาบันที่เชื่อถือได้ตามนี้

  • AIMCAL (Association of International Metallizers, Coaters and Laminators)
  • ASTM (American Standard Test Method)
  • ASHRAE (American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers)

ส่วนประเภทของ ฟิล์มกรองแสง นั้น มี 2 ประเภท ดังนี้

  • ฟิล์มย้อมสี ฟิล์มลักษณะนี้มักจะไม่มีการเคลือบสารที่ป้องกันแสงหรือ รังสี UV ใดๆไว้เลย หรือถ้าหากมี ก็มีในปริมาณที่น้อย มีคุณสมบัติหลักๆก็เพื่อลดแสงอย่างเดียวเท่านั้น ซ้ำร้ายเมื่อใช้ไปสักพัก สีของฟิล์มก็อาจจะมีผิดเพี้ยนไปอีกต่างหาก
  • ฟิล์มกรองแสง แบบ ลดความร้อน หรือเรียกอีกอย่างว่าฟิล์มเคลือบโลหะ ฟิล์มลักษณะจะมีคุณสมบัติลดความร้อนและกรองแสงได้ดีกว่าแบบแรก เพราะตัวเนื้อฟิล์มจะมีการเคลือบสารหรือวัสดุป้องกันรังสีต่างๆเข้าไป ซึ่งฟิล์มแบบนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทย่อยคือ
    ฟิล์มนิรภัย ลักษณะของฟิล์นิรภัยก็คือ จะมีความหนา ประมาณ 4 MIL ขึ้นไป คุณสมบัติหลักๆก็คือป้องกันไม่ให้กระจกแตกกระจาย โดยตัวกระจกจะเกาะติดกัน หากเกิดอุบัติเหตุ หรือมีวัตถุมากระแทกกระจกอย่างรุนแรง ฟิล์มนิรภัยนี้มีทั้งแบบลดความร้อน และไม่ลดความร้อน
    ฟิล์มอินฟาเรด ฟิล์มแบบนี้ลดความร้อนได้ดีที่สุด แต่ราคาก็สูงเช่นเดียวกัน
    ฟิล์มปรอท,ฟิล์มเคลือบโลหะ,ฟิล์มลดความร้อน ฟิล์มลักษณะนี้ เนื้อฟิล์มจะมีความสะท้อนคล้ายกับกระจกเงา ลดความร้อนได้ค่อนข้างดี แต่ด้วยความที่ฟิล์มมีลักษณะที่คล้ายกับกระจกเงา จึงค่อนข้างที่จะอันตรายในการขับขี่
    ฟิล์มใสแบบนาโน ฟิล์มลักษณะนี้ลดความร้อนได้ค่อนข้างสูง ถึงแม้ว่าแสงจะลอดผ่านมาได้มากกว่า 50% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่กับวัสดุหรือสารที่ใช้เคลือบฟิล์มด้วย และแน่นอนว่าราคาค่อนข้างสูงเช่นกัน