ยางรถ ลมยาง เติมลมยาง แรงดันลมยาง

ลมยาง อ่อนเกินไป แข็งเกินไป ส่งผลอย่างไรต่อรถคุณ

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ลมยาง อ่อนเกินไป แข็งเกินไป ส่งผลอย่างไรต่อรถคุณ

ที่ผ่านมาเราเรียนรู้ว่าการ เติมลมยาง ให้เหมาะสมกับรถนั้นควรดูที่เลขความดันลมยางข้างประตูที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ตั้งค่าแแรงดัน ลมยาง มาจากโรงงาน แต่นั้นก็ไม่ใช่ค่าตัวเลขที่ตายตัวเพราะผู้ขับขี่รถหลายๆ คนมีพฤติกรรมการขับขี่รถที่ไม่เหมือนกัน เช่นหากต้องการช่วงล่างที่นุ่มนวลก็จะเติม ลมยาง ต่ำกว่าตัวเลขที่รถระบุไว้ หรือบางคนชอบการออกตัวที่ดีก็จะเติมลมยางเผื่อเอาไว้จากตัวเลขที่กำหนด แต่การลมยางสามารถเผื่ออ่อนเผื่อแข็งได้ แต่อย่าให้มากจนเกินไป เพราะจะมมีผลต่ออายุการใช้งานของยางได้ดังต่อไปนี้

หาก เติมลมยาง อ่อนเกินไป – ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ถึงช่วงล่างที่น่มนวล แต่ก็มีข้อเสียคือเครื่องยนต์จะทำงานหนักกว่าปกติ นั่นหมายถึงจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการเติมลมยางแบบปกติ และหากขับมาด้วยความเร็วรถจะมีอาการโยนตัวไม่นิ่ง ยิ่งเจอกับสภาพพื้นถนนที่ไม่เรียบจะยิ่งรู้สึกได้ เสี่ยงต่อการระเบิดของยางสูงเนื่องจาก แก้มยางจะบิดตัวจนเกิดความร้อน แรงดันในลมยางจะขยายตัว

หาก เติมลมยาง แข็งเกินไป – การออกตัวจะดีกว่า แต่ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนบนทางโค้งจะลดลง การเบรกกะทันหันจะเพิ่มระยะมากยิ่งขั้น การเติมลมยางแข็งเกินไปจะทำให้รถเกิดแรงสั่นสะเทือนตลอดเวลาขณะขับขี่ และหากตกหลุมขณะที่ขับมาด้วยความเร็วแรงกระแทกอาจทำให้ยางระเบิดไดเช่นกัน

การเติมแรงดันลมยาง ในปริมาณที่พอเหมาะขึ้นอยู่กับประเภทของรถ, ขนาดยาง
– รถเก๋งขนาดเล็ก ความดัน ลมยางประมาณ 25-30 ปอนด์
– สำหรับรถเก๋งขนาดกลาง-ใหญ่ ความดัน ลมยาง ประมาณ 30-35 ปอนด์
– ขณะที่รถกระบะความดันลมยาง ไม่ควรเกิน 65 ปอนด์

ในกรณีที่ต้องขับเป็นระยะทางไกล ควรเพิ่ม ลมยาง อีกประมาณ 3-5 ปอนด์/ตร.นิ้ว (PSI)