4 ภาระที่เราต้องจ่าย เมื่อตอนที่เรามี รถยนต์

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / 4 ภาระที่เราต้องจ่าย เมื่อตอนที่เรามี รถยนต์
การเลือกซื้อ ซื้อรถยนต์ รถยนต์ เคล็ดลับเลือกซื้อ

อย่างว่าแหละคนที่มี รถยนต์ ขับก็สะดวกสบาย แต่ก็มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายมีเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าบำรุงการรักษาดูแลรถ ค่าผ่อนชำระรายเดือน ค่านู้นค่านี่จิปาถะ โอ๊ยยยยย….ยยยย สารพัดจริงๆ       สำหรับคนที่กำลังมองหา รถยนต์  ลองถามตัวเองกันสักหน่อยว่าพร้อมแล้วหรือยังที่จะออก รถยนต์  แถมภาระค่าใช้จ่ายที่กำลังจะตามมา ลองไปดูกันสิว่าภาระที่เราต้องจ่ายหลังออก รถยนต์  มาแล้วมีอะไรบ้าง

  1. ค่าผ่อนชำระ

แน่นอน หลายคนต้องเจอกับคำว่า “ผ่อน” ยิ่งสมัยนี้ถามว่า รถยนต์  ซื้อสดหรือซื้อผ่อน เกินครึ่งบอกว่า “ผ่อน” ทั้งนั้น แล้วการผ่อนชำระค่ารถแบบนี้ก็จะติดตัวไปอย่างน้อย 4-7 ปี ขึ้นอยู่กับเงินที่เราดาวน์

  1. ค่าน้ำมัน

ข้อนี้สำคัญมาก “น้ำมัน” เปรียบเสมือนขา ที่เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของมนุษย์เรา มนุษย์เราเองก็ต้องใช้ขา เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง เช่นกัน รถยนต์  ก็ต้องใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนเพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง ในปัจจุบันราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้น แต่ราคาน้ำมันก็แกว่งไปแกว่งมา ประมาณ 30-40 บาทต่อลิตร แต่สำหรับคนที่บอกว่าโอ๊ยสบายไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันที่แพง เพราะเราติดแก๊ส ไม่สบายอย่างที่คิดคุณก็ต้องกันไปเจอกับค่าบำรุงการรักษาแก๊สเช่นกัน

  1. ค่าบำรุงการรักษา

รถยนต์ ไม่ได้มีเอาไว้ใช้อย่างเดียว เราควรที่จะต้องบำรุงและดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพื่อที่เราจะได้ใช้งานได้อีกยาวนานโดยที่ รถยนต์  ของเราไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

  1. ค่าใช้จ่ายรายปี

รถยนต์ ทุกคันย่อมมีค่าใช้จ่ายรายปีทั้งนั้น ซึ่งเราต้องจ่ายเป็นประจำตามกฎหมาย นั่นก็คือ ภาษีรายปี นั่นเอง ในปัจจุบัน กรมการขนส่งจะคิดตามอัตราจำนวนขนาดของเครื่องยนต์ หรือหลายคนเรียกว่า CC นอกจากจะมีภาษีรายปีที่ต้องจ่ายแล้ว ยังมีค่าประกันภัยทั้งภาคบังคับที่เรียกว่า พรบ. และภาคสมัครใจที่เราจะทำหรือไม่ก็สามารถตัดสินใจ แต่ตามสัญญาที่ไฟแนนซ์ทำกับเราเพื่อให้มีข้อตกลงในการผ่อนชำระรายเดือนนั้น และในประกันภัยนั้นยังจะครอบคลุมถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้อีกด้วย

ภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ เหล่าบรรดาคนมี รถยนต์  หนีไม่พ้นแน่นอน สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมก็ควรพิจารณาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตามมา ถึงแม้ว่าทางไฟแนนซ์จะระบุว่า คนที่ซื้อ รถยนต์ ได้ ต้องมีเงิน 3 เท่าของค่างวดรถก็สามารถออก รถยนต์  ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ในวันที่เงินขาดมือแล้วล่ะก็…..รถก็ไม่อยู่ให้เราขับแน่นอน แถมติดแบล็คลิสอีกต่างหาก