Ghibli Maserati กิบลี่ มาเซราติ รถสปอร์ต

ทดสอบการขับขี่ Maserati Ghibli สปอร์ตซีดานสัญชาติอิตาเลี่ยน ที่น่าเกรงขามทั้งรูปโฉมเเละสมรรถนะ

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ทดสอบการขับขี่ Maserati Ghibli สปอร์ตซีดานสัญชาติอิตาเลี่ยน ที่น่าเกรงขามทั้งรูปโฉมเเละสมรรถนะ

ชื่อของแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาเลี่ยนอย่าง Maserati เกิดขึ้นมาเมื่อ หนึ่งร้อยกว่าปีที่ผ่าน ณ เมืองโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี (ปัจจุบันย้ายฐานการผลิตมาอยู่ที่เมืองโมเดน่า) โดยยึดต้นแบบมาจากรถแข่งผสมผสานกับความหรูหรามีระดับ จนออกมาแบรนด์เป็นรถยนต์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็นรถสปอร์ตบวกกับความหรูหราเเละมีความพิเศษเฉพาะตัวกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ค่ายไหนจะเลียนแบบได้

การเดินทางในโลกของยานยนต์ของ Maserati  จากอดีตถึงปัจจุบันรังสรรค์เเละผลิตรถยนต์ออกมามากมายหลายรุ่น หลายชนิด เเละชื่อของ Ghibli ก็ทำให้โลกได้รู้จักครั้งแรกในปี ค.ศ. 1967 ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนโฉมในยุครุ่งเรืองจนถึงปี ค.ศ. 1973 ก่อนจะหายไปยาวนานหลายสิบปี จนต้นยุค 90 ชื่อของ  Ghibli ได้กลับมาอีกครั้ง การกลับมาในครั้งนี้ Maserati ยังคงรักษาชื่อเสียงของ Ghibli เอาไว้ได้อย่างเเข็งแกร่งทำให้ทุกรุ่นของ Ghibli ในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็น Ghibli II2.0, Ghibli II 2.8, Ghibli Cup, Ghibli Primatist ต่างได้รับเสียงตอบรับที่ดีเรื่อยมาในยุคนั้นก่อนจะหายไปช่วงปลายยุค 90

Maserati Ghibli กลับมาอีกครั้งในปี 2013 ซึ่งถือเป็นยุคที่สามของรถยนต์ตระกูล Ghibli ที่มีการแตกรุ่นย่อยออกมามากที่สุด และ มาเซราติ ประเทศไทย ได้นำ Ghibli 2018 สปอร์ตซีดาน 4 ประตู รุ่นปรับโฉมใหม่เข้ามาให้ชาวไทยได้สัมผัสถึง ขุมพลังอันน่าเกรงขามในแบบฉบับรถสปอร์ตจากอิตาลี่ โดยการมาในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์บนตัวถังหลักเดิมที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายรถคูเป้ เเละยังคงเอกลักษณ์ต่างๆ ของ Maserati ไว้ครบถ้วน เช่น กระจังหน้าพร้อมสัญลักษณ์ตรีศูล สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของ Maserati สุดคลาสสิกจากยุค 1950 และประตูแบบไร้กรอบกระจก (frameless doors) ตามสไตล์รถสปอร์ตพันธุ์แท้ กันชนหน้า-หลังปรับปรุงใหม่ ช่วยให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) ต่ำลง 7% จากเดิม 0.31 เหลือ 0.29 พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยไฟหน้าแบบเมตริกซ์แอลอีดี

การมาแบบไมเนอร์เชนจ์ของ Ghibli 2018 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก ระดับหรูหรามากมายเช่น การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอก, ไฟหน้า LED แบบปรับได้, ปรับเพิ่มแรงม้าเป็น 430 แรงม้าในรุ่น Ghibli S, ระบบ Integrated vehicle control, ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า, ระบบ Advsnced Driving Assistance ใหม่

Maserati Ghibli 2018 ได้มีการใช้ ระบบโครงสร้างตัวถัง, ช่วงล่างเครื่องยนต์ V6, เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF ร่วมกับรถ Quattroporte โดยมีความยาวสั้นกว่า 293 mm และ น้ำหนักเบากว่า 50 กิโลกรัมโดยการกระจายน้ำหนักอย่างสมบูรณ์แบบ (50:50), ระบบช่วงล่างหน้า double-wishbone/ระบบช่วงล่างหลังแบบ Multi-link และระบบ Limted-Slip Differential (LSD) ให้ความแม่นยำในการบังคับควบคุมในระดับ razor-sharp ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของรถ Maserati อย่างแท้จริง ด้วยการได้รับ การจัดอันดับ Euro NCAP ในระดับห้าดาว และ การช่วยของระบบ Integrated Advsnced Driving Assistance จะทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและความสนุกสนานจากการขับขี่อย่างแน่นอน

Maserati Ghibli 2018 ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ เบนซิน และ ดีเซล โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย คือ Ghibli Gran lusso เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้า Ghibli Gransport ใช้เครื่องยนต์เดียวกัน แต่เพิ่มกำลังเป็น 430 แรงม้า Ghibli Diesel เครื่องยนต์ดีเซล วี6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 275 แรงม้า กับแรงบิดสูงถึง 600 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่นสุดท้าย เป็น Ghibli Diesel  Granlusso ที่ถูกเพิ่มหลายออปชั่นล้ำสมัย โดย Maserati Ghibli ทุกรุ่นย่อย ส่งกำลังสู่ล้อหลัง ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF

Ghibli Granlusso ยังได้กำหนดนิยามของคำว่า High Luxury ในรถยนต์สปอร์ตซีดานโดยใช้วัสดุ และช่างเครื่องหนังที่มีคุณภาพดีที่สุดของอิตาลีมาสร้างสรรค์ผลงานชั้นเลิศในรถ Ghibliใหม่นี้ นอกจากนี้ ยังใช้ Mulberry Silk ของ Ermenegildo Zegna ที่ถักทอด้วยกรรมวิธีพิเศษ ผสมผสานลงไปภายในเบาะหนัง, แผงข้างประตู และผ้าบุหลังคา อย่างปราณีต ทำให้รถ Ghibli ใหม่ มีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร และดูหรูหราอย่างมีระดับ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอาทิ เช่น เบาะไฟฟ้าปรับได้ 12 ทิศทาง, พวงมาลัยไฟฟ้าแบบปรับระดับได้, สัญญาณเตือนขณะถอยจอด, ประตูดูด

สำหรับ Ghibli GranSport ได้รับแรงบันดาลใจจาก ประวัติและความภาคภูมิใจในสนามแข่งของ Maserati เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ตในรถซีดานระดับหรู รุ่น GranSport มาพร้อมกับ Black Piano Trim ในกันชนหน้า, GranSport badge บริเวณประตูหน้า, สเกิร์ตข้างสีเดียวกับตัวรถ, ป้ายโลโก้ ทั้ง Trident และ Saetta สีน้ำเงิน, เบรคคาลิเปอร์สีแดง และล้ออัลลอยส์ขนาด 20 นิ้ว Machine-polished Urano

Ghibli ทั้งรุ่น GranLusso และ GranSport จะติดตั้ง Adaptive full LED headlights เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งในระบบไฟสูงและไฟต่ำ, ไฟเลี้ยว, ไฟเดย์ไทม์ (Daytime Running Lights – DRL) พร้อมกันปรับระดับไฟอัตโนมัติ เมื่อเปรียบเทียบกับไฟไบซีนอน เทคโนโลยีไฟ LED จะเพิ่มความสามารถในการมองเห็นได้ถึง 20% แสงไฟมีความสว่างเพิ่มมากขึ้น 32% และยังสามารถสองสว่างได้ไกลถึง 195 เมตร มากกว่าระบบไฟไบซีนอนถึง 55 เมตร ระบบไฟ Adaptive full LED headlight จะมาพร้อมกับระบบกล้องหน้าที่ช่วยสนับสนุนระบบ Matrix-adaptive High Beam ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่เสมือนเปิดไฟสูงวิ่งอยู่ตลอดเวลาโดยไม่แยงตารถที่กำลังวิ่งสวนมา ระบบนี้จะปรับโดยอัตโนมัติโดยมี การปรับความสว่าง 4 แบบ คือ ‘Town’ (<50km/h), ‘Country’ (50-110km/h), ‘Motorway’ (>110 km/h) และ Weather Mode

นอกจากนี้ Ghibli ยังมาพร้อมกับระบบ Infotainment Maserati Touch Control Plus (MTC+)ใหม่ล่าสุด ด้วยจอ high resolution 8.4” พร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถเชื่อมต่อกับ AppleCarPlay และ Android Auto รถยังได้ติดตั้ง rotary knob ที่ทำจากวัสดุ forges Aluminium คุณภาพสูงเพื่อใช้ในการควบคุมระดับเสียงและระบบ infotainment อื่นๆ  ระบบเครื่องเสียงของ Harman Kordon Premium Sound Syatem จะทำให้เพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพสูง จากลำโพง 10 ตัว พร้อมแอมป์ขนาด 900 วัตต์ และ ซับวูฟเฟอร์คุณภาพสูง  ระบบนำทางพร้อมแผนที่สามมิติ ที่จะให้ความสะดวกสบายในการเลือกเส้นทาง และระบบเชื่อมต่อกับโทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรีผ่าน Bluetooth นอกจากนี้ในรถยังมีช่อง SD Card Reader, USB Socket และ aux-in port ซึ่งสามารถใช้เชื่อมต่อเพื่อฟังเพลง, ดูภาพยนตร์หรือดูรูปภาพ

Ghibli นำเสนอสีภายใน 3 สี คือ สีน้ำตาลแทน, สีแดงและสีดำ ซึ่งล้วนผลิตจากจากวัสดุหนังคุณภาพชั้นเลิศจากโรงงานหนังที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ล่าสุดทาง มาเซราติ ประเทศไทยจัดกิจกรรมทดสอบการขับขี่ Maserati Ghibli 2018 บนเส้นทาง กรุงเทพ – สมุทรสาคร – นครปฐม ขึ้นมาเพื่อให้สื่อมงลชนได้สัมผัสถึงความสปอร์ตที่ผสมผสานกับความคลาสสิคอันหรูหราอย่างลงตัว โดยจะได้สัมผัสทั้ง Maserati Ghibli เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล สำหรับ AutoMThai  ได้ทดสอบตัวเครื่องยนต์เบนซินก่อน สิ่งแรกก่อนขับที่ทำให้ตกอยู่ในภวังค์คือความเท่แบบสปอร์ตดูน่าเกรงขามของรูปโฉมภายนอก บอกกับตรีศูรที่กระจังหน้าด้วยเเล้ว บอกเลยว่าคุณอาจเคลิบเคลิ้มไปกับความเท่ของ Maserati Ghibli โดยไม่รู้ตัว เเละเมื่อเข้ามาในห้องโดยสารมนต์เสน่ห์ของชุดตกแต่งก็เล่นงานคุณให้หลงใหลไปกับงานตกแต่งที่ผสานความเป็นสปอร์ตหรูหราสมัยใหม่ให้เข้ากับความคลาสสิค สีีแดงของชุดหนังที่ตกแต่งเบาะนั่ง คอนโซลหน้า ชุดคอนโทรลเกียร์กลางตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้ นาฬิกาแบบเข็มหน้าปัดที่ถือเป็นของคลาสสิคที่อยู่กับ Maserati มาอย่างยาวนาน เเละพวงมาลัยหนังดำประดับตราโลโก้ตรีศูรดูภูมิฐาน

จากเส้นทางพระราม4 มุ่งหน้าสู่พระราม2 การจราจลอาจติดขัด ถือเป็นการขับแบบวอร์มอัพ ทำความคุ้นเคยกับ Maserati Ghibli 2018 กันไปก่อน  จากนั้นเมื่อเลี่ยงเส้นทางไปทางซ้ายเพื่อตัดเข้าเส้นบ้านแพ้ว ช่วงนี้สามารถได้ทดลองสมรรถนะเครื่องยนต์สปอร์ตจากอิตาลี่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยบ้าง จากการเริ่มต้นที่โหมด Auto Normal ในตัวเมืองกรุงเทพ เมื่อเข้าสุ่เส้นบ้านผ่าน ผ่านช่วงเขตชุมชน ก็ได้เวลาฟัังเสียงเครืองยนต์เบนซิน วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้าคำราม ด้วยการเปลี่ยนมาใช้โหมด Auto Sport  เสียงเครื่องยนต์ที่ปะทุออกมาจากท่อในโหมดนี้ทำให้ Maserati Ghibli 2018 ดูน่าเกนรงขามขึ้นกว่าเดิม ขับขี่ดุดันมากขึ้น ความสนุกขณะขับขี่ยังไม่หมด เพราะยังสามารถเปลี่ยนเป็นโหมด Manual Sport โดยใช้ Paddle Shift  ก็ให้ความเร่าใจในการขับขี่อีกแบบหนึ่ง เส้นทางขากลับเข้ากรุงเทพลองเปลี่ยนมาใช้ Maserati Ghibli 2018 เครื่องยนต์ดีเซล บอกเลยว่าภายนอกรถเสียงเครื่องยนต์ขณะเดินเครื่องเบาเเทบจะครางให้ได้ยินเท่านั้น ยิ่งเข้ามานั่งในห้องโดยสารเเล้ว ความเงียบของเครื่องยนต์ทำให้เราชะงักพาลทำให้คิดไปว่านี่ถ้าไม่รู้ว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลมาก่อน อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเครื่องยนต์เบนซินได้ 

Maserati Ghibli 2018 น่าจะตอบโจทย์กับนักขับขี่ชาวไทยที่ชอบรถสปอร์ตแต่อยากลองหาสิ่งใหม่ๆ เพราะ Maserati Ghibli 2018 ไม่ได้ให้เพียงรูปลักษณ์ที่ดุดัันเท่านั้น อย่างที่เอ่ยเเละเน้นบ่อยๆ ในบทความคือ เรายังได้กลิ่นของความคลาสสิคให้ได้สัมผัสอยู่เรื่อยๆ ขณะขับขี่ เรื่องสมรรถนะคงไม่ต้องท้าวความกันมาก เอาเเค่สรุปสั้นๆ ว่า Maserati Ghibli 2018 ให้อารมณ์การขับขี่ในแบบที่รถสปอร์ตให้ได้แบบครบเครื่อง Maserati Ghibli 2018 GranLusso ราคาขายเริ่มต้นที่ 7.59 ล้านบาท นอกจากนี้คุณยังสามารถร่วมสัมผัสผลงานดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และ ยนตรกรรมลักชัวรี จาก Maserati  ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ เมษายน 2561 ณ บูธ Maserati  โซน A05 อาคาร ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี