คู่กรณี ค่าขาดประโยชน์ ค่าเเท็กซี่ ซ่อมรถ ประกัน รถชน

ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร? คนรถโดนชนจำเป็นต้องรู้!!

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร? คนรถโดนชนจำเป็นต้องรู้!!

ค่าขาดประโยชน์ คำๆ นี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่รถโดนชน จะชนด้วยสาเหตุใดก็ตาม รถจอดอยู่เฉยๆ จู่ๆ มีรถมาชน, มีรถชนท้ายรถของคุณ หรือมีคนขับรถมาชนรถของคุณด้วยสาเหตุใดก็ตาม ขอเพียงแค่คุณเป็นฝ่ายถูกเเละคู่กรณีคือฝ่ายผิด แค่นี้คุณก็สามารถเรียกร้อง ค่าขาดประโยชน์ จากอีกฝ่ายได้

พูดง่ายๆ ค่าขาดประโยชน์ คือ เงินชดเชยจากคู่กรณีระหว่างที่รถของคุณอยู่ในช่วงซ่อมที่อู่ เช่น คุณต้องใช้รถไปทำงานทุกวันเเล้วอยู่ๆ รถของคุณถูกชนโดยที่คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ช่วงที่ต้องนำรถเข้าอู่เพื่อซ่อมเเซม ระหว่างนั้นคุณไม่มีรถใช้เดินทางไปทำงานหรือธุระ ทำให้คุณต้องเสียเงินส่วนตัวนั่งแท็กซี่ไปทำงาน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้คุณสามารถเรียกร้องกับคู่กรณีได้ เช่น หากรถคุณใช้เวลาซ่อม 10 วัน คิดดูเเล้วหากต้องนั่งเเท็กซี่ไปทำงานทุกวันเฉลี่ยค่าใช้จ่ายตกวันละ 500บาท รวมเวลาที่รถซ่อมทั้งหมด 10 วันเป็นเงิน 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนนี้คุณสามารถเรียกร้องเอาจากคู่กรณีได้ หรือถ้าคู่กรณีรถมีประกันก็สามารถเรียกค่าสินไหมระหว่างการซ่อมจาก บ.ประกันของคู่กรณีได้

เอกสารที่ใช้ในการขอ ค่าขาดประโยชน์ ระหว่างซ่อมรถ
1.ใบเสนอรายการความเสียหายของรถยนต์
ที่พร้อมสำเนาเอกสารไว้ด้วย ซึ่งต้องระบุวันที่เราติดต่อซ่อมรถกับอู่ซ่อมรถหรือศูนย์บริการให้ชัดเจนนะครับ

2.ใบเคลม (ใบรับรองความเสียหายต่อทรัพย์สิน)
เอกสารที่เจ้าหน้าที่เคลมประกันออกให้เราเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะระบุไว้ชัดเจนว่ารถเสียหายตรงไหนบ้าง และเราเป็นฝ่ายถูก

3.สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
หน้าแรกกรมธรรม์ประกันภัยของเรา เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยนะครับ

4.สำเนาทะเบียนรถยนต์
สมุดทะเบียนรถยนต์เล่มสีน้ำเงินที่ระบุวันจดทะเบียน และกรรมสิทธิ์ ชื่อเจ้าของรถยนต์ ซึ่งควรต้องเป็นชื่อเราที่เป็นคนเรียกร้องครับ

5.สำเนาใบขับขี่รถยนต์
พร้อมเซ็นต์เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยนะครับ

6.ใบรับรถ หรือหนังสือส่งมอบรถเสร็จ
ขอย้ำว่าต้องระบุวันที่เรารับรถซ่อมรถเสร็จไว้อย่างชัดเจน

7.รูปถ่ายตอนซ่อมรถ
ส่วนนี้ขอได้จากอู่รถยนต์ที่เราเอารถเข้าซ่อมซึ่งต้องถ่ายรูปไว้ทุกขั้นตอน หรือถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการเรียกค่าสินไหมได้ว่าซ่อมตรงไหนยังไงบ้าง และใช้ระยะเวลาเท่าใดในการซ่อม รวมถึงรูปถ่ายของอู่รถยนต์หรือศูนย์บริการที่เรานำรถเข้าซ่อมด้วย

8.หนังสือเรียกร้องสินไหมค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมรถ
ซึ่งก็คือจดหมายแจ้งเรื่องนั่นเองครับ หาตัวอย่างได้จากกูเกิลหรือตัวอย่างฟอร์มการเขียนจดหมายทางการก็ได้ครับ เพื่อแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดพร้อมระบุการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมรถให้ชัดเจนครับ

9.บุ๊กแบงก์
หน้าบุ๊กแบงก์หรือสมุดบัญชีธนาคารของเราเองที่ต้องการให้บริษัทประกันโอนเงินเข้าบัญชี เตรียมไว้ก่อนเลยครับ ส่วนมากแล้วถ้าบริษัทประกันได้รับเอกสารครบถ้วนแล้วจะทำการพิจารณาให้เลย อย่าลืมถามด้วยนะครับว่าใช้เวลาดำเนินการประมาณกี่วัน กี่อาทิตย์ เพื่อที่เราจะได้ตามเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง

ในกรณีที่เรียกร้อง ค่าขาดประโยชน์ เเล้วแต่คู่กรณีปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบ สามารถเเจ้งกับ คปถ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) ให้เข้ามาคุ้มครองสิทธิ์ตรงนี้ได้