พฤติกรรมการขับขี่ รถพัง สุ่มเสี่ยง

หยุด! 3 พฤติกรรมการขับขี่ ที่เสี่ยงทำให้รถพัง

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / หยุด! 3 พฤติกรรมการขับขี่ ที่เสี่ยงทำให้รถพัง

การที่รถยนต์จะมีอายุการใช้งานได้ยาวนานแค่ไหนนั้น พฤติกรรมการขับขี่ ของแต่ละบุคคลนั้น ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมาก จะเรียกได้ว่าสำคัญตั้งแต่เริ่มสตาร์ทรถ จนกระทั้งขับไปจนถึงจุดหมายปลายทางเลยก็ว่าได้ ซึ่ง 3 พฤติกรรมหลักๆที่ สุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้ รถพัง และห้ามทำตลอดเวลาขับขี่เลยก็มีดังนี้

พฤติกรรมการขับขี่

  • สตาร์ทรถปุ๊บออกตัวปั๊บ – ไม่รอให้เครื่องยนต์ได้อุ่นเครื่องก่อนออกตัวเลยแบบนี้ก็นับวันรอยกเครื่องใหม่ได้เลย ซึ่งการทำแบบนี้ มีแต่สร้างผลเสียให้กับรถ และทำให้อายุการใช้งานของเครื่องยนต์นั้นสั้นลง เพราะถ้าสตาร์ทเครื่องยนตแล้วออกตัวเลยนั้นจะทำให้น้ำมันหล่อลิ่นนั้น ไหลเข้าไปหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ภายต่างๆในเครื่องยนต์ได้ทัน ส่งผลให้อุปกรณ์เหล่านั้นสึกหรอได้เร็ว และอายุการใช้งานก็สั้นลงนั่นเอง การปฏิบัติที่ถูกต้องหลังสตาร์ทรถก็คือ อุ่นเครื่องทิ้งไว้ก่อนออกตัว 3-5 นาทีเป็นอย่างน้อยหลังจากนั้นก็ค่อยๆออกตัวขับเรื่อยๆอย่าเพิ่งเร่งเครื่องหรือใช้ความเร็วแรง
  • สายซิ่งเหยียบมิดคันเร่ง – เชื่อเลยว่านักขับสายซิ่งบางคน ที่ใช้รถขับทางไกลบ่อยๆมักจะชอบลองรถบ่อยๆ การขับด้วยความเร็วปกตินี่น่าจะหาได้ยาก ส่วนใหญ่พอเจอทางตรงถนนโล่งๆนี่ต้องเป็นอันเหยียบมิดคันเร่งกันทุกราย ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ มีแต่ส่งผลเสียให้กับรถยนต์ของคุณ อุปกรณ์สิ่งแรกๆเลยที่มีผลกระทบอย่างแน่นอนก็คือ ระบบเกียร์โดยเฉพาะในรถเกียร์ออโต้ เพราะการเหยียบคันเร่งจนมิด เป็นการเรียกรอบให้ระบบเกียร์เปลี่ยนอัตราทดไปตำแหน่งต่ำกว่า ซึ่งการทำแบบนี้ จะเรียกแรงบิดได้มาก และรถพุ่งไปได้อย่างเร็วและแรง แต่ผลเสียที่ตามมาก็คือ นั้นก็คือระบบเกียร์จะมีอายุการใช้งานจะสั้นลง เพราะเนื่องจากชุดเฟืองในระบบเกียร์ต้องรับภาระจากแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง
  • เจอลูกระนาดหรือเนินหลังเต่าแล้วไม่ชะลอลดความเร็ว – ถ้าทำบ่อยๆของบอกได้เลยว่า เตรียมเก็บเงินไว้เปลี่ยนช่วงล่างได้เลย เพราะระบบช่วงล่างจะค่อยๆหลวมไปเรื่อยๆ ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ชุดเพลาขับ,โช๊คอัพ, ลูกหมาก, ปีกนก ถ้าเลวร้ายแบบหนักๆเข้า อาจมีโอกาสหลุดได้เลยนะเออ