ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ต่อภาษี ยานพาหนะ รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์

รถมอเตอร์ไซค์ ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี แล้ว ถ้าอยากเอารถมาใช้ต่อ ควรทำอย่างไร?

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / รถมอเตอร์ไซค์ ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี แล้ว ถ้าอยากเอารถมาใช้ต่อ ควรทำอย่างไร?

การ ต่อภาษี ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์ เป็นข้อควรปฏิบัติที่เราต้องทำทุกปี แต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ลืมต่อภาษีรถ ซ้ำร้ายยังปล่อยให้ระยะให้ล่วงเลยไปถึง 3 ปี แบบนี้เราควรทำอย่างไรดี

ตามกฏระเบียบของกรมการขนส่งทางบก กล่าวไว้ว่าถ้า รถมอเตอร์ไซค์ ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี รถคันนั้นจะถูกระงับทะเบียนทันที และถ้านำรถคันนั้นๆมาใช้และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจขึ้นมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปรับได้ทันที และยึดป้ายทะเบียนได้ทันที โดยค่าปรับจะอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนการชำระภาษีสามารถทำได้ โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้

  • รถมอเตอร์ไซค์ที่ขาดการต่อภาษี หลังวันที่ค้างชำระเกิน จะต้องชำระภาษีที่ค้างไว้ 3 ปี และต้องเสียเพิ่มร้อยละ 20 ต่อเดือนจนถึงวันที่ชำระ
  • รถมอเตอร์ไซค์ที่ขาดการต่อภาษี ก่อนวันที่ค้างชำระเกิน จะต้องชำระภาษีที่ค้างไว้ 3 ปี และต้องเสียเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือนจนถึงวันที่ชำระ

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการ ในกรณีที่ ทะเบียนรถโดนระงับ แต่ต้องการขอใช้รถ ต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • สมุดจดทะเบียนที่บันทึกการระงับทะเบียน ทั้งตัวจริง พร้อมทั้งสำเนา
  • บัตรประชาชนเจ้าของรถ ทั้งตัวจริง พร้อมทั้งสำเนา
  • หลักฐานการทำประกันภัยตาม พรบ. พ.ศ. 2535
  • หลักฐานสัญญาซื้อขาย
  • ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล อายุการใช้งานไม่เกิน 6 เดือน ต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลด้วย
  • ในกรณีเป็นนิติบุคคล จะต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม
  • ในกรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกมาดำเนินการด้วยตัวเอง และให้คนอื่นมาทำแทนจะต้องมี หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ แนบมาด้วยเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

  • ค่าจดทะเบียนรถใหม่ 315 บาท
  • ค่าสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ 100 บาท
  • ค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถ ป้ายละ 100 บาท
  • อัตราภาษีของรถแต่ละประเภท
  • ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพ 10 บาท
  • หลักฐานการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

เมื่อรู้รายละเอียด และเตรียมเอกสารพร้อมแล้วก็สามารถไปติดต่อทำได้ที่กรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ ได้เลย อย่างไรก็ตามควรหมั่นเช็ควันเวลาในการต่อภาษีเป็นประจำ และควรต่อให้ตรงวันเวลาทุกปี จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับการดำเนินการ และเสียค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นจะดีกว่า