4 ปัจจัย เลือกซื้อยางรถยนต์ ส่วนเล็กๆ แค่หนึ่งฝ่ามือ แต่สำคัญเท่าชีวิต

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / 4 ปัจจัย เลือกซื้อยางรถยนต์ ส่วนเล็กๆ แค่หนึ่งฝ่ามือ แต่สำคัญเท่าชีวิต

ถ้าพูดถึงส่วนต่างๆ ของรถยนต์ทุกส่วนก็มีความสำคัญเท่าๆ กันหมด แต่ถ้าเน้นเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของยางนี่แหละ เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนน ที่กว้างประมาณแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้นเอง แต่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยตลอดทั้งคันรถ ดังนั้นยางจึงเป็นส่วนสำคัญที่ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้ามไป และควรทราบถึงปัจจัยในการเลือกซื้อยาง เพื่อครั้งต่อไปจะได้ เลือกซื้อยางรถยนต์ ได้อย่างถูกต้อง

1. ปริมาณความถี่ในการใช้รถ

โดยทั่วไปยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งานอยู่ประมาณ  2 ปี เนื้อยางก็จะเริ่มแข็งไม่ยึดเกาะถนนไปตามกาลเวลา หรือที่ 50,000 กม. ดอกยางจะสึกตามระยะทางการใช้งาน ซึ่งไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนของการเปลี่ยนยางได้ ขึ้นอยู่กับสภาพยางเป็นหลัก ดังนั้นเจ้าของรถเองจะรู้ดีว่าลักษณะการใช้รถของตนเองเป็นอย่างไร เช่น เป็นคนใช้รถน้อยก็ควรเลือกยางที่นิ่มที่สุดเพราะจะได้ไม่แข็งก่อนยางสึก  กลับกันถ้าเป็นคนใช้รถเยอะก็ควรเลือกยางที่มีดอกแข็งหน่อยเพื่อยืดอายุการสึกของดอกยาง

2. ลักษณะการใช้รถ

ข้อนี้ต้องพูดครอบคลุมไปถึงเรื่องของนำหนักบรรทุก ความเร็วในการขับขี่ เพราะถ้าเป็นรถยนต์ปกติที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ง่ายหน่อยสามารถเลือกยางที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับยางที่ติดมาจากโรงงานได้เลย หรือสามารถเพิ่มเกรดความนุ่มม ความยึดเกาะถนนไปได้อีก แต่หากเป็นรถที่บรรทุกเยอะ ใช้ความเร็ว หรือรถแต่งซิ่ง ก็ควรเลือกยางที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้รถ โดยสามารถดูได้ที่รหัสเลขที่แก้มยาง ซึ่งจะบอกคุณสมบัติต่างๆ ของยางเส้นนั้นๆ ประกอบการตัดสินใจด้วย

3. ราคาสมเหตุสมผล

ปัจจุบันมีผู้ผลิตยางอยู่หลายเจ้า ดังนั้นในตลาดจะมีการแข่งขันกันเรื่องราคาอยู่แล้ว ราคาจึงจะไม่ทิ้งห่างกันมากเพราะผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะคำนึงถึงราคาและคุณภาพ เพื่อใช้เป็นอาวุธในการแข่งขัน แต่จะต่างกันด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตยางยาง เช่น การออกแบบลายดอกยางที่ช่วยให้ยึดเกาะถนนมากขึ้นหรือยางที่ช่วยประหยัดน้ำมัน ซึ่งผู้ใช้รถต้องค่อยๆ เปรียบเทียบราคาและคุณภาพจากผู้ผลิตหลายๆ เจ้าก่อนตัดสินใจซื้อ

4. ดอกยาง

อีกเรื่องที่ผู้ใช้รถควรใส่ใจไม่แพ้เรื่องอื่นๆ คือ ดอกยาง เพราะเป็นส่วนสำคัญของรถที่ยึดติดกับถนนอยู่ตลอด โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

  • แบบ 2 ทิศทาง หรือ Non-directional โดยในหน้ายางจะมีลายของดอกยางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาสลับกัน อธิบางง่ายๆ คือถ้าฝั่งซ้ายเป็นรูปตัว M ฝังขวาก็จะเป็นรูป W นั่นเอง ยางแบบนี้ให้การขับขี่นุ่มนวล เหมาะสำหรับความเร็วไม่สูง ข้อดีคือดอกยางแบบนี้จะสามารถสลับยางไปล้อไหนก็ได้
  • แบบทิศทางเดียว หรือ Directional จะออกแบบดอกยางให้หมุนไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะมีลูกศรกำกับทิศทางไว้ ซึ่งสามารถรีดน้ำได้ดี เหมาะกับรถที่ใช้ความเร็วสูง เข้าโค้งได้มั่นคง แต่ราคาก็ค่อนข้างสูง
  • แบบไม่สมมาตร หรือ Asymmetric ดอกยางที่ลายด้านในและด้านนอกจะต่างกัน โดยด้านในจะออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงในทางตรง ส่วนด้านนอกจะมีประสิทธิภาพสูงในทางโค้ง เหมาะสำหรับรถแข่ง และราคาก็แพงมากๆ

นอกจากปัจจัยในการ เลือกซื้อยางรถยนต์ แล้ว การดูแลยางก็เป็นส่วนสำคัญที่เจ้าของรถสามารถทำได้ง่ายๆ เช่น หมั่นเช็คลมยางเดือนละ 2 ครั้ง ตรวจสอบความผิดปกติของยางอยู่เสมอ ว่ามีรอยรั่วหรือรอยบวมปูดหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ยางของเราสามารถดูแลความปลอดภัยได้ครบตลอดอายุการใช้งาน