ยางรถยนต์ ยางรถแข่ง ยางสลิค ยางเรเดียล

อยากซิ่ง! เอารถบ้านไปใส่ยางรถแข่งได้หรือไม่ แล้วยาง 2 ชนิดนี้ต่างกันยังไง

Home / tips ความรู้เรื่องรถยนต์ / อยากซิ่ง! เอารถบ้านไปใส่ยางรถแข่งได้หรือไม่ แล้วยาง 2 ชนิดนี้ต่างกันยังไง

ว่ากันด้วยเรื่องของ ยางรถยนต์ เชื่อว่าหลายๆคน คงจะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาบ้างแหละว่า ยางรถแข่งในสนามกับยางรถบ้านที่ขับขี่ใช้งานปกติ มีความต่างกันตรงไหน แล้วถ้าเราจะเอา ยางรถแข่ง มาใส่รถบ้านบ้าง จะได้หรือไม่ ลองมาดูคำตอบกัน

ยางรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จะเป็น ยางเรเดียล ที่จะออกแบบมาให้มีโครงสร้างเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบยหลากหลาย เน้นความคงทน และสามารถยืนระยะการใช้งานได้แบบยาวนาน โดยอายุการใช้งานของยางเรเดียลส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20,000 – 50,000 กม. หรือถ้านับเป็นปี ก็อยู่ที่ประมาณ 2 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งการผลิตยางเรเดียลในสมัยก่อนนั้นจะมีการเสริมใยเหล็กเข้าไปในโครงสร้างภายใน เพื่อเน้นความทนทานเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการและเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกล การผลิตยางเรเดียลในปัจจุบันจึงไม่นิยมเสริมใยเหล็กอีกต่อไป แต่กรรมวิธีการผลิตส่วนมากจะใช้ส่วนผสมที่เป็นยางล้วนๆ ไม่ค่อยผสมวัสดุอย่างอื่นเข้าไป แต่ก็ยังมีความคงทนแข็งแรงเหมือนเดิม

ส่วนยางที่รถแข่งใช้กันก็คือ ยางสลิค อันที่จริงการผลิตโครงสร้างก็ไม่ต่างกับยางเรเดียลทั่วไปสักเท่าไร แต่จะต่างกันที่เนื้อยางที่จะมีความเหนียวหนึบเกาะพื้นถนนและสามารถทำความเร็วได้ดีมากกว่ายางเรเดียลปกติทั่วไป นอกจากนี้ยังต้องเลือกใช้งานให้เหมาะตามสภาพพื้นถนนด้วย ยกตัวอย่างเช่นถ้าแข่งบนถนนแห้งจะเลือกใช้ยางหน้าโล้น ไม่มีลาย ไม่มีดอก แต่ถ้าหากพื้นเปียกมีฝนตก ก็จะใช้ยางอีกแบบที่สามารถรีดน้ำได้เป็นอย่างดี ส่วนอายุการใช้งานจะน้อยกว่ายางรถยนต์ทั่วไปมาก

ส่วนคำถามที่ว่าถ้าหากว่าจะเอายางรถแข่งมาใส่รถบ้านทั่วไป จะได้หรือไม่ ตอบตรงนี้เลยว่าได้ ถ้ายัดกันลง มีการเลือกใช้ให้ถูกต้อง และเหมาะกับสภาพพื้นถนน ยกตัวอย่างเช่นถ้าใส่ยางโล้น ขับไปขับมาเจอฝนตกหรือเจอน้ำนองบนถนน โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมีสูงมากแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน บริษัทยางรถยนต์ส่วนใหญ่ก็มักจะเอาเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตยางรถแข่งมาพัฒนา ใช้กับการผลิตยางรถทั่วไปเสียเยอะ เพื่อเพิ่มความั่นใจในการขับขี่และความปลอดภัยให้มีมากขึ้น และอีกอย่างนึงก็คือ เพิ่มอรรถรสในการขับให้ได้ความรู้สึกเหมือนกับรถแข่งนั่นเอง รู้แบบนี้แล้วเราจะเอารถเราไปเปลี่ยนใส่ยางรถแข่งเพื่อ?