ADAS NEW MG HS

เปิดเทคโนโลยียานยนต์สุดล้ำ ADAS ทั้ง 11 ระบบ กุญแจสำคัญของการไปสู่ Autonomous Car ของ NEW MG HS

Home / รีวิวรถยนต์ / เปิดเทคโนโลยียานยนต์สุดล้ำ ADAS ทั้ง 11 ระบบ กุญแจสำคัญของการไปสู่ Autonomous Car ของ NEW MG HS

เปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา สำหรับ NEW MG HS ภายใต้แนวคิด ELEGANCE ที่เรียกได้ว่าร้อนแรงเป็นอย่างมากในรถยนต์เซกเมนต์ C-SUV อัดแน่นไปด้วยสมรรถนะสูงขนาดกลาง ที่ผสานความหรูหรา พรีเมี่ยม และความสปอร์ต ไว้ได้อย่างดีเยี่ยมทั้งภายนอกและภายใน ทีเด็ดที่มาพร้อมในรถคันนี้คือความปลอดภัยในการขับขี่ระดับสูงสุด

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ
ช่วยควบคุมการขับขี่ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

นอกจากความครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันแล้ว ที่เน้นที่สุดคือระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ทั้งความเร้าใจในการขับขี่ ความสะดวกสบายในแบบรถอเนกประสงค์ และที่สำคัญที่สุด คือความปลอดภัย กับระบบความปลอดภัยมากถึง 25 ระบบ แบ่งเป็น ระบบ Synchronized Protection System ที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ และระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่จะช่วยควบคุมการขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ อีก 11 ระบบ 

เจาะลึกระบบ ADAS ใน NEW MG HS

เจ้าระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS นั้น เป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ว่าง่ายๆ คือระบบที่ช่วยป้องกัน หลีกเลี่ยง และลดความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนทั้งกับตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมถนน โดยจะทำงานผสานกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller Units : MCU) กล่องอีซียู (Electronic Control Units : ECU) และอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ (Power Semiconductor Devices) เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเป็นระบบ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ (Human Error) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน อีกทั้งยังให้ความรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยกับผู้ขับขี่ ผ่านสัญญาณเตือนระบบต่างๆ และสามารถช่วยควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ระบบ ADAS ใน NEW MG HS แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้

  1. กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา RDA (Rear Drive Assist) ทำงานผ่านเซ็นเซอร์ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ RDA ที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของรถยนต์ โดยสามารถช่วยตรวจจับสภาพการจราจรทั้งด้านข้างและด้านหลังของรถยนต์ ครอบคลุมมุมอับสายตาทุกจุด เมื่อเจอวัตถุ หรือสิ่งกีดขวาง ระบบจะทำการเปิดสัญญาณไฟเตือน หรือไฟกะพริบที่มุมกระจกสามเหลี่ยมด้านหน้า เพื่อลดโอกาสการชนหรือเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งระบบ RDA จะประกอบไปด้วย 4 ระบบย่อย ได้แก่
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) โดยระบบจะตรวจจับรถยนต์จากเลนด้านข้างที่กำลังเข้าใกล้อย่างรวดเร็วหลังจากที่เปิดไฟเลี้ยว และจะส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบไฟกะพริบในด้านที่รถอื่นกำลังเข้าใกล้ เพื่อเตือนผู้ขับขี่ โดย LCA จะทำงานที่ความเร็วรถมากกว่า 30 กม./ชม. 
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ระบบจะตรวจสอบรถยนต์ที่อยู่ในมุมอับสายตาของกระจกมองข้างด้านซ้ายและขวา โดยจะส่งสัญญาณเป็นไฟเตือนสว่าง เพื่อเตือนผู้ขับขี่และหลีกเลี่ยงการชน โดย BSD จะทำงานที่ความเร็วรถมากกว่า 30 กม./ชม. 
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระหว่างการถอยรถ ระบบจะตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าใกล้ด้านหลังซ้ายและขวาของตัวรถ โดยจะส่งสัญญาณไฟเตือนในด้านที่ตรวจจับสิ่งผิดปกติได้ และจอแสดงผลจะแสดงสัญลักษณ์เตือน เพื่อเตือนผู้ขับขี่ให้หลีกเลี่ยงการชน ซึ่งระบบจะทำงานเมื่อความเร็วรถต่ำกว่า 9 กม./ชม. 
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) ระบบจะเริ่มทำงานเมื่อรถยนต์จอดนิ่ง โดยระบบจะส่งสัญญาณไฟเตือนผู้ขับขี่ หากพบรถอื่นในระยะรัศมีตรวจจับ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับรถรอบข้างเมื่อเปิดประตูรถ  

  1. กลุ่มระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System) เป็นระบบที่ช่วยควบคุมรถยนต์ ให้ขับเคลื่อนอยู่ในเลนหรือเส้นจราจรอย่างถูกต้องและปลอดภัย ระบบจะทำงานด้วยกล้องหน้าที่ติดตั้งภายในฝาครอบฐานกระจกมองหลัง โดยจะช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อมและสภาพถนนด้านหน้ารถยนต์ และเมื่อสภาวะที่ตรวจสอบตรงตามเงื่อนไขบางประการ ระบบจะส่งข้อความเตือนหรือช่วยควบคุมรถยนต์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ และสามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจ ประกอบไปด้วย 3 ระบบย่อย ได้แก่
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบจะตรวจจับเส้นเลนถนนที่มีความชัดเจนโดยใช้กล้องหน้า และจะทำงานเมื่อความเร็วรถมากกว่า 60 กม./ชม. หากล้อรถใกล้จะทับเส้นหรือทับเส้นแล้ว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนทั้งในรูปแบบสัญญาณเสียง แผงหน้าปัดจะแสดงรูปภาพเตือนด้านที่ทับเส้น และมีการสั่นที่พวงมาลัย เพื่อเตือนผู้ขับขี่ให้แก้ไขทิศทางของรถตามเส้นเลน 
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบจะตรวจจับเส้นเลนถนนด้านหน้าที่มีความชัดเจนโดยใช้กล้องหน้า และจะทำงานเมื่อความเร็วรถมากกว่า 60 กม./ชม. หากล้อรถใกล้จะทับเส้นหรือทับเส้นแล้ว ระบบจะช่วยควบคุมและปรับองศาพวงมาลัย พร้อมส่งสัญญาณเตือน เพื่อให้รถกลับมาอยู่ในเลน 
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) ระบบจะตรวจจับเส้นเลนถนนที่มีความชัดเจนโดยใช้กล้องหน้า เมื่อระบบตรวจพบเส้นเลนซ้ายและขวา จะปรับมุมพวงมาลัยเพื่อรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ตรงกลางเลน ซึ่งระบบ LKA นี้ จะทำงานเมื่อรถความเร็วรถมากกว่า 60 กม./ชม. ทั้งนี้ หากระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่ไม่ได้ควบคุมพวงมาลัยอย่างต่อเนื่อง ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมแสดงสัญลักษณ์บนแผงหน้าปัด เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่จับพวงมาลัย

  1. กลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist) อีก 4 ระบบ ได้แก่
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) เป็นระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วในการขับขี่ และปรับความเร็วอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม โดยสามารถตั้งค่าความเร็วได้ตั้งแต่ 30 – 150 กม./ชม. สามารถตั้งระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระยะ ในกรณีไม่มีรถคันอื่นอยู่ด้านหน้า ระบบจะรักษาความเร็วให้เป็นไปตามที่ผู้ขับตั้งค่าไว้ แต่หากมีรถคันอื่นที่ขับช้ากว่าอยู่ด้านหน้า ระบบจะทำการชะลอความเร็วให้สอดคล้องกับรถคันหน้า และทิ้งระยะห่างให้อยู่ในระยะปลอดภัย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) การใช้งานระบบนี้ต้องทำการเปิดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ก่อน โดยระบบจะตรวจจับเส้นเลนถนนที่มีความชัดเจนด้วยกล้องหน้า เพื่อควบคุมรถให้อยู่เลน และใช้เรดาร์ในการตรวจสอบและควบคุมระยะห่างจากรถยนต์คันหน้า  เมื่อการจราจรมีการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ  ระบบจะควบคุมความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถยนต์คันหน้าโดยอัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ แต่ทั้งนี้ผู้ขับขี่จะต้องคอยควบคุมและสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบไปพร้อมกับการใช้ระบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) เป็นระบบที่จะช่วยเตือนผู้ขับขี่ ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้า ระบบจะทำงานเมื่อความเร็วรถมากกว่า 30 กม./ชม. โดยการใช้เรดาร์ด้านหน้าและกล้องหน้า ในการตรวจสอบระยะห่างระหว่างรถกับรถยนต์คันหน้า หากพบว่าอยู่ในระยะใกล้เกินไปและเสี่ยงต่อการชน ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมแสดงข้อความเตือนบนแผงหน้าปัด เพื่อให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วลงหรือแตะเบรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปลอดภัย หลีกเลี่ยงการชน และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้กล้องหน้าในการตรวจจับความเข้มของแสงจากสภาพแวดล้อมของถนน โดยระบบจะทำการเปิดไฟสูงอัตโนมัติเมื่อรอบข้างไม่มีแสงสว่างและไม่มีแสงไฟจากรถยนต์คันอื่น ในกรณีที่ระบบตรวจจับแสงสว่างจากรถยนต์ด้านหน้า ระบบจะทำการปิดไฟสูง เพื่อป้องกันการรบกวนสายตาของผู้ขับขี่ที่ใช้ถนนร่วมกัน และทำการเปิดไฟสูงอีกครั้งเมื่อไม่มีรถยนต์ด้านหน้า เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ให้ผู้ขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ MG หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.mgcars.com