สัมผัส The New Isuzu MU-X 3.0 DDI โฉมใหม่ กับทริป แอ่วดอยตุง จ.เชียงราย

Home / รีวิวรถยนต์ / สัมผัส The New Isuzu MU-X 3.0 DDI โฉมใหม่ กับทริป แอ่วดอยตุง จ.เชียงราย
isuzu Mu-X suv มิวเอ็กซ์

ก่อนหน้านี้ที่ Isuzu ทำการเปิดตัว The New Isuzu MU-X ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากอีกประมาณแค่สองสัปดาห์ทีมงาน Auto.MThai ก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน The New Isuzu MU-X ฺBlue Power Press Trip เพื่อร่วมทดสอบการขับขี่รถอเนกประสงค์สุดหรู The New Isuzu MU-X ที่มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ และร่วมทำกิจกรรมที่พระตำหนักดอยตุง

ช่วงสายของวันจันทร์ที่ 20 มีนาคม เมื่อขณะสื่อมวลชนและทีมงานของ Isuzu เดินทางมาถึงจังหวัดเชียงรายเป้าหมายแรกคือการไปรับรถ  New Isuzu MU-X ที่ บ. อีซูซุสงวนไทยเชียงราย จำกัด สำนักงานใหญ่  โดยในทริปนี้ทาง Isuzu ได้จัดรถยนต์ New Isuzu MU-X ทั้งรุ่นเครื่้องยนต์ 1.9 และ 3.0 ไว้รอต้อนรับสื่อมวลชน เมื่อแจกแจงรถกันเป็นที่เรียบร้อย คิวต่อไปคือการรับประทานอาหารมื้อกลางวันที่ร้าน Hacienda Coffee ก่อนจะออกเดินทางมุ่งสู่ดอยตุงที่ถือเป็นไฮไลท์ของทริปวันนี้

ก่อนที่จะมาว่าถึงสมรรถนะต่างๆ ของ New Isuzu MU-X เราขอพูดถึงการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมในครั้งนี้ก่อน ความรู้สึกที่ได้สัมผัสในการกลับมาคราวนี้ของ New MU-X ความโดดเด่นที่ให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น มีความทันสมัยมากขึ้น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ แบบ Sport 3D  ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ แบบ   Bi-LED  ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ  พร้อมไฟ Daylight อยู่ในโคมเดียวกัน โดดเด่นด้วยเส้นนำแสง LED Guiding Light เพิ่มลุคโฉบเฉี่ยวทันสมัยแบบรถยนต์นั่งระดับหรู กันชนหน้า – หลังดีไซน์ใหม่เสริมลุคสปอร์ตให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ แบบ Sharp Horizon

ขณะที่ภายในห้องโดยสารปรับแต่งใหม่ด้วยสีทูโทน Sandstone Beige เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ Sport Cut ที่โอบกระชับรับกับสรีระได้ดี  ลายไม้ Fine Walnut ที่แผงข้างประตู หัวเกียร์ และคอนโซลหน้าเสริมลุคให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น  ใหม่สีทูโทน Sandstone Beige เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ Sport Cut ที่โอบกระชับรับกับสรีระได้ดี  ลายไม้ Fine Walnut ที่แผงข้างประตู หัวเกียร์ และคอนโซลหน้าเสริมลุคให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น

หลังจากที่คณะสื่อมวลชนเริ่มออกเดินทางหลังเสร็จสิ้นมื้อกลางวัน ระยะทางที่เริ่มห่างออกจากตัวเมืองเชียงรายทำให้วิวทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนเป็นป่าเขามากขึ้น ทางเริ่มลาดชันและคดเคี้ยวมากขึ้น นั่นหมายวามว่าตอนนี้เรากำลังใช้เส้นทางบนเขาเพื่อที่จะไปสู่จุดหมายต่อไปที่ดอยตุง ด้วยสมรรถนะของรถยนต์ New Isuzu MU-X ขนาดเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ดีดีไอ ที่ Auto.MThai ได้ทดลองขับ บอกได้เลยว่าทางลาดชันของเส้นท่างสู่ดอยตุงไม่สะทกสะท้านต่อสมรรถนะเครื่องยนต์ของรถได้ เช่นหากเจอเส้นทางที่ชันขึ้น แค่เติมคันเร่งเข้าไปอีกเพียงเล็กน้อย อัตราเร่งก็ตอบสนองให้เครื่องยนต์ทำงานขึ้นมาทันที ถือเป็นรถที่่ขับสนุกต่อการขึ้นเขาอย่างมาก

หรือหากต้องการเปลี่ยนระบบการขับขี่ New Isuzu MU-X ยังสามารถเปลี่ยนจากเกียร์ออโตเมติกไปเป็นเกียร์ธรรมดาได้ด้วยเช่นกัน โดยในเกียร์ธรรมดาสามารถใช้ระบบเกียร์ได้ถึง 6สปีด เหมาะกับทางขึ้นลดเขาบนดอยตุงที่ลาดชัน เพราะเมื่อเจอเส้นลาดเราสามารถใช้เกียร์ธรรมดา เพื่อทดเกียร์ต่ำในการลงเขาเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ยิ่งได้ระบบช่วงล่างที่กระจายน้ำหนักเป็นเลิศ ด้วยการจัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์เยื้องหลังเพลาหน้าแบบ Semi-midship เช่นเดียวกับรถสปอร์ต ผสานการทำงานของช่วงล่างหลังแบบ 5-Link ให้การทรงตัวดีเยี่ยม ยิ่งทำให้มั่นใจเกาะถนนทุกโค้ง และนุ่มสบายทุกการขับขี่

เมื่อถึงพระตำหนักดอบตุงทางคระสื่อมวลชนใช้เวลาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้อยู่พอสมควร ก่อนจะย้ายไปชมความงามของสวนแม่ฟ้าหลวงและร่วมระทึกใจกับกิจกรรม Doi Tung Tree Top Walk กิจหรรมใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ฺนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมในแบบแอดเวนเจอร์ที่น่าตื่นเต้นด้วยการเดินบนสะพานแขวนเรือนยอดไม้ที่ยาว 295 เมตร และสูงจากพื้นดินกว่า 30เมตร ท่ามกลางภูมิประเทศที่ราบล้อมด้วยป่าในสวนแม้ฟ้าหลวง ก่อนจะเินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อเตรียมความพร้อมขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ดอยช้างมูบ ที่อยู่ห่างจากจุดที่พักออกไป 6.9 กิโลเมตร เป็นดอยที่สูงที่สุดบนแนวเทือกเขาดอยนางนอน มีความสูง 1,485 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนแนวสันเขาแบ่งเขตแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นจุดชมความงามของทะเลหมอก และพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม   หลังจากนั้นจึงเข้าพัก ณ ดอยตุง ลอด์จ

 

เป็นดอยที่สูงที่สุดบนแนวเทือกเขาดอยนางนอน มีความสูง 1,485 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนแนวสันเขาแบ่งเขตแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นจุดชมความงามของทะเลหมอก และพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม   หลังจากนั้นจึงเข้าพัก ณ ดอยตุง ลอด์จ ซึ่งเดิมเป็นสำนักงานและที่พักของหน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำที่ 31 กรมป่าไม้ และเป็นบ้านพักสำหรับขบวนเสด็จ และพนักงานของโครงการพัฒนาดอยตุง ปัจจุบันเปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสมาค้างคืนบนดอยตุง และนำรายได้ไปดูแลรักษาห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ดอยตุง ลอด์จ จึงเป็นแหล่งสร้างงานอีกแห่งหนึ่ง และช่วยให้คนในพื้นที่ได้เรียนรู้วิชาชีพด้านการโรงแรม  มีรายได้ที่ดีและมั่นคง ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำในถิ่นอื่น ณ ดอยตุง ลอดจ์ แห่งนี้ ทำให้พวกเราได้อิ่มเอม และเติมเต็มความรู้สึกดีๆ ไปกับบรรยากาศที่แนบชิดกับธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย แม้จะย่างเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือนเมษายน

ในเช้าวันรุ่งขึ้น คณะสื่อมวลชน ได้แวะเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ซึ่งสร้างขึ้นโดย อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ลักษณะของบ้านดำแห่งนี้ จะเป็นกลุ่มบ้านที่เป็นศิลปะแบบล้านนา โดยทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” ภายในบ้านแต่ละหลังนั้นถูกประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ และกระดูกสัตว์ ถึงแม้ในวันนี้ อาจารย์ถวัลย์ จะถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว แต่บ้านดำ ก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสความงดงาม เป็นการปิดท้ายทริปก่อนโบกมืออำลาเชียงรายด้วยความม่วนอกม่วนใจ๋  แล้วขึ้นเครื่องกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ร่วมติดตามข่าวสารอีซูซุได้ที่ http://isuzu-tis.com/