ทดสอบสมรรถนะ ซิตี้คาร์รุ่นใหม่ Mitsubishi Attrage และ Mirage ตามเส้นทาง กรุงเทพ-ระยอง

Home / รีวิวรถยนต์ / ทดสอบสมรรถนะ ซิตี้คาร์รุ่นใหม่ Mitsubishi Attrage และ Mirage ตามเส้นทาง กรุงเทพ-ระยอง

หากเอ่ยถึงรถยนต์อีโคคาร์ในตลาดยานยนต์บ้านเรา ชื่อของ Mitsubishi Attrage และ Mirage น่าจะถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของรถยนต์ที่มีจุดเด่นในเรื่องอัตราการประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยมในกลุ่มรถยนต์ซิตี้คาร์ แถมยังมีเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามามากมายรวมถึงดีไซน์ที่ให้ความหรูหรามากขึ้น ทำให้รถยนต์ทั้งสองรุ่นกลายเป็นยานพาหนะที่โดนใจกลุ่มผู้ใช้ซิตี้คาร์ได้ไม่ยาก

ล่าสุดทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยได้ให้เกียรติเชิญ Auto.MThai เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ ซิตี้คาร์ รุ่นใหม่ Mitsubishi Attrage และ Mitsubishi Mirage เส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายที่ สวนละไม อาณาจักรสวนผลไม้ท่ามกลางหุบเขาที่ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เช้าวันหนึ่งช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ฝนตกชุกทุกพื้นที่ เรามาถึงร้านอาหารเลคแอนด์พาร์ค ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตามนัดหมายเพื่อฟังการบรีฟถึงรายละเอียดของรถและเส้นทางการเดินทางในครั้งนี้

ก่อนที่ล้อจะหมุนเรามาทำความรู้จักกับรถยนต์ Mitsubishi Attrage รุ่นใหม่ที่มาพร้อมแนวคิด ‘เหนือกว่าทุกความเป็นไปได้’ และ Mitsubishi Mirage กับแนวคิด ‘ปลุกความเร้าใจไปให้สุด’ ที่มาพร้อมอุปกรณ์ใหม่มากมายทั้ง Apple CarPlay และระบบล็อคความเร็วบนพวงมาลัย รวมถึงห้องโดยสารที่ให้ความสะดวกสบายกับเบาะนั่งหนังเดินด้ายแดง เครื่องยนต์ไมเวค (MIVEC) 1.2 ลิตร ต้นแบบความแรงที่ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดมลพิษ รักษาสิ่งแวดล้อม โดยทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และระบบ INC ที่ช่วยควบคุมและตัดระบบส่งกำลังไปยังเพลาขับอัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง พร้อมด้วยระบบ G-Sensor ที่ช่วยควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้มีความแม่นยำมากขึ้นในทางที่ลาดชัน  รวมถึงให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม และอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ใน Mitsubishi Attrage รุ่นใหม่ และ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ใน Mitsubishi Mirage รุ่นใหม่

รถยนต์ที่ Auto.MThai ได้ใช้ในการเดินทางและทดสอบในครั้งนี้คือ Mitsubishi Attrage 1.2 GLS-LTD ตัวท็อปสุดของรุ่น การเดินทางเริ่มจากศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ขึ้นทางด่วนที่ท่าเรือคลองเตยไปตามเส้นทางพิเศษบูรพาวิถี โดยเส้นทางในช่วงเช้าย่านคลองเตยเป็นที่ทราบดีว่าปริมาณรถยนต์หนาแน่นเเค่ไหน แต่ด้วยความเป็นรถยนต์ซิตี้คาร์ขนาดกะทัดรัดอย่าง Mitsubishi Attrage ทำให้เราหลีกหนีการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพได้อย่างคล่องแคล่ว  การบังคับทิศทางรถเป็นไปตามการควบคุมของพวงมาลัย หลังจากฝ่าการจราจรที่ติดขัดมาได้ หลังจากที่ขึ้นทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี ก็ได้เวลาลองขับ Mitsubishi Attrage อัดทางตรงในระยะไกลกันบ้าง

 

ด้วยสภาพการจราจรบนทางด่วนพิเศษบูรพาวิถีที่คล่องตัวทำให้เราได้ลองใช้ความเร็วกันได้อย่างเต็มที่เฉลี่ยประมาณ 100-120กม/ชม. ในช่วงที่ต้องการเร่งความเร็วขึ้นเพื่อเเซง Attrage ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่คือจุดเด่นของ Mitsubishi Attrage ที่เเม้จะเน้นในการใช้งานในตัวเมืองเป็นหลักแต่พอต้องวิ่งทางไกลตามต่างจังหวัด อัตราเร่งการขับขี่ก็ทำได้ไม่แพ้ใคร ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC 3 สูบขนาด 1.2 ลิตร แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที หลังจากที่ออกจากทางด่วนพิเศษบูรพาวิถีเพื่อแวะจุดพักที่1 ย่านอมตะนครหลังจากทำกิจกรรมที่ทาง Mitsubishi เตรียมไว้ให้เรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ

การเดินทางช่วงที่2 คราวนี้ขบวนสื่อมวลชนที่ทดสอบการขับขี่ Mitsubishi Attrage และ Mirage เจอกับฝนที่ตกลงมาต้อนรับก่อนเข้าสู่จังหวัดระยองถือเป็นผลดีที่เราจะได้ลองระบบป้องกันการลื่นไถลที่ช่วยให้การควบคุมรถมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นในเป็นสภาพพื้นผิวที่เปียกลื่น พูดถึงระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวแล้วก็ขอพูดถึงระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่อยู่ในรถที่มีทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่และโดยสารอย่าง เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกคัน

เเละเเล้วคณะเดินสื่อมวลชนได้เดินทางมาถึง สวนละไม จังหวัดระยองเป็นที่เรียบร้อย ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นเเละเนื้อที่อันกว้างใหญ่ของสวนละไมทำให้คณะสื่อมวลชนได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศรวมถึงรับประทานอาหารกลางวันและปิดท้ายด้วยการลิ้มรสชาติผลไม้นานาชนิดทั้ง มังคุด เงาะ มะม่วง ลองกอง และทุเรียนที่ถือเป็นไฮไลท์ของการเดินทางในทริปดังกล่าว หลังจากทำกิจกรรมที่สวนละไมเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่คณะสื่อมวลชนจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ ซึ่งขากลับจะใช้เส้นทางบ้านบึง จากนั้นเข้ามอเตอร์เวย์ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่ต่างจากขาไป เช่นเดียวกันขากลับทีมงาน Auto.MThai ยังคงใช้ Mitsubishi Attrage คันเดิมในการเดินทางกลับ

สรุปตลอดช่วงการทดสอบสมรรถนะ Mitsubishi Attrage รู้สึกได้ว่านี่คือรถยนต์ ซิตี้คาร์ที่ขับในเมืองก็ดีออกต่างจังหวัดก็ได้ อัตราเร่งอัตราเเซงหายห่วง ตลอดระยะทางไปกลับ 350 กิโลเมตร ไม่รู้สึกเลยถึงความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ แถมยังสามารถล็อคความเร็วขณะขับขี่ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องง่ายขึ้น ยิ่่งห้องโดยสารภายในที่ให้ความรู้สึกสะดวกสบายขณะโดยสาร โดยเฉพาะรุ่น GLS-LTD เบาะหนังเดินด้ายแดง พร้อมพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ให้ความรู้สึกในแบบสปอร์ต ช่วงล่างที่นุ่มนวล ดีไซน์ภายนอกปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจากเดิมพอสังเกตได้อย่างกันชนท้ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมีเหลี่ยมมากขึ้น ไฟท้ายแบบใหม่โทนขาวแดง ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟตัดหมอกหน้าตกแต่งกรอบโครเมียม ล้ออัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว นี่คือภาพโดยรวมทั้งหมดของ Mitsubishi Attrage รุ่นใหม่ที่ถือว่าสอบผ่านอย่างสบายและอยากให้คุณได้ลอง

สำหรับผู้ที่สนใจทั้ง Mitsubishi Attrage และ Mirage และต้องการทดลองขับรถยนต์ซิตี้คาร์ทั้ง 2 รุ่น รวมถึงรุ่นอื่นๆ ของ Mitsubishi สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mitsubishi ทั่วประเทศ หรือMitsubishi คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์  02-079-9500 ทุกวันจันทร์ – เสาร์ ระหว่างเวลา 8:30-17:00 น.