MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR เวียดนาม-ลาว-ไทย-เมียนมาร์

Home / รีวิวรถยนต์ / MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR เวียดนาม-ลาว-ไทย-เมียนมาร์
Mazda mazda2 Mazda3 Mazdacx3 Mazdacx5 testdrive

เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Mazda ประเทศไทยได้จัดกิจกรรม คาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR จากเวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมโยงอารยธรรม เชื่อมโยงเศรษฐกิจจากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย รวมระยะทางกว่า 2,900 กม. โดยแบ่งคณะเดินทางของสื่อมวลชนออกเป็นสามกลุ่ม โดยกรุ๊ป A เริ่มออกเดินทางวันที่ 20- 23 มิ.ย. 2560 เส้นทาง ดานัง – เมืองเว้ – พิษณุโลก กรุ๊ป B ออกเดินทาง 23 -25 มิ.ย. 2560 เส้นทาง กรุงเทพ – พิษณุโลก – แม่สอด – มะละแหม่ง – ย่างกุ้ง – กรุงเทพ และกรุ๊ป C ออกเดินทาง 24 – 26 มิถุนายน เส้นทาง กรุงเทพ – ย่างกุ้ง – แม่สอด – กรุงเทพ รวมรถยนต์ Mazda ที่ใช้ในการเดินทางครั้งนี้ Mazda2 ปี2017, Mazda3 ปี2017, Mazda CX-3ปี2017, Mazda CX-5 ปี2016 รวมทั้งหมด 11คัน

กิจกรรมในครั้งนี้ทาง Auto.MThai ได้รับเชิญจากทาง Mazda ให้ร่วมเป็นหนึ่งในคาราวานการเดินทางโดยจัดอยู่ในกรุ๊ป B เส้นทาง กรุงเทพ – พิษณุโลก – แม่สอด – มะละแหม่ง – ย่างกุ้ง – กรุงเทพ เริ่มออกเดินทางเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย. โดยคณะสื่อมวลชนต่างพร้อมหน้ากันที่สนามบินดอนเมืองก่อนที่จะเดินทางโดยสายการบินนกแอร์ไปยังสนามบินพิษณุโลกจากนั้นเป็นการรับรถที่โรงแรม ภัทธารารีสอร์ทแอนด์สปา ซึ่งรถที่ Auto.MThai จะใช้ขับไปที่ด่านคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอดเพื่อมุ่งหน้าสู่ประเทศเมียนมาร์คือ Mazda3 โดยมีสื่อมวลชนจากที่ต่างๆ ร่วมเดินทางไปด้วย 3ท่าน เมื่อขั้นตอนการรับรถพร้อมเสร็จสรรพ คณะสื่อมวลชนทุกคันพร้อมก็ได้เวลาล้อหมุนเริ่มต้นทริปตามรอยเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจจากตะวันออกสู่ทิศตะวันตกเป้าหมายคือเมืองเมาะละแหม่ง ประเทศเมียนมาร์ ระยะทาง 413 กม.

รถยนต์ Mazda3 ที่ใช้เดินทางในวันแรกมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G  2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ-ไดร์ฟ 6 สปีด พร้อมโหมดแมนนวลและปุ่มสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต และที่พิเศษสำหรับ Mazda3 ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้วสำหรับเครื่องยนต์ Skyactiv นั่นก็คือ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ GVC หรือ G-Vectoring Control เทคโนโลยีแรกจาก สกายแอคทีฟ วีฮิเคิล ไดนามิกส์ GVC ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับช่วงล่างทำให้ทุกการเลี้ยว การเข้าโค้ง เรียบราบรื่น ลดการโยนของรถขณะเข้าโค้ง แม้จะเป็นการเข้าโค้งด้วยความเร็วที่มีแรงเหวี่ยงมาก เพียงแค่เส้นทางจาก จังหวัดตาก เข้าสู่อำเภอแม่สอดที่สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาที่ลาดชันก็ถือเป็นบททดสอบแรกในการขับ Mazda3 ได้เป็นอย่างดี

นอกจากเส้นทางจะเป็นภูเขาเเล้วสภาพพื้นถนนเส้นทางตาก -แม่สอดยังมีการปรับสภาพพื้นผิวถนนตลอดเส้นทางทำให้การขับขี่ต้องพบเจอกับอุปสรรคเช่นรถบรรทุกที่ขับกีดขวางขบวน พอถึงจังหวะที่ต้องเร่งแซง เมื่อรีดเดอร์ให้สัญญาณขบวนคาวานขึ้นแซงได้แรงบิดจากเครื่องยนต์ SKYACTIV-G  2.0 ลิตร ก็ช่วยให้ Mazda3 เร่งแซงในจังหวะที่ต้องการได้ไม่ยาก ในจังหวะที่เป็นทางลาดชันลงเขาหากต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้โหมดแมนนวลเพื่อรักษารอบ Mazda3 ก็ถือว่าสอบผ่านได้อย่างสบายและเเล้วเราก็เดินทางมาถึงด่านชายแดนเเม่สอด หลังจากนั้นคือกระบวนการทำหนังสือเดินทางเพื่อเข้าประเทศเมียนมาร์เมื่อคณะ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN เสร็จจากการตรวจหนังสือเดินทางกันครบทุกคันเเล้ว ลำดับต่อไปคือการเข้าสู่ประเทศเมียนมาร์เต็มรูปแบบ ผ่านจากด่านเเม่สอดมาได้ไม่กี่เมตร เราจะพบกับป้ายสัญญาณให้วิ่งสลับเลนอยู่เบื้องหน้า โดยประเทศเมียนมาร์จะขับรถในเลนขวา แต่ที่น่าแปลกใจคือส่วนใหญ่รถยนต์ที่วิ่งในประเทศกว่า 80% จะเป็นรถยนต์ที่ขับพวงมาลัยขวาเกือบทั้งนั้น

ตามเส้นทางบนท้องถนนเมืองเมียวดีขณะที่ผู้ขับขี่เริ่มปรับความคุ้นเคยกับการขับรถในเลนขวาได้เเล้ว แต่สิ่งที่ยังถือเป็นของแปลกใหม่ของคณะเดินทางทุกคันคือ สภาพของพื้นผิวถนนที่เป็นหลุมบ่อ อีกทั้งขนาดของถนนยังแคบมากแถมเป็นเลนสวนทำให้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการขับขี่ เนื่องจากรถที่สวนมาส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุก แต่ด้วยขนาดของรถ Mazda3 ที่เป็นรถยนต์คอมแพ็คคาร์ทำให้การหลบการมุด กดคันเร่งเเซงในระยะสั้นบนถนน(หลวง) เส้นทางเมียวดีสามารถทำได้ดี สาเหตุที่การจราจรที่นี่คับคั่งรถยนต์ใช้สัญจรเป็นจำนวนมากเนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นถนนทางหลวงสายหลักที่ผู้คนใช้ในการเดินทางไปสู่ด่านแม่สอดนั่นเอง หลุดออกจากเมืองเมียวดี คณะคาราวานมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกอกะเร็กที่มีสภาพภูมิประเทศที่ชุกชุมไปด้วยต้นตาลมองผ่านๆ คล้ายกับการขับรถเล่นตามชนบทในจังหวัดเพชรบุรี ช่วงเย็นวันเดียวกันคณะ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN เดินทางเข้าสู่เมืองเมาะละแหม่งจุดหมายปลายทางสำหรับวันแรกของการเดินทาง โดยตรงข้ามกับโรงเเรมที่พักมีแม่น้ำสาละวินไหลผ่าน

เช้าวันรุ่งขึ้นฝนได้ตกลงมาต้อนรับการเดินทางในวันใหม่ ทาง auto.MThai และสื่อมวลชนอีกสามท่านที่เดินทางใช้ชีวิตมาด้วยกันในวันแรกกับรถ Mazda3 ถึงคิวเปลี่ยนรถ โดยคราวนี้พวกเขาขออัพเกรดขึ้นไปขับรุ่น Mazda CX-5 ปี2016 ที่มาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0L ให้กำลัง 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ ให้แรงบิดสูงสุดถึง 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด อัตราสิ้นเปลือง 14.5 กม./ลิตร  จุดเด่นอีกอย่างของ Mazda CX-5 ปี2016 อยู่ที่ระบบช่วงล่างที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลราบรื่น แม้ยังไม่มีการติดตั้งระบบ G-Vectoring Control ถึงกระนั้นเส้นทางในวันที่สองสภาพผิวถนนต้องบอกว่าแทบจะต่างจากวันแรก เพราะในวันที่สองของการเดินทางสภาพภูมิประเทศจะเป็นที่ราบลุ่มไม่ต้องขึ้นเขาพื้นถนนดีขึ้นมาก คณะคาราวานเมื่อออกจากเมืองเมาะละแหม่งมุ่งหน้าไปทางเหนือข้ามสะพานเข้าสู่เมืองเมาะตะมะ

หลังจากที่พักทานอาหารกลางวันเเละเเวะเยี่ยมชมพระราชวังกัมโพชธานีที่สร้างจำลองขึ้นมาให้เหมือนในอดีตที่เมือง พะโค หรือกรุงหงสาวดีเก่า ก็ได้เวลาที่คณะ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN ต้องเดินทางไปเมืองย่างกุ้งอดีตเมืองหลวงของเมียนมาร์ซึ่งถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ ช่วงกลางของการเดินทางสู่ย่างกุ้ง จู่ๆระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติเกิดทำงานนั่นหมายถึงฝนได้เริ่มลงเม็ดเเละเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่แม้ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการเดินทางของคณะจนในที่สุดทาง คณะ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN ได้เดินทางมาถึงเมืองย่างกุ้งกันครบทุกคัน การจราจรในเมืองย่างกุ้งต้องบอกว่าจอแจไม่แพ้กรุงเทพ แต่สิ่งหนึ่งที่ย่างกุ้งแตกต่างคือ รัฐบาลเมียนมาร์ไม่อนุญาตให้ประชาชนขับขี่มอเตอร์ไซค์ในกรุงย่างกุ้งโดยเด็ดขาด นั่นก็ทำให้การขับรถในกกรุงย่างกุ้งง่ายขึ้นไม่ต้องคอยระวังเรื่่องมอเตอร์ไซค์

ไฮไลท์ของการเดินทางจากไทยสู่พม่าของ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กรุ๊ป B ในครั้งนี้คือการเดินทางไปสักการะเจดีย์ชเวดากอง ก่อนจะกลับที่พักพบปะเพื่อสลับไม้กับ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กรุ๊ป C ที่ต้องขับกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น ภาพรวมของการเดินทาง คาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR เส้นทางจากเวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า รถยนต์ทั้ง 11 คันที่ใช้สามารถสอบผ่านแบบสบายไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่สุดทรหดแค่ไหนการเดินทางจาก 4 ประเทศติดต่อกันก็ไม่ได้ทำให้สมรรถนะของรถยนต์ Mazda ทั้ง 4 รุ่นลดหย่อนลง กลับกันกิจกรรมในครั้งนี้ยิ่งทำให้รู้ซึ้งถึงสมรรถนะในการขับขี่ของรถยนต์ Mazda มากยิ่งขึ้้น นับเป็นกิจกรรมที่ การเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย รวมระยะทางกว่า 2,900 กม. ตรงกับความตั้งใจของ Mazda ตามคอนเซ็ปต์การเดินทางในครั้งนี้ที่ว่า ‘ทุกก้าว คือ การพัฒนา เพราะเรากล้า…ที่จะต่าง’