ทดสอบขับ MG GS 1.5 เทอร์โบ บนเส้นทางสายวัฒนธรรม สัมผัสจิตวิญญาณของชาวนา แห่งเมืองสุพรรณฯ

Home / รีวิวรถยนต์ / ทดสอบขับ MG GS 1.5 เทอร์โบ บนเส้นทางสายวัฒนธรรม สัมผัสจิตวิญญาณของชาวนา แห่งเมืองสุพรรณฯ
GS1.5 mg MGGS เอสยูวี เอ็มจี

ช่วงปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ทาง บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรม ”ท่องเที่ยวบนเส้นทางสายวัฒนธรรม สัมผัสวิถีชีวิตแบบไม่ตามใคร ” โดยนำคณะสื่อมวลชนไปเยือนจังหวัด สุพรรณบุรี สัมผัสกับกลิ่นอายของธรรมชาติตามวิถีชาวนา และพาย้อนเวลาไปสู่ยุครุ่งเรืองของอาณาจักรอู่ทอง แห่งยุคทวาราวดี ด้วยรถยนต์สปอร์ตเอสยูวีอย่าง MG GS 1.5 เทอร์โบ งานนี้เรียกว่าเป็นการซิ้งค์กันระหว่าง รถยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เข้ากับธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ 

การเดินทางในครั้งนี้เป็นแบบวันเดย์ทริป เพราะด้วยระยะทางจากกรุงเทพ – สุพรรณบุรีไม่ไกลมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 340 กม. ระยะทางนี้ที่จะทำให้เราได้รู้จักเเละสัมผัส MG GS 1.5 เทอร์โบ ให้ดีมากยิ่งขึ้น  แต่ก่อนที่จะออกเดินทางขอแนะนำสมรรถนะกันแบบคร่าวๆ กันก่อนเริ่มจาก เครื่องยนต์ของ MG GS 1.5 เทอร์โบ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน TGI-TECH 1.5 ลิตร ระบบหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,700 – 4,400 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 167 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที  ส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ TST – 7 SPEED ขับเคลื่อนล้อหน้า

 

คณะสื่อมวลชนที่เดินทางในวันนั้นมีทั้งหมด 9ท่าน แบ่งเป็นท่านละสามคนต่อหนึ่งคัน รวมกับรถทีมงานอีกสองคัน ทำให้ MG GS 1.5 เทอร์โบ ที่พร้อมเดินทางสู่สุพรรณบุรีในวันนั้นมีทั้งหมด 5 คัน เริ่มออกเดินทางกันในช่วงเช้าประมาณ 7 : 30 น. โดยผลัดแรกทีมงาน Auto.MThai เป็นฝ่ายนั่งเป็นผู้โดยสารก่อน เส้นทางช่วงแรกนี้เราจะต้องฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัดในช่วงเช้าวันทำงานของกรุงเทพให้ได้ก่อน ในช่วงที่พยายามหนีจากการจราจรในกรุงเทพความคล่องตัวของ MG GS 1.5 เทอร์โบถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะเป็นรถยนต์เอสยูวีแต่ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ยามที่ต้องการลัดเลาะทำเวลา MG GS 1.5 เทอร์โบ ก็สามารถเอาตัวรอดได้สบาย จากนั้นคณะเดินทางขับไปตามเส้นทางถนนกาญจนาภิเษกสายบางปะอินตอนนี้การจราจรรถราเริ่มน้อยลงมาก คราวนี้เเหล่ะที่จะได้ลองนั่ง MG GS 1.5 เทอร์โบแบบซัดยาวๆ ดู 

ด้วยความที่ไม้แรกทีมงาน Auto.MThai เป็นเพียงผู้โดยสาร งานนี้จึงได้แต่ทำการสำรวจภายในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่อยากให้คะแนนเต็ม 10 ก่อนใครคือการดีไซน์แผงคอนโซลด้านหน้าที่เน้นเรียบง่าย แต่เท่ในสไตล์สปอร์ต ด้วยการตกแต่งจากวัสดุ  Piano Black สีดำ หล่อคมเข้ม เพดานมีกระจกซันรูฟพร้อมกับแผ่นบังแสง, หน้าจอระบบออดิโอแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว  รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth และช่อง AUX/USB และที่สำคัญกับระบบนำทางในตัวที่แม่นยำและเป็นระบบสำคัญที่ทำให้เราเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางแรกหลังจากที่ขับมาได้ระยะทางประมาณ 161 กม. จากกรุงเทพ นั้นคือ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย นาเฮียใช้ จังหวัดสุพรรณบุรี 

สถานที่เเห่งนี้ทำให้เราทราบว่าข้าวที่เรารับประทานอยู่ทุกวันนี้มีหลากหลายสายพันธุ์มากในประเทศ นอกจากแปลงไร่นาที่ยาวสุดลูกหูลูกตากว่า 80ไร่ ที่ นาเฮียใช้ แล้วที่นี่ยังมี บ้านเรือนไทย, เรือนแม่โพสพ, ยุ้งเก็บข้าว, ร้านโชว์ห่วยในอดีต และคอกเลี้ยงวัว ควาย ที่เหมือนเปนไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยวท่ได้มาเยือนที่นี่ต้องแวะมาป้อนอาหาร(หญ้า) ให้กับวัว, ควาย ที่น่ารัก อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับผู้ที่มีโอกาสเเวะมาเยียมเยียนแห่งนี้อีกอย่างคือหอคอยที่สูงตระหง่าน 3ชั้น ความสูง 14.5 เมตร ที่หากใครยากได้ภาพสวยๆ ก็ให้ช่างภาพขึ้นไปอยู่ชั้นบนสุดของหอคอยแล้วถ่ายภาพกดลงมา จะเห็นตัวคุณพร้อมกับแบ็คกราวด์เป็นแปลงนาสาธิตที่มีการแปลอักษรจากต้นข่าวให้เป็นคำว่า “รักพ่อต้องพอเพียง” 

ต่อจาก นาเฮียใช้ ใช้วลาเดินทางไม่ไกลนักราวๆ 25 กม. คณะเดินทาง MG GS 1.5 เทอร์โบ ได้เดินทางมาถึง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง สถานที่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ความรุ่งเรืองของอาณาจักรอู่ทอง แห่งยุคทวาราวดีในอดีตเกือบสองพันปีที่แล้ว คณะสื่อมวลชนได้เรียนรู้ถึงวิถีการใช้ชีวิตของคนในสมัยนั้น และโบราณวัตถุที่หาชมได้ยาก เมื่อเสร็จกับกิจกรรมเติมความรู้ด้านประวัติศาสตร์แล้วถือว่าทริปเส้นทางสายวัฒนธรรม แห่งเมืองสุพรรบุรีในวันนี้ต้องจบลงแล้ว แต่ยังไม่ทั้งหมด เพราะคณะสื่อมวลชน และทีมงาน MG ทั้ง 5 คันต้องเดินทางกลับกรุงเทพ 

ขากลับจากเมืองสุพรรณบุรีเข้ากรุงเทพคราวนี้ถึงคิวของ Auto.MThai ที่จะได้สัมผัสกับ MG GS 1.5 เทอร์โบบ้าง ด้วยระยะทางเกือบสองร้อยกิโลเมตรที่ได้ขับ MG GS 1.5 เทอร์โบ ทำให้รู้สึกว่าขนาดของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ไม่ได้บั่นทอนขุมกำลังและสมรรถนะในการขับขี่เลย แรงต้นถือว่ากินขาดเร่งควาามเร็วได้ตามที่เหยียบคันเร่ง เมื่อเข้าเขตกรุงเทพในช่วงเย็นการจราจรเริ่มหนาเเน่นอีกครั้ง MG GS 1.5 เทอร์โบ ก็มีความคล่องแคล่วด้วยขนาดของรถที่ไม่ใหญ่จนเกินไป จะบอกว่า MG GS 1.5 เทอร์โบ เหมาะจะขับในเมืองก็ได้ หรือจะขับขี่ระยะยาวซัดทางไกลก็ไม่มีปัญหา ถือเป็นรถยนต์เอสยูวีครอบครัวที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้แบบลงตัว ที่สำคัญน้ำมันหนึ่งถังในการเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า กรุงเทพ-สุพรรณบุรี น้ำมันเหลือเกินครึ่งถังมาหนึ่งขีดแบบนี้ต้องยกนิ้วให้ในเรื่องของการประหยัดน้ำมันและราคาที่คุ้มค่าไม่เกินหนึ่งล้านบาท 

MG GS 1.5T D ราคา 890,000 บาท
MG GS 1.5T X ราคา 990,000 บาท