Toyota Yaris ยาริส ยาริสใหม่ แฮทช์แบ็ค โตโยต้า

Toyota Yaris รุ่นปรับโฉมใหม่ ดีไซน์ใหม่ยกคัน ขับสนุก เข้าโค้งได้แน่นหนึบนิ่ง ยิ่งขึ้น!!

Home / รีวิวรถยนต์ / Toyota Yaris รุ่นปรับโฉมใหม่ ดีไซน์ใหม่ยกคัน ขับสนุก เข้าโค้งได้แน่นหนึบนิ่ง ยิ่งขึ้น!!

ย้อนไปในเดือน มกราคมปี พ.ศ. 2549 คือปีแรกที่รถยนต์ โตโยต้า ยาสิส เข้ามาตีตลาดรถยนต์ในประเทศไทย นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้รถยนต์คอมแพ็คแฮทช์แบ็ครุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับ และความนิยมอย่างมากจากผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ปล่อย โตโยต้า ยาสิส เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ออกภายใต้คำนิยาย New Yaris… , That’s Right! การกลับมาพร้อมการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ในครั้งของ โตโยต้า ยาริส สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นกับรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น Auto.MThai จะพาคุณร่วมไปกัขบวนคาราวานทดสอบการขับขี่ ยาริสใหม่ เส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี มาดูไปพร้อมๆ กันเลยว่า ยาริส แฮทช์แบ็ค รุ่นปรับโฉมใหม่ รุ่น G ตัวท็อปคันนี้จะมีความโดดเด่นอย่างไร

ก่อนที่ล้อจะหมุนเราขอพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของ ยาริส แฮทช์แบ็ค รุ่นปรับโฉมใหม่ กันสักหน่อยเริ่มจากที่ภายนอก งานนี้ต้องบอกเลยว่าเปลี่ยนโฉมแทบยกคันเริ่มตั้งแต่ ไฟหน้าใหม่แบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟ LED Light Guiding ไฟส่องสว่างกลางวัน Daytime Running Light แบบ LED และไฟตัดหมอกหน้า, กระจังหน้าใหม่, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, ล้ออัลลอยขนาด 15นิ้วลายใหม่, ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding, ไฟเบรคดวงที่สามแบบ LED และเสาอากาศทรงคลีบฉลามเพิ่มมาดให้ดูหล่อเเบบสปอร์ตยิ่งขึ้น ขนาดความยาวของรถยาวขึ้น 30มม. กว้างกว่าเดิม 30มม. สูงกว่าเดิม25มม. ความสูงจากพื้นต่ำว่าเดิม 1มม. เมื่อเทียบกับ ยาริส รุ่นเก่า และที่เป็นไฮไลท์ของรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ สีตัวถังใหม่ กับ Citrus Mica Metallic  และ Red Mica Metallic

ภายในห้องโดยสารในรุ่น G ตัวท็อปพบกับพวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง, มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron, จอ LCD, ปุ่ม Push Start, ห้องโดยสารที่โอ่โถงให้ความสบายขณะนั้่งโดยสาร เบาะที่นั่งด้านหลังปรับพัแยกแบบอิสระ 60:40 และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ยิ่งถ้าพับเบาะหลังด้วยเเล้วสามารถนำจักรยานถอดล้อใส่เข้าไปได้แบบสบายๆ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบความปลอดภัยใหม่เข้ามาอีกมากมายขอยกตัวอย่างที่เด่นชัดเช่น ระบบสัญญาณเตือนสิ่งกีดขวางขณะถอยหลัง, ถุงลมนิรภัยระบบ SRS และไฟตัดหมอกด้านหน้ารถ เเละไฮไลท์ของภายในห้องโดยสารที่เพิ่มเข้ามาคือฉนวนป้องกันเสียงรบกวนบริเวณคอนโซล เครื่องยนต์เเละห้องโดยสาร ที่ โตโยต้า ได้บอกกับสื่อมวลชนว่าให้ความเงียบภายในห้องโดยสารขณะขับขี่ หลังจากรับการบรีฟเส้นทางและบัดดี้ในการขับขี่เรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรีในช่วงสาย โดยใช้เส้นทางด่วนมุ่งสู่งถนนราชพฤกษ์ก่อนจะหยุดพักกันที่อำเภอท่าม่วง

ความรู้สักจากการสัมผัส โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่เเล้วหลังจากที่หลุดออกจากเมืองหลวง ได้ความว่าการบังคับพวงมาลัยดีกว่ารุ่นเก่าทำให้รู้สึกได้ถึงการบังคับรถที่ง่ายขึ้น แม่นยำมากขึ้นเเละที่สำคัญคือความปราดเปรียวที่มากขึ้นขณะขับขี่ อัตราเร่งขณะออกตัวทำได้ดีแบบรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4สูบ DOHC 16วาล์ว DUAL VVT-i ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้าที่6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตรที่ 4,000รอบต่อนาที เกียร์ CVT อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม ทำได้ที่ 15.7 วินาที

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเครื่องยนต์ทำความเร็วแตะที่ 120 แล้ว ความรู้สึกคือ โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ สามารถเติมคันเร่งขึ้นไปอีกสบายๆ แต่การทดสอบในครั้งนี้เน้นที่ควมปลอดภัยเป็นหลักทางทีมงานได้กำชับสื่อมวลชนทุกท่านไม่ควรขับเกิน 120 กม/ชม. ใช้เวลา 2 ชั่วโมงคณะสื่อมวลชนทุกคันเดินทางมาถึง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีเป็นที่เรียบร้อยเพื่อทานมื้อกลางวัน จากนั้นจุดหมายต่อไปคือถ่ายรูปรวมหมู่ที่ต้นจามจุรียักษ์ ณ อำเภอด่านมะขามเตี้ยเพื่อถ่ายรูปหมู่และเดินทางกันต่อ

 

จุดหมายสุดท้ายของการเดินทางในวันนี้คือการมุ่งหน้าสู่ รักษ์น้ำ รีสอร์ต ที่ตั้งอยู่ในอำเภอ ศรีสวัสดิ์ ด้วยระยะทางเกือบ 60 กิโลเมตรจุดสตาร์ทใหม่ที่ปั๊ม ปตท. ลาดหญ้า เส้นทางเริ่มขึ้นเขา ช่วงขึ้นเขา โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่สามารถจัดการถนนลาดชันเลาตามสันเขื่อนศรีนครินทร์ได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องง้อเกียร์ S การเข้าโค้งของ โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ หนึบ แน่นมากขึ้นกว่าเดิม ให้ความมั่นใจโค้งขณะขับบนทางลาดชันบนเขา ที่บอกว่าดีกว่า ยาริส รุ่นเดิม นั่นเป็นเพราะว่า ในรุ่นโฉมใหม่นี้ทาง โตโยต้า ได้พัฒนาระบบช่วงล่างใหม่ โดยด้านหน้าของรถได้ทำการปรับค่าการดูดซับแรงที่แกนโช๊คอัพใหม่ทำให้ตอบสนองการเข้าโค้งได้แม่นยำขึ้น ช่วงด้านหลังได้ทำการปรับจูนดูดซับแกนโช๊คอัพและค่า K คอยล์สปริงใหม่ทำให้รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล ความเร็วขระขับขี่ตอนเข้าโค้งให้ความรู้สึกหนึบแน่นและนิ่งมากขึ้น นอกจากนี้  โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ยังเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัยเข้ามาแถมยังเป็นระบบมาตรฐานในทุกรุ่น กับ ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบเบรก ABS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันHAC

สุดท้าย โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินทางมาถึง รักษ์น้ำ รีสอร์ต ในช่วงบ่ายแก่ๆ คล้อยเย็นย่ำ พร้อมกับความประทับใจของสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้ลองขับขี่ สรุปคือ โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบ็คโฉมใหม่ สอบผ่านด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนใหม่หมดยกคันตั้งแต่เสา A ยันเสา C ดีไซน์ภายในห้อโดยสารดูหรูหรา ใช้วัสดุเกรดพรีเมี่ยมในการตกแต่ง เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ถ้าคนไม่ซีเรียสเรื่องเรื่องแรงแต่เน้นใช้งานในเมือง ขับออกต่างจังหวัดบ้างก็ถือว่าสอบผ่าน แม้จะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเล็กแต่สมรรถนะการขับขี่ไม่เล็กตาม บอกต่ออีกหน่อยวันรุ่งขึ้นวันเดินทางกลับสื่อมวลชนทุกคนจะได้ลองขับขี่กันแบบฟรีรันนิ่งดูตรงๆ เลยว่า โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ทำความเร็วที่ 140 -150 ได้อย่างสบายๆ ไม่งอแง ดุูได้จากคาราวานสื่อมวลชนในครั้งนี้ที่ขับเเล้วไม่มีเหนื่อยกันเลย ตรงกันข้ามทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ ขับสนุกปราดเปรียวมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจุดนี้น่าจะตรงทาร์เก็ตของลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่กำลังมองหารถยนต์คอมแพ็คแฮทช์แบ็คไว้ใช้งาน แถมเรื่องอัตราประหยัดน้ำมันทาง โตโยต้า เคลมว่า โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 20กม/ลิตร เห็นตัวเลขนี้เเล้วคนที่ชอบรถที่ประหยัดน้ำมันน่าจะพอใจกับ โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่  กันได้ไม่ยาก

ก่อนจากฝากราคาขายกันสักหน่อย ราคาจำหน่ายมาตรฐาน ยาริส รุ่นปรับโฉม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560
1.2 J Eco CVT   ปรับจากราคา 479,000 บาท เป็น 489,000 บาท
1.2 J CVT  ปรับจากราคา 529,000 บาท เป็น 539,000 บาท
1.2 E CVT ปรับจากราคา 559,000 เป็น 569,000 บาท
1.2 G CVT ปรับจากราคา 609,000 เป็น 619,000 บาท