Toyota พาสัมผัส C-HR Hybrid ทดลองนั่งก่อนใคร!! ในสนามแข่ง และถนนจริงถึง ประเทศญี่ปุ่น

Home / รีวิวรถยนต์ / Toyota พาสัมผัส C-HR Hybrid ทดลองนั่งก่อนใคร!! ในสนามแข่ง และถนนจริงถึง ประเทศญี่ปุ่น
c-hr suv TNGA Toyota ซีเอชอาร์ โตโยต้า

เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมงาน Auto.MThai ได้รับเกียรติจาก Toyota เชิญไปทดลองนั่ง Toyota C-HR เเละเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่กับนวัตกรรม TNGA (Toyota New Global Architecture) ณ ประเทศญี่ปุ่น

การเดินทางในครั้งนี้ Toyota Motor ประเทศไทย ยังมีกิจกรรมดีๆ ที่น่าสนใจจัดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์  Toyota C-HR ตลอดทั้งทริป แต่ก่อนอื่นเราลองมาทำความเข้าใจกับ นวัตกรรม TNGA (Toyota New Global Architecture)กันก่อนดีกว่า หลายคนยังงงอยู่ว่า TNGA คืออะไร? TNGA คือแพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่ออกแบบมาให้รับน้ำหนักได้ดีมีความแข็งแรงเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน ทั้งเครื่องยนต์ แพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงระบบไฟ รองรับขนาดและระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายได้ในใครงสร้างแบบเดียว สร้างจุดศูนย์ถ่วง ให้ต่ำลงทั้งเครื่องปรับอากาศ, ถังน้ำมันเชื้อเพลิง, ท่อไอเสียแถมยังมีขนาดเลล็กและบางลงและจัดวางตำแหน่งให้ต่ำที่สุดในตัวรถเท่าที่จะทำได้การสร้างจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงจะสร้างเสถียรภาพที่ดีเมื่อรถวิ่งทางตรง ข้อดีของโครงสร้าง TNGA ทำให้การควบคุมรถง่ายขึ้น แม้ขับขี่ในระยะทางไกลผู้ขับขี่จะไม่รู้สึกเหนื่อยล้าในการควบคุมรถ ด้วยความแข็งแกร่งของโครงสร้างที่มากขึ้นแต่มีน้ำหนักที่เบาทำให้รถยนต์ที่ใช้แพลตฟอร์ม TNGA จะมีจุดเด่นเรื่องการประหยัดน้ำมัน เช่นเดียวกับ Toyota C-HR สเป็คญี่ปุ่นในปัจจุบันที่ Toyota เคลมว่ามีอัตรประหยัดน้ำมันถึง 20กม. กว่าๆต่อลิตรในรุ่นไฮบริด ซึ่งในอนาคตแพลตฟอร์ม TNGA จะถููกนำมาใช้กับรถยนต์ Toyota หลายๆ รุ่นที่จำหน่ายในปี 2020 โดยรถยนต์คันแรกที่เริ่มใช้แพลตฟอร์ม TNGA คือ Toyota Prius ปี 2015

นอกจากแพลตฟอร์ม TNGA แล้วอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปในครั้งนี้ที่ Toyota ภูมิใจเสนอคือระบบไฮบริดแบบใหม่ที่ให้สมรรถนะที่ดีมากขึ้นประหยัดพลังงานมากขึ้น มีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเผาไหม้พลังงานเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นด้วยการปรับช่่องทางเข้าออกของอากาศภายนอกรวมถึง ERG หรือการหมุนเวียนของค่าไอเสียใหม่ นอกจากนั้นการปรับขึ้นของส่วนที่ทำให้เกิดเเรงเสียดทานต่ำทำให้ประสิทธิภาพของความร้อนสูงขึ้น 40% การพัฒนาระบบไฮบริดใหม่ในส่วนต่างๆ เริ่มจากเครื่องยนต์ ความยาวของเพลาส่งกำลังแบบใหม่สำหรับมอเตอร์เเละตัวกำเนิดพลังถูกปรับให้สั้นลง 47 มม. โครงสร้างการระบายความร้อเเละสายไฟแรงสูงแบบใหม่ช่วยในการลดชุดควบคุมการส่งกำลัง 33% ในขณะที่เซมิคอนดักเตอร์ลดการสูญเสียลง 20% ขั้วไฟฟ้าภายในแบตเตอรี่และที่วางแบตเตอรี่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีประสิทธิภาพการชาร์จดีขึ้นถึง 28% รวมถึงช่วยทำให้ขนาดของแบตเตอรี่ลดลง 10% ทั้งนี้การพัฒนาเส้นทางระบายความร้อนภายในแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิในการระบายความร้อนดีขึ้นเช่นกัน ที่ผ่านมา Toyota คือบริษัทผลิตรถยนต์รายแรกที่ผลิตรถไฮบริด โดยรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่ผลิตออกมาจำหน่ายคือ Toyota Prius รุ่นปี 1997 จากนั้นเป็นต้นมารถยนต์ไฮบริดกลายเป็นนวัตกรรมยานยนต์ชั้นนำที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ Toyota ส่งผลให้รถยนต์ไฮบริดของ Toyota มียอดขายกว่า 10ล้านคันจนถึงปัจจุบัน

ในส่วนของแบตเตอรี่ใช้แบบ นิเกิล มีขนาดเล็กลงในแบตเตอรี่หนึ่งก้อนจะโมดูลเรียงกัน 28 โมดูล หนึ่งโมดูลจะมีเซลแบตเตอรี่ 6เซล น้ำหนักแบตเตอรี่มีขนาด 39 กก. ฉะนั้นในแบตเตอรี่หนึ่งก้อนจะมีเซลบรรจุอยู่ 168 เซล โดยแบตเตอรีี่จะถูกย้ายจากท้ายรถใส่ไว้บริเวณใต้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง เเม้แบตเตอรี่จะมีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพการชาร์จที่เพิ่มขึ้น 28% ที่ผ่านมาการทำความเย็นของตัวแบตเตอรี่คือการนำอากาศเย็นของห้องโดยสารเข้าไปในเเบตเตอรี่ให้เย็นลง และใน Toyota C-HR แม้จะมีการย้ายแบตเตรี่มาไว้ด้านใต้เบาะนั่งด้านท้ายระบบคลูดาว์นของเเบตเตอรี่ยังทำทำงานเหมือนเดิม

เสร็จจากการให้คำแนะนำ แพลตฟอร์ม TNGA , ระบบไฮบริด แล้วก็ถึงเวลาที่สื่อมวลชนที่มาในทริปครั้งนี้รอคอยคือการทดลองนั่ง  Toyota C-HR เครื่องยนต์ 1.8 ไฮบริด เบนซิน + มอเตอร์ไฟฟ้า ในสนาม Central Circuit ตั้งอยู่ในเมือง ทากะ จังหวะเฮียวโงะ โดยผู้สื่อขาวจะได้ทดลองนั่งขณะที่คนขับเป็นนักเเข่งรถมืออาชีพชาวญี่ปุ่น ความยาวของสนามแข่งรถ Central Circuit มีระยะทาง 2.8 กม. วิ่งในสนามแข่งสองรอบในความเร็ว 60 – 80 กม/ชม สองรอบแรกจะเป็นการขับชิลๆ จับความรู้สึกขณะนั่ง การเข้าโค้ง และสองรอบหลังจะเป็นการขับแบบ Circuit Riding หรือการขับด้วยความเร็วด้วยนักเเข่งมืออาชีพ ที่จะโชว์สมรรถนะของ Toyota C-HR ให้เห็นว่าถึงการเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยม นิ่งขึ้นแม้วิ่งมาด้วยระยะความเร็วเกิน 100 กม/ชม. การเบรกกะทันหันทีมีระยะเบรกสั้นมั่นใจในความปลอดภัย และการเปลี่ยนเลนกะทันหันขณะขับขี่ด้วยความเร็ว สิ่งเหล่านี้  Toyota C-HR ทำให้ผู้โดยสารอย่างเราๆ (สื่อมวลขน) ทีได้ร่วมสัมผัสการทดลองนั่งต่างให้ความมั่นใจในสมรรถนะ เเละความปลอดภัยของรถ

เสร็จจากการวิ่งทดสอบในสนาม ด้านต่อไปคือการนั่งทดสอบ Toyota C-HR บนถนนสาธารณะจริง ซึ่งก็เป็นการขับด้วยนักเเข่งอินสตรัคเตอร์เหมือนเดิม เส้นทางการวิ่งใช้เส้นทางที่พักอาศัยบริเวณรอบสนามเเข่ง Central Circuit  โดยขาไปจากสนามถึึงจุดสตาร์ทวิ่งในระยะทาง 12 กม. ใช้เวลา 20นาที ขณะที่เส้นทางขากลับเปลี่ยนเส้นทาง วิ่ง 5.2 กม ในเวลา 12 นาที การวิ่งบนถนนของ Toyota C-HR ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นสปอร์ตเอสยูวี ทีให้รูปโฉมภายนอกดูโฉบเฉี่ยวน่าเหลียวมอง ภายในนั่งสบายพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ด้านหลังมุมมองหน้าต่างด้านข้างอาจโดนบังไปสักนิดเพราะขอบประตูที่สูงและบานหน้าต่างไม่ใหญ่มาก ซึ่งมักเป็นดีไซน์ที่เราพบเห็นได้บ่อยในรถยนต์เอสยูวีรุ่นหลังๆ ในปัจจุบันนี้

เเละในตอนนี้ Toyota C-HR ได้มาโชว์ตัวที่ประเทศไทยเเล้วในงาน Motor Expo 2017  พร้อมกับข่าวดีว่า Toyota C-HR จะจำหน่ายที่ประเทศไทยอย่างแน่นอนในปีหน้า ส่วนรายละเอียดเเละราคายังไม่มีการเปิดเผย แต่ที่แน่ๆ ซอร์ตเเวร์บางอย่างของญี่ปุ่นกับของไทยอาจไม่เหมือนกันอย่างตามความเหมาะสมของการผลิตในแต่ละประเทศ