Auto Mthai c-hr Coupe High Rider HV Hi hybrid Sub-Compact SUV test drive TNGA Toyota Toyota New Global Architecture Toyota Prius

Test Drive Toyota C-HR 2018 สัมผัสใหม่พลัง Hybrid สมรรถนะเต็มเปี่ยม ยอดเยี่ยมเรื่องประหยัด

Home / รีวิวรถยนต์ / Test Drive Toyota C-HR 2018 สัมผัสใหม่พลัง Hybrid สมรรถนะเต็มเปี่ยม ยอดเยี่ยมเรื่องประหยัด

หลังจากที่ได้เห็นข่าวตั้งแต่ยังไม่มีการผลิต รวมไปถึงเป็นรถยนต์ตัว concept ออกโชว์ตัวกันไปหลายต่อหลายเทศกาลยานยนต์ จนกระทั่งเปิดตัวกันไปหลายต่อหลายประเทศ และนำมาเปิดตัวให้ชาวไทยได้จับจองกันที่งาน Motor Expo เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2017 ที่ผ่านมา  ล่าสุดทาง Toyota ก็ได้จัด Toyota C-HR มาให้เราชาวยานยนต์อย่างเราได้ทดสอบตัวจริงๆกันซะที

Line: Toyota Thailand

ตั้งแต่มีการเปิดตัว Toyota C-HR ออกมา ก็มียอดจำหน่ายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 283,000 คัน ใน 51 ประเทศทั่วโลก โดยสร้างยอดจำหน่ายสูงสุด เป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น และติด 1 ใน 5 รถรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในยุโรปในปีที่ผ่านมา

Toyota C-HR (Coupe High Rider) เป็นรถ Sub-Compact SUV ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเพชร โดยจะเห็นได้จากการดีไซน์ที่เน้นความเหลี่ยม ตั้งแต่ภายนอกจน ไปจนถึงภายใน เราจะเห็นลูกเล่นรูปทรงเพชรซ่อนอยู่ภายในเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการบุหลังคา แผงประตูข้าง ไปจนถึงลวดลายของเบาะโดยสาร ถึงแม้ว่าทาง Toyota จะให้รายละเอียดการออกแบบในส่วนนี้ว่า เป็นเพียงกิมมิคเล็กๆในการออกแบบเท่านั้น แต่กลับทำให้เราคิดว่าเป็นการใส่ใจในรายละเอียด ที่ถึงแม้จะดูเล็กน้อย แต่ก็แสดงถึงความตั้งใจในการออกแบบที่ดูจริงจังไม่น้อยเลยทีเดียว

ในส่วนเทคโนโลยี Toyota C-HR ก็มาพร้อมกับ 4 เทคโนโลยีใหม่แบบ คือ

  • ระบบ New Generation Of Hybrid ที่นิยามถึงยนตกรรมอัจฉริยะของโลกยานยนต์ยุคใหม่ โดยระบบ Hybrid Gen 4 ที่อยู่ใน Toyota C-HR ก็ได้มีการพัฒนา มาจากรุ่นพี่อย่าง Toyota Prius ใน Gen 3 มีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลง สามารถเก็บประจุพลังงานได้เร็วและมากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงการวางตำแหน่งของแบตเตอรี่ในจุดใหม่ ก็ทำให้ระบายความร้อนได้ดีมากขึ้น มีความทนทานสำหรับการใช้งาน และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ ลิตร ส่วนการรับประกันนั้นก็หายห่วงเพราะทาง Toyota เค้ารับประกันคุณภาพระบบ Hybrid 5 ปี และ รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ไปยาวๆถึง 10 ปี
  • โครงสร้าง TNGA (Toyota New Global Architecture) โครงสร้างที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความแกร่งในส่วนของตัวถัง จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดการโคลงตัวของตัวถัง เพิ่มความมั่นใจในการเข้าโค้ง มีความคล่องตัว ช่วงล่างแบบ Double Wishbone ก็ช่วยเพิ่มในเรื่องของการยึดเกาะถนนและความนุ่มนวลในการขับขี่
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก TSS หรือ Toyota Safety Sense มาแบบจัดเต็ม ด้วย ระบบความปลอดภัยก่อนชน ระบบนี้มีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะระบบจะช่วยเบรคเพื่อลดความเร็วลงมาที่ 38 กม./ชม. ในระดับความเร็วที่ 50 กม./ชม.หรือมากกว่า ในส่วนนี้หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมระบบไม่ช่วยเบรคแบบ 100% ทางทีมงาน Toyota ก็ให้คำตอบว่า การที่วิศวกร set ระบบมาแบบนี้ก็เพื่อ ระบบจะช่วยครึ่งนึง และอีกครึ่งนึงก็คือให้ผู้ขับขี่เองตัดตินใจด้วยตัวเอง รวมไปถึงเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะถ้าระบบช่วยเบรคทำงานแบบ 100% รถจะหยุดชะงักทันที ซึ่งนั่นก็จะส่งผลให้รถคันหลังที่ตามมาแบบกระชั้นชิดเบรคไม่ทันและอาจชนได้ ในส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆก็จะมี ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนรถออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ
  • Toyota T-Connect Telematics ระบบเชื่อมต่อผู้ขับขี่ผ่าน smart phone และ apple watch ที่ช่วยในเรื่องของ GPS ที่สามารถขอความช่วยเหลือจาก operator ได้ 24 ชม. ตรวจสอบตำแหน่งพิกัดของรถ ในกรณีที่รถถูกโจรกรรม และมีบริการ Wi-Fi ซึ่งจะใช้ได้ฟรีในส่วนของปีแรก และสามารถต่อการใช้บริการได้แบบปีต่อปี ด้วยค่าบริการแบบเหมารายปีประมาณ 2,000 บาท

Toyota C-HR ใช้เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร ระบบเผาใหม้แบบ Atkinson Cycle พร้อมระบบ VVT-I ที่นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ E-CVT ให้กำลัง 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ประสานการทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ ที่แรงบิดอีก 163 นิวตัน-เมตร

มาถึงช่วงของการ Test Drive ด้วย Toyota C-HR ตัว Top รหัส HV Hi เครื่องยนต์ Hybrid เส้นทาง ลำปาง – น่าน ที่มีระยะทาง 220 กม. ในส่วนของการขับขี่ สัมผัสแรกที่สัมผัสได้เลยหลังจากอยู่หลังพวงมาลัยก็คือ เครื่องยนต์เงียบมาก ออกตัวนิ่ม  แต่พุ่ง ไม่มีความอืดเลยแม้แต่น้อย พวงมาลัยเบา การบังคับทิศทางค่อนข้างคม เพราะด้วยเส้นทางที่มีโค้งเยอะ เราเลยสัมผัสในส่วนนี้ได้อย่างชัดเจน ความคล่องตัวและ balance ดีเยี่ยม ในส่วนของอัตราเร่งอยู่ในระดับ กลางๆ ไม่หวือหวามาก จังหวะคิกดาวน์ช่วงจะเร่งแซงต้องรอรอบนิดนึง ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องปกติของรถ Hybrid ความเร็วในการขับขี่ครั้งนี้ เราใช้ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 120 กม./ ชม บวกลบนิดหน่อย แล้วแต่เส้นทางในบางช่วง ในตอนแรกคิดว่าเครื่องยนต์น่าจะซดน้ำมันสุกเลย แต่เอาจริงๆแล้ว กลับกลายเป็นเข็มน้ำมันแทบไม่กระดิกลง ประหยัดแบบน่าประหลาดใจสุดๆ ส่วนตัวเรารู้สึกประทับใจมากในส่วนนี้ ทาง Toyota เคลมไว้ว่าอัตรสิ้นเปลืองน้้ำมันของ  Toyota C-HR อยู่ที่ 24.4 กม. ตลอดเส้นทางการเดินทางมีช่วงให้แบตเตอรี่ได้ชาร์จไฟ ระหว่างการขับขี่ตลอดเวลา ส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นรถใช้ขับขี่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ น่าจะประหยัดได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน

มาถึงห้องโดยสารกันบ้าง ห้องโดยสารสีทูโทนดูสบายตา (สีดำและน้ำตาล) เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตใช้วัสดุหนังสังเคราะห์  เบาะนั่งด้านหลังสามารถแยกพับได้ 60:40 กระจกหน้าต่างไฟฟ้า มาพร้อมกับระบบป้องกันการหนีบ 4 ตำแหน่ง ส่วนตัวคิดว่าภายในห้องโดยสารค่อนข้างกว้าง ห้องโดยหลังนั่งสบายเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กถึงกลางนั่งได้สบาย 3-4 คนก่อนหน้านี้ได้ยินเรื่องมุมมอง ในเรื่องของหน้าต่างในส่วนของผู้โดยสารด้านหลังมาพอสมควร ว่าเล็กไป แต่ทางกลับกันหากลองมองดูรถยนต์ Sub-Compact SUV ปัจจุบัน หลายๆ แบรนด์มีการปรับโฉมด้านหลังให้มีมุมมองแบบนี้กันทั้งนั้น เรื่องนี้น่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่คนยังไม่คุ้นเคยชินมากนัก คาดว่าหากให้เวลาอีกนิดหลายคนน่าจะชอบดีไซน์ของมุมมองด้านหลังในห้องโดยสารได้ไม่ยาก หน้าจอเป็นแบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้วแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ MID ที่จะมีค่าบอกในเรื่องของพลังงานแบตเตอรี่อยู่ตรงส่วนกลางจอ หน้าปัดเรือนไมล์ และแสดงผลในส่วนของโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกทั้ง Sport และ ECO รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนต่างๆ

Toyota C-HR มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Trustable Safety มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกสถานการณ์ด้วยระบบป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock Brake System),ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution),ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist),ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control),ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control),ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control),ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ),สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า ท้าย และที่มุมกันชน,ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor),ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert),ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System),ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control),ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beams),ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist),ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่,สัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มี ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home, ปุ่ม Push Start และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ ,เบรกมือไฟฟ้า ,ระบบ Auto Brake Hold, พวงมาลัย Multi function,ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้, กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ และระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe

ในส่วนของระบบ Infotainment ก็ประกอบไปด้วย หน้าจอ DVD แบบ touchscreen ขนาด 7 นิ้ว ลำโพง 6 ตัว เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง USB/HDMII และ Micro SD Card พร้อมระบบนำทาง navigator ที่จะมีเฉพาะในรุ่น HV HI เท่านั้น

หลังจากที่ได้สัมผัส Toyota C-HR ก็ทำให้รู้สึกได้เลยว่า “คุ้มค่าที่ได้ลอง” จริงๆ ตอบโจทย์ในเรื่องของการขับขี่ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ อัตราการประหยัดน้ำมันที่การทดสอบขับครั้งนี้เเม้เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางขึ้นเขา แต่ Toyota C-HR  ก็ทำให้เรารู้ว่าตลอดระยะทาง 220 กม. ราใช้น้ำมันไปเพียง 19.2 ล/กม.  Toyota C-HR เป็นรถที่ขับขี่สนุก เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมือง รวมไปถึงการขับออกต่างจังหวัดก็ถือว่าไม่น้อยหน้าใครเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่สร้างความประทับใจในการขับขี่ให้กับใครหลายๆ คนได้แบบไม่ยาก

ราคา Toyota C-HR มีดังนี้

Toyota C-HR 2018 รุ่น 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท

Toyota C-HR 2018 รุ่น 1.8 MID ราคา 1,039,000 บาท

Toyota C-HR 2018 รุ่น HV MID ราคา 1,069,000 บาท

Toyota C-HR 2018 รุ่น HV HI ราคา 1,159,000 บาท

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ และทดลองขับ Toyota C-HR ที่ Toyota Driving Experience Park ถนนบางนา – ตราด กม. 3 หรือที่โชว์รูม ผู้แทนจำหน่าย Toyota 437 แห่ง ทั่วประเทศ และ พิเศษสุด สำหรับผู้ที่ร่วมทดลองขับ Toyota C-HR ทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ – 8 เมษายน 2561 รับสสิทธิร่วมลุ้นรับ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS จำนวน 100 รางวัล

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และข้อมูลสินค้าได้ที่
www.toyota.co.th

Facebook : Toyota Motor Thailand