Ford Ranger Ford Ranger Limited Ford Ranger Wildtrak test drive ฟอร์ด ประเทศไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รถกระบะ เกิดมาแกร่ง

Exclusive Test Drive กับ Ford Ranger กระบะตัวเก่ง ที่ “เกิดมาแกร่ง” สมคำร่ำลือ

Home / รีวิวรถยนต์ / Exclusive Test Drive กับ Ford Ranger กระบะตัวเก่ง ที่ “เกิดมาแกร่ง” สมคำร่ำลือ

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟเชิญคณะสื่อมวลชนร่วมทดสอบและพิสูจน์สมรรถนะ “ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่” รถกระบะ นิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ปลอดภัยล้ำสมัย บนทั้งเส้นทางเรียบและออฟโรด ณ จังหวัดเชียงราย

Ford Ranger

สำหรับประสบการณ์ Test Drive สุด Exclusive ครั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดเอารถ Ford Ranger ใหม่ มาให้คณะสื่อมวลชนทดสอบสองรุ่นด้วยกันคือ Ford Ranger Limited เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที และ Ford Ranger Wildtrak เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที  ซึ่งรถทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Ford Ranger

เส้นทางในการ Test Drive ที่ ฟอร์ด ประเทศไทย จัดมาให้ครั้งนี้ถ้าดูจากหมายกำหนดการแล้วนั้น ก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรท้าทายสักเท่าไร เพราะส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการขับขี่บนถนนดำปกติธรรมดา แต่พอถึงเวลาขับขี่จริงๆแล้วนั้น ขอบอกเลยว่างานนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ทำการบ้านในการหาเส้นทางทดสอบได้ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ได้ดีเลยทีเดียว เพราะถนนดำที่เราได้ขับขี่ผ่านไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นถนนดำที่เต็มไปด้วยโค้ง ที่มาแบบถี่ๆรัวๆ ที่จะเรียกได้ว่าโค้งชนโค้งแบบต่อเนื่องไปเลยก็ว่าได้ และแถมยังเป็นทางลาดชันวิ่งขึ้นเขาอีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางในแบบออฟโรดมาให้ได้ทดสอบสมรรถนะกันแบบเบาๆอีกด้วยเช่นกัน 

Ford Ranger

Ford Ranger

กำหนดการในวันแรกเมื่อเราเดินทางถึง จ.เชียงราย ก็เข้าฟังบรรยายถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และการทำงานของฟีเจอร์ใหม่ใน “ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่” รวมไปถึงสรุปโปรแกรมการเดินทางตลอดระยะทาง 368 กิโลเมตร เพื่อสัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงของตัวรถ

หลังจากที่ได้รับฟังการบรรยายถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์เสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาที่เราต้องออกเดินทางกัน ในวันแรกนั้นเราได้เดินทางไปกับ Ford Ranger Limited  เดินทางจากตัวเมืองเชียงราย ไปยังอำเภอเชียงของ ในช่วงแรกของการเดินทาง เราได้นั่งเป็นผู้โดยสารก่อนในเบาะหลัง ความรู้สึกแรกที่รู้สึกได้เลยก็คือ ความนุ่มสบายของช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกคล้ายๆจะเป็นรถเก๋งเลยก็ว่าได้ บางช่วงที่ทางเป็นหลุมติดๆกัน ถ้าจะขับรูดไปเลยก็สามารถทำได้แบบสบายหายห่วง นอกจากนี้ Ford ยังมีการติดตั้งลูกเล่นการใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียงมาให้ใหม่ด้วยนั่นก็คือ ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ที่สามารถจดจำเสียงและสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยได้เลยทีเดียว โดยเราสามารถที่จะใช้งานเจ้าระบบนี้ ช่วยโทรออก ฟังเพลง หรือเรียกใช้เมนูอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องใช้มือเลยทีเดียว 

มาในโหมดของการขับขี่บ้าง Ford Ranger Limited อัตราการเร่งแซงถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ระบบเกียร์ 10 speed ที่เป็นชุดเกียร์สำหรับรถขับหลัง ที่มีการใช้ใน Ford F-150 รวมไปถึง Ford Mustang มาแล้ว หลังจากที่ได้สัมผัสการใช้งานแล้ว ก็แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีเยี่ยม การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ไวขึ้น นอกจากนี้ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่ารุ่นก่อนอีกด้วย ในส่วนของการขับขี่ขึ้นบนเส้นทางที่มีความลาดชัน เราลองเลี้ยงรอบไว้ที่ประมาณ 2000 รอบ ก็สามารถพาเราไปได้แบบสบายๆ แสดงให้เห็นถึง พละกำลังที่มีแบบเหลือๆเลยทีเดียว การขับขี่มีความคล่องตัวด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย วงเลี้ยวคมได้ใจเลยทีเดียว ทำให้มีความมั่นใจในการเข้าโค้งมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าโค้งจะมามากแค่ไหน Ford Ranger ก็เอาอยู่

Ford Ranger

Ford Ranger

Ford Ranger

มาถึงวันที่สอง วันนี้เราได้สัมผัสกับ Ford Ranger Wildtrak เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ หรือเทอร์โบคู่นั่นเอง จุดหมายปลายทางวันนี้อยู่ที่ไร่ชา ฉุยฟง อำเภอแม่จัน ทดสอบพลังของเครื่องยนต์ไบเทอร์โบมอบแรงบิดที่เหนือกว่า ซึ่งจากการที่ได้สัมผัส เครื่องยนต์ ไบเทอร์โบ ขอบอกเลยว่า ขับสนุกมาก เหยียบคันเร่ง รถก็พุ่งตามจังหวะที่เราเหยียบจริงๆ มาเร็วและแรงทันใจ และถึงแม้ว่าเส้นทางการขับขี่จะเต็มไปด้วยทางลาดชันก็ไปได้อย่างสบาย โหมดของการขับขี่ก็แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวกว่ารุ่น Limited อย่างเห็นได้ชัดเจน เรียกว่าขับ Limited สนุกมากยังไง ขับ Wildtrak ก็ยิ่งเพิ่มความมันและสนุกมากขึ้นไปอีก 

Ford Ranger

Ford Ranger

นอกจากนี้เรายังได้ทดสอบระบบ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะด้านหน้า ช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง เมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งความเร็วที่ระบบจะช่วยให้รถหยุดสนิทนั้นก็คือ ไม่เกิน 50 กม./ชม. และอีกหนึ่งระบบก็คือระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ระบบกึ่งอัตโนมัติช่วยบังคับทิศทางของรถให้เข้าสู่ช่องจอดได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การทำงานของระบบนี้ก็คือ ตัวเซ็นเซอร์หน้าจะทำการตรวจหาช่องว่างที่มีระยะ 1.5-2 เมตร ซึ่งการค้นหาจะเป็นการหาแบบเทียบข้างเท่านั้น รถจะแล่นด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. และช่วงที่เข้าช่องจะใช้ความเร็ว 10 กม./ชม. โดยผู้ขับขี่จะต้องจะต้องควบคุมคันเร่งและเกียร์เอง รวมไปถึงระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (Lane Departure Warning) และระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)

Ford Ranger

หลังจากที่ได้ทดสอบสมรรถนะของรถทั้งสองรุ่นมา ส่วนตัวแล้วถ้าพูดในเรื่องของขุมพลัง คิดว่า Ford Ranger Limited ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีแล้ว ขุมพลังแค่นี้ก็ค่อนข้างที่จะเหลือเฟือ สำหรับการใช้งานทั่วไป เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปในเส้นทางแบบไหน สภาพพื้นผิวถนนจะเป็นอย่างไร ก็สามารถพาเราผ่านไปได้แบบไม่ยากเย็นเลยทีเดียว แต่ถ้าใครคิดว่าไหนๆก็ไหนๆ แล้วอยากไปให้สุดทาง ชอบสนุกกับการขับขี่ที่ท้าทาย Ford Ranger Wildtrak คือคำตอบสุดท้ายที่รอคุณอยู่ 

“ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังคงให้ให้เราเห็นถึงนิยามของคำว่า ‘เกิดมาแกร่ง’ ซึ่งยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ของรถกระบะมาอย่างต่อเนื่อง ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ กว่า 20 รุ่นย่อย ที่มาพร้อมขุมพลังใหม่ สมรรถนะอันเหนือกว่า เทคโนโลยีอัจฉริยะใหม่ล่าสุดครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ ฟอร์ด ในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง ทำให้ผู้บริโภคคนไทยได้สัมผัสในราคาที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในตลาด ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายและครอบคลุมไปอีกขั้น”